'ธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสไทย' โตแกร่งกว่าทั่วโลก ชูสตรีทฟู๊ด ขึ้นแท่นผู้นำมูลค่าตลาดไทย
27 Apr 2026

 

ข้อมูลจากดีลอยท์ (Deloitte) ระบุว่า อุตสาหกรรมบริการด้านอาหารของไทยมีอัตราการเติบโตในปี 2025 สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก และคาดว่าจะขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030 ในขณะที่ TUTTOFOOD ยกระดับบทบาทการเป็นศูนย์กลางของยุโรปในการเชื่อมโยงผู้ซื้อและห่วงโซ่อุปทานจากทั่วทุกมุมโลก

 

ตลาดธุรกิจบริการด้านอาหารทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 2.98 ล้านล้านยูโรในปี 2025 ซึ่งถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากการฟื้นตัวหลังโควิด-19 สู่สภาพแวดล้อมธุรกิจที่มีความเสถียรภาพและมีการพัฒนาในเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

 

จากข้อมูลเบื้องต้นของ รายงาน Foodservice Market Monitor 2026 โดยดีลอยท์ ซึ่งเปิดเผยล่วงหน้าให้กับ TUTTOFOOD พบว่า ตลาดโลกเติบโต +2.2% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากทวีปยุโรป (+6.0%) และเอเชียแปซิฟิก (+3.2%) หากโฟกัสเฉพาะตลาดธุรกิจบริการด้านอาหารในประเทศไทย เผยให้เห็นว่าในปี 2025 มีมูลค่าแตะ 26.8 พันล้านยูโร โตแซงตลาดโลกและมีการขยายตัวถึง +4.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกลุ่มธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurants หรือ QSR) ที่เติบโตโดดเด่นถึง 5.1%

 

จะเห็นได้ว่า กลุ่มธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มาแรงที่สุดในไทยปี 2025 และถูกจับตามว่าเป็นเซกเมนต์ที่โตเร็วที่สุดในอนาคต ควบคู่ไปกับกลุ่มสตรีทฟู้ดที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย โดยในปี 2025 กลุ่มสตรีทฟู้ดสามารถสร้างมูลค่าตลาดในประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยมูลค่ากว่า 8.79 พันล้านยูโร ซึ่งตลาดในทวีปอเมริกาเหนือและเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นหัวเรือใหญ่ที่จะผลักดันการเติบโตของโลกด้วยกลุ่มธุรกิจสองรูปแบบนี้เช่นกัน

 

ทั้งนี้ ตลาดธุรกิจบริการด้านอาหารของไทยยังคงมีแนวโน้มที่จะรักษาความแข็งแกร่งไปจนถึงปี 2030 ซึ่งช่วยตอกย้ำโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง

 

 

อันโตนิโอ เชลลี (Antonio Cellie) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fiere di Parma ผู้จัดงาน TUTTOFOOD กล่าวว่า “ธุรกิจบริการด้านอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไปและความซับซ้อนของซัพพลายเชน ในบริบทนี้ TUTTOFOOD ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจอาหารชั้นนำของยุโรปตอนใต้ จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนอินไซต์ทางการตลาดให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตทั่วโลกกับผู้ซื้อระดับแนวหน้ากว่า 4,000 ราย โดยมีโปรแกรมผู้ซื้อ (Buyers Program) ที่มาช่วยสนับสนุนและจัดขึ้นร่วมกับสำนักงานพาณิชย์อิตาลี (ITA – Italian Trade Agency)”

 

ด้าน ทอมมาโซ นาสตาซี (Tommaso Nastasi) พาร์ทเนอร์จากดีลอยท์ และผู้นำด้านบริการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation Service) กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเติบโตของตลาดธุรกิจบริการด้านอาหารถูกขับเคลื่อนโดย 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การขยายรูปแบบธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน และการเติบโตของเชนร้านอาหาร ซึ่งพิสูจน์แล้วสามารถผสานทั้งบริการ คุณภาพ และประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ช่องทางนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับทั้งห่วงโซ่คุณค่า โดยความร่วมมือกับเชนร้านอาหารไม่เพียงแต่ช่วยให้ซัพพลายเออร์เพิ่มประสิทธิภาพด้านการขาย ลดต้นทุนในการให้บริการเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน เพื่อนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์เฉพาะด้านมากขึ้น และสร้างมูลค่าที่เหนือกว่าให้เกิดขึ้นทั่วทั้งอีโคซิสเต็มในที่สุด”

 

 

การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ “New Normal” ของอุตสาหกรรม ที่ให้ความสำคัญกับ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน นวัตกรรมรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ และการเชื่อมโยงซัพพลายเชน ที่กำลังกลายเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการแข่งขันทั่วทั้งอุตสาหกรรม

 

เทรนด์สำคัญของตลาดบริการด้านอาหารโลก

ในระดับโลก ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยบรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมียม กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริการเดลิเวอรี โดย 90% ของผู้บริโภคยินดีสั่งอาหารหลากหลายมากขึ้น หากมีบรรจุภัณฑ์ที่ดีรองรับ และ 53% ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่ม ในขณะเดียวกัน ความคุ้มค่า กลายเป็นปัจจัยหลัก โดยที่ผู้บริโภคประมาณ 80% มีความต้องการด้านประสบการณ์ดิจิทัลตลอดการใช้บริการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าระบบเหล่านี้จะยังไม่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในตลาดแต่ละประเทศก็ตาม

 

ในฝั่งของผู้ประกอบการ การเติบโตของการบริโภคนอกสถานที่ ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านค้า โดยผู้ประกอบการกว่า 41% วางแผนเพิ่มพื้นที่สำหรับบริการเดลิเวอรีและซื้อกลับบ้านโดยเฉพาะ และ 34% ของร้านอาหารบริการด่วน จะเน้นการเปิดสาขาสำหรับซื้อกลับบ้านเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ระบบอัตโนมัติ (Automation) ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย โดย 74% ของผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีเพียง 28% ที่รายงานว่าได้รับผลกำไรที่เพิ่มขึ้น แต่ถือเป็นโอกาสที่ชัดเจนในการปรับปรุงประสิทธิภาพและสร้างนวัตกรรมต่อไปในอนาคต

 

[อ่าน 44]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ค่าไฟขาขึ้น เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค จาก “ซื้อถูก” สู่ “ลงทุนคุ้ม” ดันบ้านประหยัดพลังงานเติบโต
เลือกโปรแกรมจัดการร้านอาหารโรงแรมอย่างไรให้ทุนไม่สูงเกินไป ?
เรื่องสุขภาพที่น่าสนใจ 4 มิติใหม่ที่คุณอาจไม่เคยรู้
'อโกด้า' เผย นักเดินทางชาวไทย สนใจปลายทางใกล้ๆ มากขึ้น ช่วงวันหยุดพฤษภาคม
วัตสันเผยอินไซต์ผู้บริโภคช่วงซัมเมอร์ ชี้ชัดคนไทยมีพฤติกรรมการดูแลผิว ที่ซับซ้อนและลึกขึ้นกว่าที่เคย
5 ฟังก์ชันสำคัญในเตียงนอนคนป่วย ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ดูแล
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved