"โนเกีย" ตอกย้ำผู้นำโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมเครือข่ายออปติก พร้อมรองรับ AI ในงาน Wavelengths APAC ที่ประเทศไทย
10 Jun 2026

 

โนเกีย นำเสนอนวัตกรรมล่าสุดด้าน Optical Networking หรือ โครงสร้างพื้นฐานการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงโดยใช้แสง และโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับยุค AI ภายในงาน Wavelengths APAC ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์งานระดับโลกของโนเกียที่มุ่งสำรวจอนาคตของการเชื่อมต่อ เครือข่ายออปติก และโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วย AI

 

ภายในงาน ผู้บริหารของโนเกียได้กล่าวถึงแนวโน้มความต้องการเครือข่ายประสิทธิภาพสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเครือข่ายในยุค AI จำเป็นต้องสามารถรองรับการขยายตัวของปริมาณข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น มีความปลอดภัย และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscale Data Centers) การเชื่อมต่อคลาวด์ และบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเน้นย้ำว่าเครือข่ายยุคใหม่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

 

 

วีโต ดิ มารีอา (Vito Di Maria) รองประธานฝ่าย Optical Networks ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของโนเกีย กล่าวเปิดงานพบปะสื่อมวลชน โดยยืนยันถึงความมุ่งมั่นของโนเกียในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของยุคดิจิทัลของประเทศไทย ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่องและการพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายขั้นสูง

 

ในการบรรยายหัวข้อ “โอกาสสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมในยุค AI” (Opportunities for Telecommunication Providers in the Era of AI) คริสเตียน อูเรโมวิช (Christian Uremovic) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Solution Marketing ของโนเกีย ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก กำลังผลักดันความต้องการโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อความจุสูง รวมถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Hyperscalers) และผู้ให้บริการระบบคลาวด์ พร้อมเน้นย้ำบทบาทสำคัญของเครือข่ายในการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูล แอปพลิเคชัน และผู้ใช้งานในโลกที่มีการเชื่อมโยงถึงกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ด้าน รอน จอห์นสัน (Ron Johnson) รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Optical Networks ของโนเกีย ได้นำเสนอหัวข้อ “เครือข่ายออปติก: พลังขับเคลื่อนยุคการเติบโตครั้งใหญ่ของ AI” (Optical Networks: Powering the AI Supercycle) โดยเจาะลึกแนวโน้มสำคัญที่กำลังกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมเครือข่าย อาทิ ความต้องการแบนด์วิดท์ที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อจำกัดด้านความจุของโครงข่ายไฟเบอร์ และความท้าทายด้านการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น พร้อมนำเสนอนวัตกรรมล่าสุดของโนเกีย ได้แก่ ICE7 และ PSE-6s ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขยายเครือข่าย ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพิ่มสมรรถนะของเครือข่าย เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีในยุค AI

 

ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสาธิตเทคโนโลยี (Guided Demo Tour) เพื่อนำเสนอการพัฒนาล่าสุดด้านเครือข่ายออปติกและระบบอัตโนมัติของโนเกีย ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อในยุค AI โครงสร้างพื้นฐานระดับ Hyperscale และการพัฒนาศูนย์ข้อมูลแห่งอนาคต

 

 

โดยมีไฮไลต์สำคัญ ดังนี้

  • โครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายแบบครบวงจรของโนเกีย

การสาธิตนี้นำเสนอศักยภาพของโซลูชันเครือข่ายแบบครบวงจรของโนเกีย ที่ช่วยเชื่อมต่อผู้ใช้งานและภาคธุรกิจทั่วทุกมุมโลก ซึ่งครอบคลุมบริการสำหรับที่อยู่อาศัย การเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ (Mobile Backhaul) และบริการสำหรับองค์กร ไปจนถึงเครือข่ายระดับเมือง (Metropolitan Networks) เครือข่ายระยะไกล (Long-Distance Networks) และเครือข่ายเคเบิลใต้น้ำ (Submarine Networks)

 

  • ยกระดับการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลสู่ระดับ Hyperscale

โนเกียนำเสนอโซลูชัน Data Center Interconnect (DCI) รุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อมอบการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูล ระบบคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานระดับ Hyperscale ที่สามารถขยายขีดความสามารถได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน การสาธิตประกอบด้วยระบบ Optical Line System (OLS) ที่รองรับย่านความถี่ C+L ความสามารถด้าน Coherent Routing และโมดูล 800G Coherent Pluggables ที่ผสานการทำงานเข้ากับเราเตอร์ของโนเกีย ช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มความจุเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคงไว้ซึ่งความยืดหยุ่นในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

 

  • สำรวจเทคโนโลยีออปติกสำหรับศูนย์ข้อมูลผ่านประสบการณ์ AR

การสาธิตนี้นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดของโนเกีย ได้แก่ ICE-X 800G ZR/ZR+ Pluggable และโซลูชัน OLS/RD66 ผ่านประสบการณ์ AR (Augmented Reality) ที่ให้ผู้เข้าร่วมสามารถสำรวจเทคโนโลยีสำคัญของเครือข่ายออปติก อาทิ ICE-X 800G ZR/ZR+ Pluggable, OLS/RD66 C+L ROADM รวมถึงเส้นทางนวัตกรรมของโนเกียในการลดการใช้พลังงานของอุปกรณ์ Pluggable ผ่านเทคโนโลยี ICE-D

 

วีโต ดิ มารีอา รองประธานฝ่าย Optical Networks ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของโนเกีย กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในขณะที่การนำเทคโนโลยี AI ไปใช้งานกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในทุกภาคอุตสาหกรรม ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถขยายขีดความสามารถได้ และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย งาน Wavelengths APAC เป็นเวทีที่โนเกียนำลูกค้า พันธมิตร และผู้นำในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของนวัตกรรมด้านเครือข่ายออปติกในการปลดล็อกศักยภาพของยุค AI พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านในยุคดิจิทัลของประเทศไทยและภูมิภาคในวงกว้าง”

 

[อ่าน 986]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
HER HYNESS กางกลยุทธ์ “The Science & Soul” ตั้งเป้าขยายพอร์ตมาส์ก 20% สู่ยอดขายรวม 2,000 ล้านบาท
"KFC ประเทศไทย" เอาใจสายเกา ส่ง “ไก่กรอบโซลฮอต” ติ่งไปให้สุด เริ่มต้น 49 บาท
ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) คว้ารางวัล สุดยอดองค์กรที่น่าทำงานในเอเชีย เป็นครั้งที่ 4
อลิอันซ์ อยุธยา เปิดนิทรรศการ “โรคร้ายแลนด์” เปลี่ยนเรื่องโรคร้ายให้ “รู้สึกได้” ก่อนเกิดจริง
"เอปสัน" เปิดบ้านต้อนรับยังก์ดีไซเนอร์ สานต่อความร่วมมือ "สยามเซ็นเตอร์" ปีที่ 3 ต่อยอดไอเดียจากห้องเรียนสู่ผลงานจริง
ธ.ก.ส. ร่วมเปิดงาน มหกรรมการเกษตร “TOYOTA FARM EXPO 2026”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved