
ยิปซัมตราช้าง เดินหน้ายกระดับมาตรฐานวัสดุก่อสร้างไทย คว้าการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) 863-2567 สำหรับ “โครงคร่าวเหล็กกล้าสำหรับยึดแผ่นฝ้าและแผ่นผนัง” จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นรายแรกของประเทศ ด้วยมาตรฐานใหม่ที่เข้มข้นและครอบคลุมกว่าเดิม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของอาคารและบ้านพักอาศัยในไทย เพื่อให้เจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยมั่นใจได้ในระยะยาว
สำหรับเจ้าของบ้านแล้ว ระบบฝ้าเพดานและผนังที่แข็งแรงปลอดภัยต้องเริ่มจากโครงสร้างภายในที่ได้มาตรฐาน โดย “มอก. 863-2567” ถือเป็นการปรับปรุงมาตรฐานระบบโครงคร่าวครั้งสำคัญ ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวมีความเข้มข้นในการทดสอบที่มากขึ้น ตั้งแต่การทดสอบรับน้ำหนัก การกำหนดความหนาของผลิตภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 0.50 มม. สำหรับใช้ภายในอาคาร และพื้นที่อื่นๆ อีกมากมาย
ความแตกต่างที่เจ้าของบ้านควรทราบระหว่างมาตรฐานฉบับเก่า มอก. 863-2532 และมาตรฐานฉบับใหม่ 863-2567 คือการทดสอบรับน้ำหนัก โดยมาตรฐานเดิมจะวัดค่าการแอ่นตัวเฉพาะโครงคร่าวหลัก ได้แก่ คร่าวยืนและคร่าวซอย ในขณะที่มาตรฐานฉบับใหม่ 863-2567 ต้องทดสอบการรับแรงทั้งโครงคร่าวหลัก ไปจนถึงทดสอบ “ทั้งระบบ” ร่วมกับอุปกรณ์ประกอบระบบที่รหัสรุ่นเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ทุกชิ้นส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์และคงมาตรฐานความแข็งแรงตามผลทดสอบ จึงมั่นใจได้ว่าการรับน้ำหนักเป็นไปอย่างปลอดภัย ไร้กังวลเรื่องปัญหาโครงสร้างฝ้าหรือผนัง

ทั้งนี้ มาตรฐานดังกล่าวยังเชื่อมโยงโดยตรงกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของ “อาคารประเภทควบคุมการใช้” เช่น อาคารขนาด 300 ตารางเมตรขึ้นไป อาคารสาธารณะ และอาคารพาณิชย์ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องเลือกใช้วัสดุโครงคร่าวเหล็กที่ได้มาตรฐาน มอก. ฉบับใหม่ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ ส่งผลให้ภาคการออกแบบและก่อสร้าง ตลอดจนเจ้าของบ้าน สามารถเลือกใช้วัสดุได้อย่างมั่นใจ ทั้งในแง่การปฏิบัติตามข้อกฎหมายและในแง่คุณภาพของระบบโดยรวมที่จะมอบความปลอดภัยให้ผู้ใช้งานและผู้อยู่อาศัย จนถึงสมาชิกในครอบครัว
เอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า “ความปลอดภัยของอาคารและที่อยู่อาศัยควรเริ่มต้นตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานจึงเป็นประเด็นที่สถาปนิก และผู้รับเหมาต้องให้ความใส่ใจ โดยเฉพาะ ‘โครงคร่าวเหล็ก’ ที่เป็นองค์ประกอบหลักในการรองรับน้ำหนักและการใช้งานโดยรวม มาตรฐาน มอก. 863-2567 จึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างไทย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มโครงสร้างภายในที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง การกำหนดเกณฑ์ที่รัดกุมยิ่งขึ้นจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค พร้อมส่งเสริมการแข่งขันด้านคุณภาพ และยกระดับมาตรฐานของตลาดอย่างเป็นรูปธรรม”
ด้าน เจค อัลเบิร์ต แอนเดอร์สัน กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย กัมพูชา ลาว และพม่า บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับมาตรฐาน มอก. ที่ ยิปซัมตราช้าง ได้รับครั้งนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 2 รุ่น ได้แก่ โครงคร่าวฝ้าโปรลายน์ ตราช้าง และ โครงคร่าวผนังโปรวอลล์ ตราช้าง มีความแข็งแรง และทนทานต่อการเกิดสนิม ผ่านกระบวนการทดสอบการรับน้ำหนักแบบ “ประกอบร่วมกันทั้งระบบ” รวมกับอุปกรณ์ที่มีรหัสรุ่นเดียวกันทั้งหมด เราส่งเสริมให้ผู้ใช้งานอาคารเลือกใช้มาตรฐาน มอก. 863-2567 นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นความมั่นใจด้านความปลอดภัย เราพร้อมส่งมอบความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วน และร่วมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยอย่างยั่งยืน”
ทั้งนี้ แม้กฎหมายอาคารควบคุม จะยังเปิดให้ผู้ประกอบการเลือกใช้ มอก. ฉบับเก่าอย่าง 863-2532 ได้ แต่การเลือกใช้โครงคร่าวที่ผ่านการรับรองตาม มอก. 863-2567 ที่มีการทดสอบที่เข้มข้นกว่าเดิม จะช่วยลดความกังวลของสถาปนิกและผู้รับเหมาในการยื่นแบบขออนุญาตก่อสร้าง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของบ้าน ตลอดจนผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้งานอาคาร ว่าระบบฝ้าและผนังที่ติดตั้งบนโครงสร้างภายในนั้น ได้รับการรองรับด้วยมาตรฐานที่คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานจริงอย่างรอบด้าน เพื่อให้บ้านและอาคารเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง




