
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ มูลนิธิพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการช่วยเหลือ ดูแล ฟื้นฟู และยกระดับ สวัสดิภาพสัตว์ป่าที่ตกเป็นเหยื่อจากการค้าสัตว์ผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมถึงเสริมความร่วมมือใน การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

มูลนิธิพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย) เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายองค์กรสากลที่ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อยุติการค้าสัตว์ป่าเชิงพาณิชย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพสัตว์ ความหลากหลายทางชีวภาพ และเพิ่มความเสี่ยงของโรคจากสัตว์สู่คน ด้วยการทำงานร่วมกับเครือข่ายในหลายประเทศ มูลนิธิฯ จึงมีประสบการณ์ในการติดตามรูปแบบปัญหาการค้าสัตว์ป่า ที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำองค์ความรู้และงานวิจัย มาสนับสนุนการคุ้มครองสัตว์ป่าของไทย ความร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการช่วยเหลือ การคุ้มครอง และสวัสดิภาพสัตว์ป่าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน
พิธีลงนามจัดขึ้นระหว่าง นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ นางสาวโรจนา สังข์ทอง ประธานกรรมการมูลนิธิพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย) โดยมีผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า “กรมอุทยานฯ มีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการช่วยเหลือและสวัสดิภาพสัตว์ป่า ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับมูลนิธิพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในด้านการช่วยเหลือ ดูแล ฟื้นฟูสัตว์ป่า การป้องกัน การแก้ไขปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าและการครอบครองสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์และพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านสัตว์ป่าระหว่างหน่วยงาน”
สาระสำคัญของความร่วมมือ ประกอบด้วย

นางสาวโรจนา สังข์ทอง ประธานกรรมการมูลนิธิพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการคุ้มครองสัตว์ป่าของไทย ในช่วงเวลาที่การค้าสัตว์ป่าเป็นธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ทั่วโลก และยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อสัตว์ป่า สัตว์ป่ากำลังเผชิญกับการลักลอบค้า การแสวงหาประโยชน์ และการสูญเสียถิ่นอาศัย ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมจึงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการช่วยเหลือ การคุ้มครอง และสวัสดิภาพสัตว์ป่าให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน”
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้เป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมกันของภาครัฐและภาคประชาสังคมในการยกระดับการคุ้มครองสัตว์ป่าของไทย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และร่วมกันหาแนวทางเพื่อปกป้อง คุ้มครองสัตว์ป่าจากการค้าอย่างผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ต่อระบบนิเวศ สัตว์ป่า และสังคมไทยในอนาคต





