

นี่คือที่มาของการออกแบบ Samsung The Movingstyle จอภาพเคลื่อนที่อัจฉริยะที่ซัมซุงพัฒนาขึ้นบนโจทย์สำคัญว่า “ถ้าชีวิตของคนยุคใหม่ไม่หยุดอยู่กับที่ หน้าจอก็ควรเคลื่อนไปกับผู้ใช้ได้เช่นกัน” ข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่า The Movingstyle ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “พกพาประสบการณ์ของคุณไปได้ทุกที่อย่างมีสไตล์” เพื่อให้หน้าจอหนึ่งจอรองรับได้ทั้งความบันเทิง การทำงาน การออกกำลังกาย การวิดีโอคอล และการใช้ชีวิตประจำวันในหลายบริบท
จุดน่าสนใจของ The Movingstyle ไม่ได้อยู่แค่การเป็นหน้าจอสำหรับดูหนังหรือดูซีรีส์ แต่คือการตีความ “หน้าจอ” ใหม่ให้กลายเป็นเพื่อนร่วมไลฟ์สไตล์ หรือ Lifestyle Companion ที่สามารถย้ายไปอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของบ้านได้อย่างอิสระ
แนวคิดนี้สะท้อนอินไซต์ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างชัดเจน เพราะทุกวันนี้ผู้คนไม่ได้แยกชีวิตออกเป็นกิจกรรมแบบชัดเจนเหมือนเดิมอีกต่อไป หลายคนดูซีรีส์บนเตียง เปิดเพลงระหว่างทำอาหาร วิดีโอคอลประชุมจากมุมใดมุมหนึ่งของบ้าน หรือเปิดคลิปออกกำลังกายในห้องนั่งเล่น พื้นที่ในบ้านจึงกลายเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่เปลี่ยนบทบาทได้ตลอดวัน
The Movingstyle จึงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้เดินไปหาหน้าจอ แต่ให้หน้าจอ “เดินตาม” ผู้ใช้ไปยังมุมที่ต้องการ ความแตกต่างนี้ทำให้สินค้าไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นหนึ่ง แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ใหม่ของการใช้ชีวิตในบ้าน

หัวใจสำคัญของสินค้ารุ่นนี้คือ Movable Stand หรือขาตั้งพื้นแบบเลื่อนได้ที่มาพร้อมล้อซ่อนในตัว ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายหน้าจอไปยังห้องหรือมุมต่าง ๆ ได้สะดวก โดยยังคงภาพลักษณ์เรียบหรูแบบมินิมอล เข้ากับบ้านยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งฟังก์ชันและความสวยงาม
ความ “สุดจึ้ง” ของดีไซน์นี้อยู่ที่การทำให้เทคโนโลยีกลมกลืนกับพื้นที่อยู่อาศัย ไม่ดูเป็นอุปกรณ์เทอะทะหรือรบกวนบรรยากาศของบ้าน ขาตั้งถูกออกแบบให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัว แต่ยังดูเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่สามารถวางในห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือมุมทำงานได้อย่างลงตัว
อีกจุดที่สะท้อนความเข้าใจผู้ใช้คือ หน้าจอสามารถถอดออกจากขาตั้งได้ง่ายเพียงปุ่มเดียว เปลี่ยนจากจอภาพติดขาตั้งให้กลายเป็นจอพกพาที่ใช้งานได้ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ตรงนี้ทำให้ The Movingstyle ไม่ได้หยุดอยู่ที่คำว่า “เคลื่อนที่ได้” แต่ขยายไปสู่คำว่า “ปรับเปลี่ยนได้” ตามสถานการณ์จริงของผู้ใช้

นอกจากการย้ายตำแหน่งได้ จุดเด่นอีกอย่างคือการรองรับการเคลื่อนไหวแบบ Full Motion ทั้งการเอียง หมุน ปรับแนวตั้ง–แนวนอน และปรับระดับความสูงได้ ทำให้ผู้ใช้เลือกมุมมองที่เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละช่วงเวลาได้เอง
ตัวอย่างเช่น หากต้องการดูซีรีส์บนเตียง ก็สามารถปรับมุมจอให้รับกับสายตาได้สะดวก หากใช้วิดีโอคอลประชุม ก็ปรับความสูงให้เหมาะกับระดับใบหน้าได้ หรือหากต้องการเปิดคลิปออกกำลังกาย ก็หมุนจอแนวตั้งหรือแนวนอนให้เข้ากับคอนเทนต์ได้ตามต้องการ
นี่คือรายละเอียดเล็กๆ ที่สะท้อนว่าซัมซุงไม่ได้ออกแบบสินค้าโดยมองแค่ “เทคโนโลยี” แต่เริ่มจากพฤติกรรมจริงของผู้ใช้งาน เพราะความสะดวกไม่ได้หมายถึงแค่จอคมชัดหรือระบบอัจฉริยะเท่านั้น แต่รวมถึงการที่ผู้ใช้สามารถจัดวางหน้าจอให้เข้ากับร่างกาย พื้นที่ และกิจกรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ที่สำคัญ ขาตั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล IEC 62368-1 พร้อมการออกแบบจุดศูนย์ถ่วงเพื่อช่วยป้องกันการพลิกคว่ำ ทำให้การเคลื่อนย้ายและใช้งานในบ้านมีความมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านที่มีหลายสมาชิกหรือมีการใช้งานในหลายพื้นที่

อีกหนึ่งโจทย์ที่ The Movingstyle แก้ให้ผู้ใช้คือ “ข้อจำกัดของสายไฟ” เพราะแม้หน้าจอจะเคลื่อนที่ได้ แต่ถ้ายังต้องลากสายหรือต้องอยู่ใกล้ปลั๊กไฟเสมอ ความคล่องตัวก็ยังไม่สมบูรณ์
ซัมซุงจึงใส่แบตเตอรี่ในตัวที่รองรับการใช้งานแบบไร้สายได้นานสูงสุด 3 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำให้ผู้ใช้สามารถย้ายความบันเทิงไปยังมุมต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูหนังในมุมพักผ่อน เปิดเพลงระหว่างทำอาหาร หรือย้ายจอออกไปสร้างบรรยากาศนอกห้องนั่งเล่นในบางโอกาส
ฟีเจอร์นี้ทำให้ The Movingstyle เข้าใกล้พฤติกรรมการใช้สมาร์ทดีไวซ์มากขึ้น เพราะผู้ใช้คุ้นเคยกับอิสระของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตมานานแล้ว แต่ The Movingstyle ขยายอิสระแบบนั้นไปสู่หน้าจอขนาดใหญ่ที่ให้ประสบการณ์เต็มอิ่มกว่า

The Movingstyle ยังถูกออกแบบให้เป็นหน้าจออัจฉริยะที่ใช้งานง่ายผ่านระบบสัมผัส รองรับการคลิก ลาก และปัดได้อย่างลื่นไหล เหมาะกับพฤติกรรมของผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเข้าแพลตฟอร์มสตรีมมิง เล่นเกม หรือควบคุมหน้าจอผ่านรีโมตเสมือน
นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งการคัดลอกหน้าจอมือถือ การเชื่อมต่อแบบ Plug-and-Play ผ่าน USB-C และ HDMI รวมถึงการแชร์คอนเทนต์จากอุปกรณ์ Galaxy ทำให้การทำงานและความบันเทิงไม่ถูกตัดขาดจากกัน
ในมุมของผู้ใช้จริง นี่คือการลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลง เพราะไม่จำเป็นต้องแยกอุปกรณ์หลายชิ้นสำหรับแต่ละกิจกรรม หน้าจอเดียวสามารถเป็นได้ทั้งจอเพื่อการประชุม จอเพื่อดูหนัง จอสำหรับเล่นเกม หรือจอสำหรับเปิดคอนเทนต์ประกอบกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

อีกมิติที่ทำให้ The Movingstyle แตกต่างจากจอภาพทั่วไปคือการมาพร้อม Samsung Vision AI Companion ผู้ช่วย AI บนหน้าจอขนาดใหญ่ ที่ช่วยค้นหาข้อมูล แนะนำคอนเทนต์ และตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ใช้สนใจได้แบบเรียลไทม์ พร้อมแสดงผลผ่านวิดีโอและภาพประกอบที่เกี่ยวข้อง
เมื่อรวมกับ Bixby ผู้ใช้สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหารายการใหม่ ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับนักแสดง หรือปรับการตั้งค่าหน้าจอ โดยไม่ต้องพิมพ์หรือสลับเมนูหลายขั้นตอน
จุดนี้ทำให้ The Movingstyle ไม่ได้เป็นเพียงจอที่เคลื่อนที่ได้ แต่เป็นจอที่ “เข้าใจ” ผู้ใช้มากขึ้น สอดคล้องกับทิศทางของซัมซุงที่พยายามผสาน AI เข้ากับผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เทคโนโลยีทำงานใกล้ชิดกับผู้คนมากขึ้น

หากมองในเชิงกลยุทธ์ The Movingstyle คือภาพสะท้อนของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทดีไวซ์ที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันเรื่องสเปก ไปสู่การแข่งขันเรื่อง “ประสบการณ์” ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการแค่หน้าจอที่ภาพดีหรือฟังก์ชันครบ แต่ต้องการสินค้าที่เข้าใจวิธีใช้ชีวิตจริง
บ้านยุคใหม่ไม่ได้มีคำตอบเดียว ห้องนั่งเล่นอาจเป็นโรงหนังขนาดย่อมในตอนกลางคืน ห้องครัวอาจเป็นพื้นที่ฟังเพลงหรือดูสูตรอาหารในตอนเช้า ห้องนอนอาจเป็นทั้งมุมพักผ่อนและมุมดูซีรีส์ ส่วนพื้นที่ทำงานก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกมุมของบ้าน
The Movingstyle จึงเป็นสินค้าที่ออกแบบจากไลฟ์สไตล์ก่อน แล้วจึงเติมเทคโนโลยีเข้าไป เพื่อทำให้หน้าจอไม่ใช่สิ่งที่ “ตั้งอยู่เฉย ๆ” แต่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตที่เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง และยืดหยุ่นตามผู้ใช้

นี่คือเสน่ห์ของการออกแบบที่ไม่ได้มองแค่ความล้ำ แต่เข้าใจจังหวะชีวิตของคนยุคใหม่อย่างแท้จริง และทำให้ The Movingstyle กลายเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตาในฐานะจอภาพอัจฉริยะที่เชื่อมระหว่างเทคโนโลยี ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว
ปัจจุบัน Samsung The Movingstyle วางจำหน่ายแล้วในราคาพิเศษ จาก 44,990 บาท เหลือ 39,990 บาท เฉพาะช่วงโปรโมชันถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2569





