
เนสกาแฟ ยังครองความเป็นแบรนด์กาแฟยอดนิยมของคนไทย และเป็นหนึ่งแบรนด์ที่คนไทยไว้วางใจสูงสุด จากการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลมาอย่างต่อเนื่อง ความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกกาแฟชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผู้รับซื้อรายใหญ่สำหรับเมล็ดกาแฟที่เพาะปลูกในประเทศไทยมาเป็นเวลานานหลายปีติดต่อกัน
ในอดีตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ได้ผลิตในประเทศไทยโดยบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมทุนแบบ 50/50 ระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริ ภายใต้สัญญาการร่วมทุนนี้ เนสท์เล่ มีอำนาจในการบริหารงานบริษัท QCP ซึ่งรวมถึงการผลิต การจัดจำหน่าย และการทำการตลาดผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ โดยเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้ในการผลิตเนสกาแฟนั้นเป็นของเนสท์เล่ เมื่อสัญญาการร่วมทุนสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา บริษัท QCP จึงไม่มีสิทธิในการผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟอีกต่อไป
กรณีการสิ้นสุดลงของสัญญากับบริษัท QCP ได้ถูกยื่นต่อคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศให้ไต่สวน โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2567 ทางคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้มีคำตัดสินชี้ขาดว่า การยุติสัญญาทั้งหมดชอบด้วยกฎหมายตามข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง คำร้องที่ผู้ถือหุ้นอีกฝั่งยื่นต่อศาลสิงคโปร์ในเวลาต่อมาก็ถูกยกคำร้องทั้งหมดเช่นกัน โดยศาลสูงสิงคโปร์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ยืนตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ทั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันโดยถึงที่สุดแล้วว่าการยุติสัญญากับบริษัท QCP เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถือหุ้น QCP อีกฝั่ง ได้รับทราบคำพิพากษาของศาล และได้มีการชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามคำสั่งศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของคดีแพ่งที่นายประยุทธ มหากิจศิริและครอบครัวได้ยื่นฟ้องเนสท์เล่และบริษัทในเครือในประเทศไทย ปัจจุบัน ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้มีคำสั่งให้โอนมาพิจารณาที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีเขตอำนาจโดยตรง โดยคดีกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
เนสท์เล่ยังคงยืนหยัดและยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลักการเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเนสท์เล่ทั่วโลกและเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เนสท์เล่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค คู่ค้าทางธุรกิจ พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ในนานาประเทศทั่วโลก
เนสท์เล่ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 130 ปี และยังคงมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภค พนักงานของเรา เกษตรกรที่ทำงานร่วมกับเรา ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจของเรา และจะยังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยต่อไป
สารถึงบรรณาธิการ
เนสท์เล่เป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยดำเนินธุรกิจใน 185 ประเทศทั่วโลก บริษัทยึดมั่นในเจตนารมณ์ “เปิดพลังแห่งอาหารและเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตที่ดี สำหรับทุกคนในวันนี้และในอนาคต (Unlocking the power of food and beverages to enhance quality of life for everyone, today and for generations to come)” เนสท์เล่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายสำหรับผู้คนและสัตว์เลี้ยงในทุกช่วงวัย โดยมีแบรนด์มากกว่า 2,000 แบรนด์ ซึ่งรวมถึง แบรนด์ระดับโลก อาทิ เนสกาแฟ เนสเปรสโซ ไมโล และแม็กกี้ ปัจจุบัน เนสท์เล่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเวเวย์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 160 ปีก่อน
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนสท์เล่ ประเทศไทยผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/goodfoodgoodlifebyNestleThailand
YouTube: https://www.youtube.com/user/NestleThailand
Website: https://www.nestle.co.th
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:
ทีมสื่อมวลชนสัมพันธ์เนสท์เล่ ที่ 06 1892 1414 หรืออีเมล mediarelations@th.nestle.com



