
เมื่อปี พ.ศ. 2503 ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชดำริในการพัฒนา “ชุดไทยพระราชนิยม” เพื่อใช้เป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติของสตรีไทย หลังทรงเล็งเห็นว่า แม้ประเทศไทยจะมีวัฒนธรรมการแต่งกายอันงดงามเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังไม่มีรูปแบบชุดประจำชาติที่ชัดเจนในระดับสากล พระองค์ทรงนำผ้าไหมไทยและผ้าพื้นถิ่นจากภูมิปัญญาชาวบ้านมาพัฒนาและออกแบบให้มีความสง่างามร่วมสมัย จนกลายเป็นต้นแบบสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ พร้อมยกระดับผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับโลก

ปัจจุบัน พระราชปณิธานดังกล่าวยังคงได้รับการสืบสานและต่อยอด โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยให้ก้าวสู่เวทีแฟชั่นและงานออกแบบร่วมสมัยระดับสากล และทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ในการจัดนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté: Royal Thai Dress From Tradition to Modernity ซึ่งจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยความร่วมมือของ (1) สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) (2) พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (3) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และ(4) พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs

นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส (ปี 1856–2026) จัดแสดงผลงานทั้งหมดกว่า 200 ชิ้น ประกอบด้วยฉลองพระองค์ชุดกระโปรง และเครื่องใช้ เครื่องประดับที่ได้รับการออกแบบโดยนายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศสร่วมกับสถาบันงานปักชั้นสูง เลอซาจ รวมไปถึงนักออกแบบชาวไทย โดยมุ่งเน้นไปที่ผลงานการพัฒนาเครื่องแต่งกายประจำราชสำนักและบทบาทที่สื่อสะท้อนออกไปบนเวทีโลก ผ่านการจัดแสดงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมด้วยชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ควบคู่กับงานหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่า สะท้อนถึงความประณีตของภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการสืบสานมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเสนอ “ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO ในปี 2569

อ้างอิงข้อมูลและภาพจาก Facebook ผ้าไทยใส่สนุก





