33 ปี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเวทีสัมมนาวิชาการครั้งใหญ่ ชูแนวคิด “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด”
31 May 2026

 

สิ่งแวดล้อมไทย : ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” เปิดเวทีระดับประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทิศทางนโยบาย และแนวทางรับมือ “3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก สู่ความท้าทายสิ่งแวดล้อมไทย” ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) และ มลพิษ (Pollution) 

ซึ่ง 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมล้วนมีความเชื่อมโยงกันและส่งผลกระทบในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมโดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงานและร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติสิ่งแวดล้อมไทย”

 

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า วิกฤตสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันถือเป็น  วิกฤติไร้พรมแดนที่ไม่มีประเทศใดสามารถรับมือได้เพียงลำพังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมขณะเดียวกันประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อม ทั้งในระดับนโยบายจนไปสู่การปฏิบัติ การปรับตัวของภาคธุรกิจและการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างเท่าทันต่อวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อม 

 


“วันนี้โลกกำลังเผชิญทั้งวิกฤติสภาพภูมิอากาศความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและปัญหามลพิษที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะขยะพลาสติก ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และมลพิษทางอากาศจาก PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ เศรษฐกิจและความมั่นคงทางทรัพยากรสิ่งสำคัญที่สุดคือการ “ปรับตัว” เพราะหากเราไม่เริ่มลงมือวันนี้ ความสูญเสียในอนาคตอาจรุนแรงเกินกว่าจะรับมือได้

ดังนั้น ในวาระครบรอบ 33 ปีของ TEI ครั้งนี้ จึงเป็นการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ทั้งตัวแทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ องค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการ และภาคประชาสังคม มาร่วมเจาะลึกทุกวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมตั้งแต่ระดับพื้นที่ นโยบายประเทศ ไปจนถึงระดับโลก พร้อมร่วมกันถอดบทเรียนเสนอทางรอดและยกระดับศักยภาพการรับมือวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อมสู่อนาคตที่ยั่งยืน”

 

 

ภายในงานยังเปิด 3 เวทีใหญ่แบบเจาะลึกตรงประเด็นเพื่อร่วมหาทางรอดจาก 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ขับเคลื่อนงานวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในวงการสิ่งแวดล้อม รวมถึง ผู้บริหารภาคธุรกิจที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับประเทศไทยที่ให้ความสำคัญในการมุ่งเป้าสู่ Net Zero วิทยากรมากกว่า 15 ท่าน มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนทางรอดและการปรับตัว โดยการแก้ไขปัญหาใดปัญหาหนึ่งโดยปราศจากการพิจารณาเชิงระบบไม่อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้ทุกภาคส่วนจึงต้องบูรณาการมาตรการเพื่อรับมือกับวิกฤติทั้งสามพร้อมกันให้เกิดความเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ ดังนี้


เวทีที่ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำเสนอผ่านประเด็น Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ทุกภาคส่วนของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ต้องเร่งขับเคลื่อนแผนด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับประเทศไทยได้เร่งเครื่องในระดับนโยบายในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ด้วยการตั้งเป้าให้ประเทศไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยเป็นการปรับเป้า Net Zero ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม 15 ปี ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเชิงระดับนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่สมดุล ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

 

เวทีที่ 2 การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ที่หยิบยกประเด็น Biodiversity Collapse ธรรมชาติเสื่อม กับความเสี่ยงและการปรับตัวผ่านพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และมุมมองต่อสัญญาณเตือนของวิกฤติธรรมชาติเสื่อมถอยและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในระดับโลก ภูมิภาคอาเซียน และ ประเทศไทย โดยมีการนำเสนอแนวคิด เครื่องมือ และทิศทางใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการรับมือวิกฤติสิ่งแวดล้อม อาทิ

รายงานสิ่งแวดล้อมโลก แนวโน้มการพัฒนาแบบ (Nature-Positive) การปรับตัวของภาคธุรกิจที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ทิศทางนโยบายสีเขียวของอาเซียน (Green Policy) เส้นทางและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป (EU) เครื่องมือทางการเงิน Nature Credits ที่เชื่อมโยง “ธรรมชาติ–เศรษฐกิจ” ตลอดจนแนวทาง Green Development ของจีน และบทบาทประเทศไทยต่อพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่ คุ้มครอง (OECMs: Other Effective area-based Conservation Measures) โดยเวทีนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีประสบการณ์ตรง เพื่อร่วมกันมองหาแนวทางการปรับตัวและความร่วมมือ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับประเทศไทย อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

เวทีที่ 3 ปัญหามลพิษ Pollution Challenges มลพิษสิ่งแวดล้อม ปัญหาเก่า จะก้าวข้ามกันอย่างไร โดยเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้งภาคการผลิตและบริการ ชุมชน และเกษตรกรรม มุ่งยกระดับการจัดการมลพิษอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การควบคุมแหล่งกำเนิด การจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมผลักดันความร่วมมือเพื่อพัฒนาแนวทางที่นำไปสู่การปฏิบัติจริง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว เวทีเสวนาชูประเด็นสำคัญ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ “โอกาสและการปรับตัวของภาคการผลิตและบริการ” และ โอกาสและการปรับตัวของภาคชุมชนและภาคเกษตรกรรม

 

 

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับเกณฑ์อาคารเขียวไทยระหว่างมูลนิธิอาคารเขียวไทยกับ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานอาคารเขียวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมของ  TEI กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมพิธีมอบรางวัลและเชิดชูเกียรติภาคีสิ่งแวดล้อมทั้งการมอบโล่เชิดชูเกียรติและเกียรติบัตรฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ประกอบการที่คำนึงถึงการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งวัฏจักร รางวัลพลังสื่อขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมไทย ที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนร่วมส่งผลงานรายงานพิเศษที่เกี่ยวข้องกับ 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมข้างต้นเข้าประกวดโดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตัดสิน และการมอบรางวัล Green Voice Influencer Award ขณะเดียวกัน TEI ยังได้นำเสนอนิทรรศการภายใต้แนวคิด “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” ที่สื่อให้เห็นถึงการสูญเสียจาก 3วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับการดำเนินชีวิตของคนไทย พร้อมชูโมเดลความสำเร็จจากการดำเนินงานในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

 


“ตลอดระยะเวลา 33 ปีในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้มีบทบาทสำคัญในการร่วมยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคตามมาตรฐานสากลที่ยึดมั่นความถูกต้องทางวิชาการและมีความเป็นกลางขอขอบคุณความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยดี

TEI พร้อมจะก้าวไปสู่องค์กรในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศและภูมิภาค พร้อมเครือข่ายพันธมิตร อันเป็นรากฐานสำคัญสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนเพราะหัวใจสำคัญของโลกยุคใหม่คือ “การเรียนรู้ ตระหนัก และปรับตัวเพื่ออยู่รอด” และการเปลี่ยนแปลงเพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง” ดร.วิจารย์ กล่าวปิดท้าย

 

[อ่าน 511]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ทรู" จับมือ "มูลนิธิถันยรักษ์ฯ" ชวน “โอปอล–สุชาตา” ควงคุณแม่ เติมเต็มความหมายวันแม่ปีนี้ ผ่านแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ”
Tidlor Academy จุดประกายแนวคิด สร้างวัฒนธรรมองค์กรยั่งยืน สู่ผู้นำรุ่นใหม่จาก JUMC NEXT จุฬาฯ
FWD ประกันชีวิต ร่วมกับ คปภ. จัดแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กร
โออาร์ ร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาบอคเซีย ในการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569
GIT x NEXTOPIA ชวนมอง “อัญมณี” มากกว่าความสวยงาม เปิดโลก Responsible Jewelry ผ่านแนวคิด “The Pure Light”
OCEAN LIFE ปักธงสุขภาพดี ควบคู่บริหารความเสี่ยง ร่วมงาน Good Health Great Heart ชูประกันชีวิต–สุขภาพ เติมความมั่นใจ
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved