"SKF" เปิด Regional Warehouse แห่งใหม่ เสริมแกร่งซัพพลายเชนเอเชีย–แปซิฟิก รองรับการเติบโต Double Digit
17 Jun 2026

 

SKF ประเทศไทย ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตตลับลูกปืนจากประเทศสวีเดน เดินหน้าขยายศักยภาพการดำเนินงานในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ด้วยการเปิด Regional Warehouse แห่งใหม่ ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการกระจายสินค้าระดับภูมิภาค ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน พร้อมรองรับการเติบโตของตลาดอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวแบบก้าวกระโดด เพื่อมุ่งสู่การเป็นฮับแถวหน้าของภูมิภาค

 

 

การเปิดคลังสินค้าระดับภูมิภาคแห่งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความพร้อมของ SKF ประเทศไทย ในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ผ่านการดำเนินงานภายใต้โครงการ Tripod ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ ครอบคลุม 3 กลุ่มประเทศ ได้แก่ 1) สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย 2) ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ และ 3) ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศในภูมิภาคโอเชียเนีย

 

โดย Regional Warehouse แห่งใหม่ของ SKF ประเทศไทย ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 5,102 ตารางเมตร รองรับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์มากกว่า 9 ล้าน TEU สามารถจัดเก็บและกระจายสินค้ากลุ่มตลับลูกปืนและโซลูชันอุตสาหกรรมของ SKF มากกว่า 5,100 SKU

 

 

นอกจากนี้ ภายในคลังสินค้ายังได้รับการออกแบบให้รองรับการจัดเก็บสินค้าหลากหลายรูปแบบ ทั้งระบบชั้นวางสินค้า (Racking System) ระบบจัดเก็บในช่องเก็บสินค้า (BIN Storage) และระบบจัดเก็บสินค้าแบบกองรวม (Bulk Storage) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารคลังสินค้าและการกระจายสินค้า พร้อมติดตั้งระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System: WMS) ที่ช่วยควบคุมและติดตามการจัดเก็บ เคลื่อนย้ายสต็อกสินค้า รวมถึงการกระจายสินค้าและติดตามสถานะการจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังมีกระบวนการปฏิบัติงานด้านคลังสินค้าและโลจิสติกส์แบบครบวงจร ตั้งแต่การรับสินค้า การจัดเก็บ การประมวลผลคำสั่งซื้อ การหยิบและบรรจุสินค้า การจัดส่ง การบริหารสินค้าคงคลังและพิธีการศุลกากร บริการเสริมด้านโลจิสติกส์ (VAS) ไปจนถึงการจัดการสินค้าคืน อีกด้วย

 

 

นายทวิวัชร์ เรืองปัญญาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เค เอฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิด Regional Warehouse แห่งใหม่นับเป็นก้าวสำคัญของ SKF ประเทศไทย ในการยกระดับเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคและเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้า ทั้งในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ลดระยะเวลาการส่งมอบ และยกระดับประสบการณ์การให้บริการแก่ลูกค้าในภูมิภาค ด้วยการมุ่งสร้างระบบซัพพลายเชนที่มีความคล่องตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าได้เฉลี่ยประมาณ 15% ต่อปี ขณะที่การจัดเก็บสินค้าจะเพิ่มขึ้นราว 10% ต่อปี”

 

ในปี 2569 ซึ่งเป็นปีแรกของการดำเนินงาน ศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้มีปริมาณงานขาเข้ามากกว่า 400,000 ชิ้น/กล่อง และปริมาณงานขาออกมากกว่า 183,000 ชิ้น/กล่อง โดยกระจายสินค้าไปยังประเทศไทย 75% เวียดนาม 20% และฟิลิปปินส์ 5% ผ่านการขนส่งทั้งทางบกและทางทะเล พร้อมสนับสนุนธุรกิจ SKF ในภูมิภาคให้มีการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม

 

“นอกเหนือจากการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการดำเนินงานในการขนส่งแล้ว เรายังยึดมั่นในการดำเนินงานตามนโยบายความยั่งยืน (Sustainability) อย่างเคร่งครัด โดยคลังสินค้าแห่งนี้ได้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายและรถลากจูงพลังงานไฟฟ้า 100% หรือ Prime Mover EV ในการบริหารจัดการและเคลื่อนย้ายสินค้าทั้งหมดภายในและรอบบริเวณคลังสินค้า ซึ่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในครั้งนี้ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ประมาณ 30,000 กิโลกรัมต่อปี ถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จในการผสานธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” นายทวิวัชร์ กล่าวปิดท้าย

 

 

สำหรับแผนการดำเนินงานในอนาคต SKF ประเทศไทย เตรียมยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการสู่ระดับสากลด้วยการเดินหน้าขอรับรองมาตรฐานอาคารเขียว หรือ LEED Certification (LEED v4) ภายในปี 2570 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาตัวอาคารคลังสินค้าให้มีการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตอกย้ำความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนสอดรับกับกลยุทธ์และเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) ของกลุ่มบริษัท SKF ทั่วโลก

 

การเปิด Regional Warehouse แห่งใหม่ในประเทศไทยครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนบทบาทของ SKF ที่เป็นมากกว่าผู้นำระดับโลกด้านการผลิตตลับลูกปืน แต่ในฐานะผู้นำด้านโซลูชันอุตสาหกรรมระดับโลก ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์สำคัญของภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ที่พร้อมรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและการค้าในอนาคต ผ่านการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนไปพร้อมกัน

 

[อ่าน 615]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"เอปสัน" เปิดบ้านต้อนรับยังก์ดีไซเนอร์ สานต่อความร่วมมือ "สยามเซ็นเตอร์" ปีที่ 3 ต่อยอดไอเดียจากห้องเรียนสู่ผลงานจริง
ธ.ก.ส. ร่วมเปิดงาน มหกรรมการเกษตร “TOYOTA FARM EXPO 2026”
วางจำหน่ายแล้ว OPPO A7 Pro Series 5G ราคาเริ่มต้น 13,999 บาท ชูเซลฟี่มุมกว้าง 50MP พร้อม AI ปรับเฟรม
Gother ขยับจากเว็บจองเที่ยว สู่แพลตฟอร์มขาย “ประสบการณ์” ตั้งเป้ายอดจอง 3,700 ล้านบาทในปี 2570
แสนสิริ เผยโฉม “SHUSH Ratchathewi” ลักซ์ชัวรี่ลอฟต์ดีไซน์คอนโดพร้อมอยู่ ใจกลางราชเทวี
ปันบุญ โดย ทีทีบี หนุนมูลนิธิใช้ AI และ Data เพิ่มประสิทธิภาพการระดมทุน พร้อมยกระดับการบริจาคให้โปร่งใส
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved