MetaComp ผนึก Solana ยกระดับการชำระเงินข้ามพรมแดน และการบริหารความมั่งคั่งยุคใหม่ มุ่งเป้าตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก
27 Apr 2026

 

MetaComp Pte. Ltd. ผู้บุกเบิกโซลูชันทางการเงินดิจิทัลแบบ Web2.5 ในเอเชีย พร้อมด้วยบริษัทในเครือ Alpha Ladder Finance Pte. Ltd. (Alpha Ladder) ประกาศยุทธศาสตร์สำคัญในการผลักดันให้เครือข่ายบล็อกเชน Solana ก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก (Primary Chain) รองรับกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งในด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน การบริหารจัดการ เงินสดองค์กร (Treasury Management) และการทำ Tokenization สำหรับสินทรัพย์ในโลกจริง (Real-World Assets - RWA)¹ โดยการขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นการรุกเข้าสู่เครือข่ายที่มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงและมีต้นทุน ต่ำอย่างเต็มตัว เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ฐานลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา

 

MetaComp พร้อมยกระดับบริการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่านการบูรณาการเครือข่าย Solana เข้ากับระบบ StableX Network เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการชำระเงินแบบหลายช่องทาง (Multi-rail settlement) บนบล็อกเชนที่มีเสถียรภาพสูงสุดสำหรับการใช้งานระดับสถาบัน โดยมีระบบ StableX Engine เป็นกลไกหลักใน การวิเคราะห์และคัดเลือกเส้นทางการชำระเงินระหว่างเงินตราปกติ (Fiat) และ Stablecoin แบบเรียลไทม์ เพื่อมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านความเร็ว ต้นทุน และสภาพคล่อง ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของ Solana ที่รองรับธุรกรรม Stablecoin ได้สูงถึง 6.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วยต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่า 0.0012 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ MetaComp สามารถรองรับความต้องการธุรกรรมในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ที่มีปริมาณสูงกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ขณะเดียวกัน MetaComp ยังได้ขยายขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการเงินสดองค์กร เพื่อสร้างโอกาสในการ รับผลตอบแทนบนเครือข่าย (On-chain yield) ผ่านโซลูชัน WealthX ซึ่งดำเนินงานโดย Alpha Ladder ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมทั้งกองทุนตลาดเงิน (Tokenised Money Market Fund) เงินฝาก พันธบัตร และทองคำในรูปแบบโทเค็น อาทิ XAUt โดย Tether นวัตกรรมเหล่านี้จะเข้ามาช่วยให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบการด้านการรับชำระเงินสามารถบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในช่วงระหว่างรอรอบการชำระเงิน (Settlement cycle)

 

นอกจากนี้ MetaComp ยังมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการออก การจดทะเบียน และการซื้อขายสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) บน Solana เพื่อเปิดทางให้ผู้ออกสินทรัพย์สามารถเข้าถึงสภาพคล่องทั่วโลกและระดมทุนได้อย่างถูกต้อง ตามกฎระเบียบ โดยโทเค็นจะถูกเชื่อมโยงบนเครือข่าย Solana เพื่อกระจายสินค้าผ่านศูนย์ซื้อขายและช่องทาง DeFi ได้อย่างราบรื่น ซึ่ง MetaComp จะเป็นผู้นำในกระบวนการทำ Tokenization โดยยึดถือมาตรฐานการกำกับ ดูแลอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ข้อมูลในช่วงต้นปี 2569 ระบุว่าตลาด RWA บน Solana มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด แตะระดับ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีจำนวนผู้ถือครองสินทรัพย์ RWA สูงถึง 182,000 ราย ซึ่งถือเป็นการแซงหน้า Ethereum ได้เป็นครั้งแรก ขณะที่ Standard Chartered คาดการณ์ว่ามูลค่าสินทรัพย์ RWA ในรูปแบบโทเค็นจะพุ่งสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2571

 

ดร. โบ ไป่ (Dr. Bo Bai) ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง MetaComp กล่าวว่า “เรามองว่า Solana เป็นหนึ่งในเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐานที่น่าสนใจที่สุดสำหรับการเงินดิจิทัลระดับสถาบันยุคใหม่ การใช้ Solana จะช่วยให้เราส่งมอบบริการทางการเงินที่รวดเร็วขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลง และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีความต้องการสูง ตั้งแต่ระเบียงการชำระเงินข้ามพรมแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และลาตินอเมริกา ไปจนถึงตลาดทุนในรูปแบบโทเค็น ที่เชื่อมโยงการเงินดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมบล็อกเชน โดยเรามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับระบบนิเวศของ Solana เพื่อผลักดันวิสัยทัศน์นี้ให้เกิดขึ้นจริง”

 

ลู หยิน (Lu Yin) หัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มูลนิธิ Solana (Solana Foundation) กล่าวเสริมว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ MetaComp นำบริการทางการเงินระดับสถาบันเข้ามาสู่ระบบนิเวศของ Solana ความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ MetaComp ในด้านโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแล เมื่อผสานเข้ากับความเร็วและขีดความสามารถในการขยายตัวของ Solana จะกลายเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับ การชำระเงินข้ามพรมแดน โซลูชันบริหารเงินสด และตลาดทุนในรูปแบบโทเค็นสำหรับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่”

 

การตัดสินใจพัฒนาบน Solana ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธภาพการขยายธุรกิจที่แข็งแกร่งของ MetaComp ภายหลังจากความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Pre-A กว่า 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มบริษัทได้เดินหน้าเปิดตัวทั้ง VisionX Engine สำหรับงาน Compliance และมาตรฐาน KYA สำหรับธรรมาภิบาล AI ซึ่งการนำ Solana เข้ามาเสริมทัพจะช่วยเติมเต็มมิติสำคัญ ทั้งการเข้าถึงตลาดทุนโทเค็น ความสามารถในการชำระเงินข้ามเครือข่าย และการสร้างผลตอบแทนบนเครือข่าย ภายใต้สถาปัตยกรรมทางการเงินที่สอดคล้องกับกฎระเบียบที่สถาบัน การเงินทั่วโลกให้ความไว้วางใจ

 

¹ ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์และผลิตภัณฑ์ตลาดทุน ดำเนินการโดย Alpha Ladder Finance Pte. Ltd. เพียงผู้เดียว

 

[อ่าน 225]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“เคฟล่า” จับมือ “ปางช้างแม่แตง” เปิดตัว CEFLAR x SUDA เครื่องใช้ไฟฟ้าจากศิลปะช้างไทย
เนสท์เล่ ลงนาม MOU กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ พัฒนาสายพันธุ์กาแฟคุณภาพ ส่งเสริมเกษตรกรปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน
คาโอ-SCGP-SCGC-DOW เปิดตัว ถุงเติมมาจิคลีนใหม่ พลิกโฉมนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์หลายชั้นจากวัสดุชนิดเดียว
เมืองไทยประกันชีวิต นำทัพตัวแทนคุณภาพ รับรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ประจำปี 2569
Olay ดึง “เจฟ ซาเตอร์” เป็น Friends of Olay คนใหม่ เปิดแคมเปญ “Jeff Satur ยกหน้าให้ Olay”
“เครือสหพัฒน์” เตรียมร่วมทุนไทย-ต่างประเทศ ลงนาม 20 โครงการ ในงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved