'โอสถสภา' เร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจ FMCG ด้วย RISE with SAP บน AWS
28 Apr 2026

 

เอสเอพี (SAP SE) (NYSE: SAP) ได้ประกาศว่า บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ของไทย กำลังยกระดับการดำเนินงานองค์กรด้วย SAP Business Suite ผ่านโซลูชัน RISE with SAP เพื่อขับเคลื่อนการกำหนดมาตรฐานการทำงานทั่วทั้งองค์กร เสริมศักยภาพด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และเร่งสร้างนวัตกรรมในอนาคต

 

โอสถสภา ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2434 โดยเติบโตจากร้านขายยาในท้องถิ่นสู่การเป็นผู้นำด้าน FMCG ในระดับภูมิภาค ด้วยพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจขยายตัว การใช้งานระบบ ERP แบบติดตั้งภายในองค์กร (on-premises) หลายระบบที่ขาดมาตรฐานกระบวนการทำงานร่วมกัน กลายเป็นความท้าทายสำคัญ โครงสร้างทางการเงินที่กระจัดกระจาย ข้อมูลหลักที่ซ้ำซ้อน และกระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยการทำงานแบบแมนนวลจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของธุรกิจแบบเรียลไทม์ได้

 

เพื่อให้สามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจไปในระดับสากลและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โอสถสภาจึงเล็งเห็นความจำเป็นในการปรับลดความซับซ้อนของโครงสร้างเทคโนโลยี โดยรวมข้อมูลทางการเงินและการดำเนินงานเข้าสู่ระบบบนคลาวด์ เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกทั่วทั้งกลุ่มบริษัท

 

จัดการความซับซ้อนในอุตสาหกรรม FMCG ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ด้วยการเลือกใช้ RISE with SAP บน Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่จะช่วยให้ลูกค้าที่ใช้ระบบ SAP ERP แบบเดิมสามารถปรับปรุงธุรกิจให้ทันสมัยด้วย SAP Business Suite โอสถสภากำลังเปลี่ยนผ่านระบบการเงินและการดำเนินงานไปสู่ SAP Cloud ERP Private เพื่อช่วยให้สามารถปิดงบการเงินแบบเรียลไทม์ เสริมสร้างการกำกับดูแลกิจการให้แข็งแกร่ง และลดความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีในทุกหน่วยธุรกิจ

 

“การดำเนินธุรกิจด้วยระบบ ERP แบบ On-premises หลายระบบที่มีกระบวนการแยกส่วนกัน ทำให้เรามีข้อจำกัดในการดึงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เพื่อใช้ตัดสินใจ” คุณรติพร ราษฎร์เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินกลุ่ม (Group Chief Financial Officer) บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าว “การเปลี่ยนมาใช้ SAP Cloud ERP Private ผ่าน RISE with SAP จะช่วยสร้างแกนกลางดิจิทัล (Digital Core) บนคลาวด์เพียงหนึ่งเดียว ด้วยกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน มีระบบอัตโนมัติในตัว และการวิเคราะห์ขั้นสูง สิ่งนี้ช่วยให้เราสามารถต่อยอดการลงทุน SAP เดิมได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จาก SAP Business Suite ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสร้างแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต”

 

[อ่าน 49]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บราเดอร์ ฉลองแชมป์เครื่องพิมพ์ A3 ต่อเนื่อง 18 ปี เปิดตัว 2 รุ่นใหม่ เปลี่ยนทุกไอเดียให้มีชีวิตให้กลายเป็นจริง
ม.อ.-ทีเส็บ-มหาดไทย-อาชีวะ จับมือยกระดับไมซ์ไทย ชู "สงขลาโมเดล" ต้นแบบเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล
CC DOUBLE O เดินหน้า "CLOTHES TO COMMUNITY" ปี 2 ชวน "เอม สรรเพชญ์" ร่วมส่งต่อเสื้อผ้าอย่างยั่งยืน
“MOSHI” อัปเลเวล Payout Ratio พุ่ง 60% เคาะจ่ายปันผลปี 68 ในอัตรา 1.22 บาทต่อหุ้น
ดาเมจทะลุองศา! 5 หมาป่าหนุ่ม LYKN สาดความหล่อฉ่ำเขย่าซัมเมอร์ สนุกจนลืมอากาศร้อน
เปิดฉากอย่างเป็นทางการ “สถาปนิก’69” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved