
KGI ฉลอง DW13 ครบ 17 ปี ตอกย้ำผู้นำมาร์เก็ตแชร์ 70% ท่ามกลางตลาดหุ้นผันผวน ชี้ Fund Flow ยังเป็นตัวแปรหลักในการเก็งกำไรหุ้นไทย หนุนดีมานด์ DW โดยเฉพาะ SET50 Call/Put สำหรับทั้งเก็งกำไรและป้องกันความเสี่ยง พร้อมชูจุดแข็งด้านสภาพคล่องและแนวคิด “Localized Standard” ที่ตอบโจทย์นักลงทุนไทย เดินหน้าปี 2569 ตั้งเป้าออก DW มากกว่า 1,100 ตัว สร้างสถิติใหม่ ขยายฐานผู้ลงทุนและรองรับกลยุทธ์ที่หลากหลายมากขึ้น

โดยจากตลาดหุ้นไทยในปีนี้เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1,500 จุด ให้ผลตอบแทนในกรอบราว 15%-20% อย่างไรก็ตาม แรงหนุนสำคัญในช่วงต้นปีมาจากความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่มีแนวโน้มเป็นขาลง แต่สถานการณ์ล่าสุดจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินเฟ้อ ทำให้โอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้มีข้อจำกัดมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มอยู่แถวระดับ 1,500 จุดต่อไปอีกสักระยะ
นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI เปิดเผยว่า “ในภาวะตลาดลักษณะนี้ นักลงทุนควรให้น้ำหนักกับการวิเคราะห์ทิศทาง Fund Flow มากกว่าปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศ เนื่องจากภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยได้สะท้อนผ่านระดับ P/E ที่อยู่ในระดับต่ำมาหลายปี ขณะที่การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างตลาดยังคงเป็นปัจจัยหลัก โดยตลาดหุ้นไทยมี P/E ราว 17 เท่า เทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐที่อยู่ในระดับ 25–30 เท่า แม้หุ้นเทคโนโลยีในต่างประเทศจะยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินลงทุนทั่วโลก แต่ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงควบคู่กับเงินเฟ้อ ข่าวลบเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นแรงขายได้อย่างรุนแรง ส่งผลให้เงินทุนบางส่วนไหลกลับมายังตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า ซึ่งตลาดหุ้นไทยถือเป็นหนึ่งในตัวเลือก ด้วยระดับ P/E ที่ต่ำและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ”
จากพฤติกรรมการเก็งกำไรหุ้นไทย ตาม Fund Flow ตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้การเก็งกำไรผ่าน Derivative Warrant (DW) โดยเฉพาะ DW ที่อ้างอิงหุ้นขนาดใหญ่และ SET50 ของ KGI หรือ “DW13” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนผลักดันให้ KGI DW13 ครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ในหุ้นไทยสูงถึง 70% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับกลยุทธ์ของนักลงทุน พบว่าในช่วงที่ดัชนีปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 1,500 จุด นักลงทุนมักเลือกใช้ SET50 Put DW เพื่อป้องกันความเสี่ยงพอร์ตหุ้น เปรียบเสมือน “โล่” สำหรับพอร์ตการลงทุน ขณะที่ในภาวะตลาดแกว่งตัวในกรอบ นักลงทุนจะเน้นการเทรดสลับระหว่าง SET50 Call DW และ Put DW ภายในวัน พร้อมตั้งจุด Stop Loss สิ้นวันเพื่อบริหารความเสี่ยง
นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นนักลงทุนกลุ่มใหม่ที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกมากขึ้น หรือ Beyond Buy & Hold โดยเลือกลงทุนใน DW ที่มีอัตราทดสูงมาก (Extreme Leverage) บนหุ้นรายตัวที่ปรับฐานลึก แต่เริ่มมีสัญญาณวอลุ่มกลับเข้ามาและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรง ถึงแม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่ก็เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระดับสูงเช่นกัน
นายเจนวิทย์ กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ KGI DW13 ครองมาร์เก็ตแชร์และได้รับความนิยมสูงสุด มาจากประสิทธิภาพในการดูแลสภาพคล่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความแกว่งตัว ผันผวนรุนแรงถึงขั้นวิกฤติ เช่น เหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทีมงานและระบบคอมพิวเตอร์ของ KGI สามารถดูแลราคาและสภาพคล่องได้อย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้อย่างชัดเจน
ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา KGI DW13 ให้ความสำคัญกับแนวคิด “Localized Standard” หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักลงทุนไทย มากกว่าการยึดตามมาตรฐานสากลเพียงอย่างเดียว อาทิ การพัฒนาจัดตั้งเว็บไซต์ Thaiwarrant.com การกำหนดมาตรฐานตารางราคา DW รวมถึงการออก DW รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ KGI DW13 เป็นผู้กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม DW ในประเทศไทยอย่างแท้จริง
สำหรับเป้าหมายในปี 2569 KGI DW13 ตั้งเป้าสร้างสถิติใหม่ด้วยการออก DW มากกว่า 1,100 ตัวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อรองรับการเติบโตของมาร์เก็ตแชร์และขยายฐานนักลงทุนที่มีกลยุทธ์หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น DW อัตราทดสูงเป็นพิเศษ หรือ DW อายุยาว
“เรายังเชื่อมั่นว่า KGI DW13 จะสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม และรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ในอนาคต ตามกรอบที่หน่วยงานกำกับดูแลอนุญาต” นายเจนวิทย์ กล่าวเสริม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiwarrant.com





