
เดลล์ เทคโนโลยีส์ (NYSE: DELL) ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ Dell AI Factory ร่วมกับ NVIDIA พร้อมส่งมอบนวัตกรรมสุดล้ำที่ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนเป้าหมายด้าน AI สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง โดยมีลูกค้ากว่า 5,000 ราย ที่ได้ปรับใช้ Dell AI Factory ซึ่งการขยายผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอครั้งนี้ ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างมั่นใจ ขยายสเกลได้ตามเป้าหมายและได้ผลลัพธ์จากระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ควบคุมได้เอง พร้อมข้อมูลที่เชื่อถือได้
Dell AI Factory ร่วมกับ NVIDIA สำคัญอย่างไรกับองค์กร
องค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเป้าหมายด้าน AI แต่กำลังเผชิญกับปัญหาในการนำ AI ไปใช้งานจริง โดยเรื่องความพร้อมและคุณภาพของข้อมูลยังคงเป็นความท้าทายอันดับหนึ่งในการติดตั้ง AI ในทุกขั้นตอน เพราะแม้จะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุดก็ตาม แต่หากไม่มีโครงสร้างข้อมูลที่เชื่อถือได้และพร้อมสำหรับ AI ก็จะไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ ส่งผลให้โครงการนำร่องต้องหยุดชะงักก่อนที่จะนำไปใช้งานจริง และทำให้ AI เอเจนต์ อยู่ไกลเกินเอื้อม ทั้งนี้ เดลล์ และ NVIDIA จึงร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยแนวทางแบบบูรณาการที่เรียบง่าย สามารถช่วยเร่งเวลาในการสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 84% อีกทั้งช่วยให้องค์กรขยายระบบได้อย่างมั่นใจ

AI เอเจนต์ ตอบโจทย์เวิร์กโหลดทุกประเภท
เมื่อเวิร์กโหลดของ AI เอเจนต์ ซับซ้อนมากขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านคลาวด์เริ่มคาดเดาได้ยากขึ้น องค์กรจึงมองหาแนวทางที่สามารถควบคุมการใช้ระบบ AI อัตโนมัติ ให้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเ พราะประสิทธิภาพการทำงาน อธิปไตยของข้อมูลและความคุ้มค่าด้านต้นทุนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
Dell Deskside Agentic AI โซลูชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเวิร์กสเตชันประสิทธิภาพสูงของเดลล์ และ NVIDIA NeMoClaw ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างและรันเอเจนต์อัตโนมัติด้วยอุปกรณ์ภายในองค์กรได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยที่ข้อมูลจะไม่รั่วไหลจากอุปกรณ์ ซึ่งบริการจากเดลล์ รองรับการใช้โซลูชันนี้อย่างครบวงจร โซลูชันนี้ออกแบบมาสำหรับกลุ่มงานเฉพาะทางทั้งด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ งานวิจัยทางวิชาการ และอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ข้อกำกับดูแล ช่วยเปลี่ยนต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ผันผวนในการใช้โทเคนผ่านระบบคลาวด์ ให้กลายเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถควบคุมและคาดการณ์ได้ ซึ่ง Dell Deskside Agentic AI ช่วยให้องค์กรสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาสั้นที่สุดเพียง 3 เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายในการใช้ API พับลิกคลาวด์
NVIDIA OpenShell คือสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับเอเจนต์อัตโนมัติ สามารถรองรับ Dell AI Factory ร่วมกับ NVIDIA ทั้งหมดได้อย่างครอบคลุม จึงช่วยให้องค์กรสามารถสร้างติดตั้งใช้งานและกำกับดูแลการทำงานของเอเจนต์พร้อมควบคุมความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ ตั้งแต่เวิร์กสเตชันที่ทรงพลังอย่าง Dell Pro Precision รุ่นทาวเวอร์ต่างๆ และ Dell Pro Max ที่มาพร้อมขุมพลัง GB10 และ GB300 ตลอดจนเซิร์ฟเวอร์ระดับดาต้าเซ็นเตอร์ Dell PowerEdge XE ทั้งนี้สถาปัตยกรรมอ้างอิง Dell-NVIDIA AI-Q 2.0 ที่ขับเคลื่อนด้วย Dell AI Data Platform with NVIDIA ยังช่วยต่อยอดความสามารถดังกล่าวด้วยเวิร์กโฟลว์ที่พร้อมรองรับงานวิจัยแบบมัลติเอเจนต์ สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกฎข้อบังคับควบคุมเข้มงวด (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่)

เปลี่ยนข้อมูลองค์กรให้เป็นขุมพลังขับเคลื่อน AI
ระบบ AI จะมีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อสามารถค้นหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือและนำไปใช้ต่อได้จริง เดลล์ จึงประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ Dell AI Data Platform ที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลองค์กรให้พร้อมสำหรับ AI โดยขยายครอบคลุมวงจรการใช้งานข้อมูลทั้งหมด ตั้งแต่การสืบค้น จัดเตรียมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ ตลอดจนการสร้างประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ผสานรวมและบริการจัดการกระบวนการข้อมูล AI ในระดับองค์กร ความก้าวหน้าด้านการจัดการและค้นหาข้อมูลของ Dell AI Data Platform ช่วยให้จัดทำดัชนีไฟล์ข้อมูลแบบไร้โครงสร้างจำนวนหลายพันล้านไฟล์ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านั้นสู่กระบวนการที่มีการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ จึงช่วยเร่งการค้นหาและสร้างชุดข้อมูลสำหรับ AI ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้บริการครบวงจรสำหรับ Dell AI Data Platform ยังช่วยองค์กรรับมือกับความท้าทายต่างๆ เช่น การจัดเตรียมข้อมูล การขาดแคลนทักษะและความซับซ้อนในการดำเนินงาน เพื่อให้องค์กรสามารถขยายการใช้ AI จากโครงการนำร่องสู่การใช้งานจริงได้รวดเร็ว
เร่งประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย SQL สำหรับแพลตฟอร์ม NVIDIA Blackwell และ NVIDIA Vera รุ่นใหม่ ภายใน Dell AI Data Platform มี Dell Data Analytics Engine ขับเคลื่อนโดย Starburst ช่วยนำการประมวลผลคำสั่ง SQL แบบเร่งความเร็วด้วย GPU มาสู่ระบบ AI ขององค์กร ซึ่งปัจจุบันมอบประสิทธิภาพในการค้นหาข้อมูลเร็วขึ้นสูงสุด 6 เท่า บนหน่วยประมวลผล GPU NVIDIA Blackwell พร้อมออกแบบเพื่อรองรับแพลตฟอร์มในอนาคตรวมถึงสถาปัตยกรรม Vera ความสามารถเหล่านี้ช่วยเร่งการค้นหาข้อมูลเชิงลึกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบดั้งเดิม และแอปพลิเคชัน AI เอเจนต์ ที่ต้องประมวลผลข้อมูลในปริมาณมหาศาล
ความหนาแน่นสูงขึ้น ต้นทุนการเป็นเจ้าของต่ำลง อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบอ็อบเจกต์ Dell ObjectScale X7700 รุ่น Ultra-dense ใหม่นี้ มอบความจุของฮาร์ดดิสก์ (HDD) เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 45% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งรองรับการขยายระบบประมวลผลภายในสตอเรจได้อย่างยืดหยุ่น และเพิ่มประสิทธิภาพ TCO นอกจากนี้การรองรับไดรฟ์แบบออลแฟลชขนาด 245 TB ที่จะเปิดตัวในอนาคต ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชบน ObjectScale ได้มากกว่า 3 เท่า
เพิ่มขุมพลังระบบ Digital Twin และประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ด้วยการผสานรวมข้อมูลเป็นหนึ่งเดียว ภายในระบบ Dell AI Data Platform with NVIDIA มีการผสานรวมสตอเรจและเครื่องมือค้นหาของเดลล์เข้ากับคลังไลบรารีของ NVIDIA Omniverse เพื่อรวมความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลแบบอ็อบเจกต์ที่ขยายขอบเขตการทำงาน เข้ากับการค้นหาสินทรัพย์ดิจิทัลเชิงความหมายในรูปแบบเวกเตอร์ โดยเชื่อมต่อระบบบริหารจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (PLM Systems) และสตอเรจต่างๆ เข้ากับ Omniverse ได้โดยตรง เพื่อป้อนข้อมูลให้ Digital Twin รวมถึงการฝึกและตรวจสอบระบบ Physical AI ด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีการจัดระเบียบอย่างเป็นระบบ

โครงสร้างพื้นฐานรุ่นใหม่สร้างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้ AI ยุคใหม่
เดลล์ กำลังขยายพอร์ตฯ โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ด้วยระบบใหม่ที่สร้างขึ้นสำหรับเวิร์กโหลด AI ขององค์กรยุคใหม่โดยเฉพาะ ในฐานะที่เดลล์ เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระดับแร็คอันดับต้นที่มียอดจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ระดับแร็คมากกว่าคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดถึง 2 เท่า เดลล์จึงเสริม PowerRack เข้ามากลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI
Dell PowerRack คือระบบบูรณาการที่สมบูรณ์แบบที่รวม ระบบประมวลผล ระบบเครือข่าย และสตอเรจเข้าด้วยกัน พร้อมการออกแบบเรื่องระบบจัดการความร้อน การบริหารจัดการพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพซอฟต์แวร์ เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัวตั้งแต่ต้น ผลลัพธ์ที่ได้คือช่วยเร่งประสิทธิภาพการประมวลผลสำหรับเวิร์กโหลด AI และ HPC ในระดับองค์กร ช่วยลดความซับซ้อนในการประกอบและเชื่อมการทำงานของส่วนต่างๆ เอง ขณะเดียวกัน Dell PowerRack สำหรับสตอเรจ และระบบเครือข่าย ยังมาในรูปแบบแพลตฟอร์ม rack-scale ที่ติดตั้งและพร้อมใช้งานจากโรงงาน โดยรวมระบบสตอเรจ Dell Exascale และระบบเชื่อมต่อเครือข่าย Dell PowerSwitch ไว้ด้วยกัน พร้อมการบริหารจัดการเรื่องประสิทธิภาพ ระบบพลังงาน และระบบระบายความร้อนผ่าน Dell Integrated Rack Controller อย่างสอดคล้องเป็นระบบ
อัปเดตโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม ดังนี้
สตอเรจครบวงจร (Four-in-one) รองรับการประมวลระดับสูง เดลล์เพิ่ม PowerFlex เข้ามาใน Dell Exascale Storage ช่วยเติมเต็มโครงสร้างรวมระดับแร็คที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Dell PowerRack สามารถรองรับระบบจัดเก็บข้อมูลได้ครบทั้งแบบบล็อก (PowerFlex) แบบไฟล์ (PowerScale, Lighting, File System) และแบบอ็อบเจกต์ (ObjectScale) เพื่อ AI และ HPC รวมถึงเวิร์กโหลดระดับองค์กรที่ต้องอาศัยทรัพยากรสูง
เวิร์กสเตชันระดับแร็คขนาดกะทัดรัดพร้อมติดตั้งใช้งาน Dell Pro Precision 7 R1 นำการประมวลผลประสิทธิภาพสูงมาสู่สภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ในขนาดตัวเครื่องเพียง 1U มาพร้อม GPU NVIDIA RTX PRO Blackwell Max-Q Workstation Edition และรองรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุดถึง 64TB
การบริหารจัดการตู้แร็คแบบรวมศูนย์ ซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่ของ Dell Integrated Rack Controller และ Dell OpenManage Enterprise ให้ระบบควบคุมแบบรวมศูนย์สำหรับระบบประมวลผลที่ผสานรวมเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งขยายขีดความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ระยะไกลและการประสานจัดการระบบอัตโนมัติครอบคลุมทั่วทั้งตู้แร็ค
ระบบระบายความร้อนรุ่นใหม่ Dell PowerCool CDU C7000 ตัวกระจายสารหล่อเย็นระดับแร็ครุ่นแรกที่รองรับการระบายความร้อนสำหรับแพลตฟอร์ม NVIDIA Vera Rubin NVL72 ได้ภายในขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดเพียง 4U บนมาตรฐานแร็ค 19 นิ้ว พร้อมทั้งช่วยขยายความสามารถการระบายความร้อนของเดลล์ และรองรับอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นของอาคารได้สูงสุดถึง 40 องศาเซลเซียส
โซลูชันที่ขยายได้ พร้อมระบบนิเวศแบบเปิดที่เติบโต
โปรแกรม Dell AI Ecosystem ใหม่ ช่วยให้ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ AI มีแนวทางที่เป็นระบบในการตรวจสอบและรับรองโซลูชัน บนโครงสร้างพื้นฐานของ Dell AI Factory ซึ่งเป็นการเปลี่ยนนวัตกรรมที่กระจัดกระจายให้เป็นผลลัพธ์ที่ผ่านการพิสูจน์และพร้อมใช้งานจริง สำหรับองค์กรธุรกิจความสามารถเหล่านี้คือแนวทางที่ให้ความเสี่ยงต่ำในการขยายการใช้ AI ระดับองค์กรได้จริง ช่วยให้เปลี่ยนจากการทดสอบระบบ (POC) สู่การใช้งานจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และให้ความสามารถในการประมวลผลโซลูชัน AI ได้จากทุกที่ที่มีข้อมูล
การนำเทคโนโลยี AI ชั้นนำและโมเดลระดับแนวหน้ามาสู่องค์กร ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมข้อมูล โมเดล และการดำเนินงานต่าง ๆ ได้ภายในสภาพแวดล้อมองค์กรที่เชื่อถือได้
นอกจากนี้ ลูกค้าของ ServiceNow จะสามารถใช้ Dell AI Factory เพื่อเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานเข้ากับระบบจัดการเวิร์กโฟลว์องค์กรแบบอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรสามารถค้นหา กำกับดูแลและใช้งาน AI โดยมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ทางธุรกิจเป็นสำคัญ
โซลูชัน AI ใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองการใช้งานจริงในองค์กร ครอบคลุมตั้งแต่ AI เอเจนต์ ร่วมกับ Mistral ส่วนระบบ Computer Vision ร่วมกับ Fogsphere และ Ipsotek (บริษัทในเครือ Eviden) ขณะที่ระบบ Immersive AI โดย UneeQ Digital Humans และเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดโดย Poolside พร้อมให้เลือกติดตั้งใช้งานได้โดยตรงจากแคตตาล็อกบน Dell Automation Platform ขณะเดียวกันโซลูชันและบริการด้านความปลอดภัยใหม่ที่ขับเคลื่อนโดย CrowdStrike, Fortanix และ F5 ยังมอบการปกป้องครบวงจร (full-stack) ตลอด 24 ชั่วโมง ให้ความปลอดภัย AI ขั้นสูง ได้ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI ข้อมูล โมเดลและแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างรากฐาน AI ที่มั่นคงและยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ JFrog และเดลล์ ยังร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มศูนย์กลางเพื่อการบริหารจัดการโมเดล AI โปรโตคอล MCPs ทักษะของเอเจนต์ และซอฟต์แวร์ต่างๆ ในระดับองค์กรได้อย่างปลอดภัย
ไมเคิล เดลล์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “การมาถึงของ AI เอเจนต์ ในปัจจุบัน ทำให้ทุกองค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายเดียวกัน นั่นคือการเปลี่ยนความอัจฉริยะให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ภายในเวลารวดเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจถูกทิ้งให้อยู่ข้างหลัง เดลล์ เทคโนโลยีส์ กำลังช่วยลูกค้าเปลี่ยนข้อมูลองค์กรเป็นขุมพลังขับเคลื่อน AI บนโครงสร้างพื้นฐานที่องค์กรควบคุมได้เอง มีความปลอดภัย สามารถกำกับดูแลและให้ความคุ้มค่าด้านต้นทุน”
เจนเซน หวง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NVIDIA กล่าว “AI เอเจนต์มาถึงองค์กรแล้ว และการนำ AI ไปใช้ในองค์กรกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเดลล์ และ NVIDIA ร่วมกันสร้าง AI Factory ที่ครบวงจรแบบ full-stack เพื่อช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ ด้วยระบบประมวลผลความเร็วสูง ระบบเครือข่าย สตอเรจ ซอฟต์แวร์และบริการต่างๆ ที่ขยายความสามารถในการใช้งานได้ตั้งแต่เดสก์ท็อปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ ช่วยเปลี่ยนศักยภาพของ AI ให้เป็นผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับทุกองค์กร”




