ดีลอยท์ชี้ต้นทุนพุ่ง 21-40% ดันธุรกิจเกือบครึ่งในเอเชียแปซิฟิก ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่
19 Jun 2026

 

ดีลอยท์เผยผลสำรวจ Deloitte Asia Pacific Tax and Tariff Complexity Survey 2025 ชี้ระดับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกระตุ้นให้ผู้บริหารระดับสูงตัดสินใจปรับกลยุทธ์

 

ดีลอยท์เปิดเผยผลสำรวจ Deloitte Asia Pacific Tax & Tariff Complexity Survey 2025 พบว่า ร้อยละ 41 ของผู้นำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมพิจารณาปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นไม่ถึงร้อยละ 20 ขณะที่อีกร้อยละ 42 ระบุว่า สามารถรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีศุลกากรได้ไม่เกินร้อยละ 40 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

 

ผลสำรวจนี้นับเป็นครั้งที่ 5 ของดีลอยท์ในการติดตามความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของสภาพแวดล้อมด้านภาษีและธุรกิจในภูมิภาค โดยดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 21 กันยายน 2568 รวบรวมความคิดเห็นจากผู้บริหารระดับสูงจำนวน 363 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้ ในปีนี้ได้ปรับมุมมองการศึกษาให้มุ่งเน้นผู้บริหารระดับสูงมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งผู้บริหารระดับสูงสายงานภาษีและผู้บริหารระดับ C-suite เพื่อสะท้อนปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจในปัจจุบัน ตลอดจนบทบาทของภาษีและภาษีศุลกากรที่ส่งผลต่อการกำหนดกลยุทธ์องค์กร

 

ผลสำรวจพบว่า ผู้บริหารจำนวนมากไม่ได้มองการปรับราคาสินค้าเป็นแนวทางหลักในการรับมือกับผลกระทบจากภาษีศุลกากรอีกต่อไป แต่มองเป็นเพียงมาตรการระยะสั้นเพื่อประคับประคองสถานการณ์เท่านั้น การเปลี่ยนแปลงมุมมองดังกล่าวสะท้อนถึงการปรับแนวคิดเชิงกลยุทธ์ในวงกว้าง โดยมุ่งเน้นให้ผู้นำองค์กรมีความพร้อมมากขึ้นในการทบทวนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เมื่อเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนที่รุนแรงขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกในการสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน

 

ทั้งนี้ เกือบร้อยละ 70 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจด้านห่วงโซ่อุปทานได้เปลี่ยนจากการมุ่งลดต้นทุน มาเป็นการให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง และความสอดคล้องเชิงกลยุทธ์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวทางแบบบูรณาการดังกล่าวยังเผชิญอุปสรรคภายในองค์กรหลายประการ ซึ่งนอกเหนือจากความผันผวนทางเศรษฐกิจระดับมหภาค โดยมากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจ (ร้อยละ 51) ระบุว่า

ความท้าทายหลักเกิดจากช่องว่างภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการทำงานที่ยังไม่เพียงพอ ความสามารถด้านข้อมูลที่จำกัด และการขาดแคลนทักษะที่จำเป็น ส่งผลให้การยกระดับรูปแบบการดำเนินงานด้านภาษี (Tax Operating Model Transformation) กลายเป็นวาระสำคัญที่ผู้บริหารระดับสูงต้องให้ความสำคัญ ทั้งนี้ ความพร้อมด้านการดำเนินงานไม่ได้เป็นมาตรฐานพื้นฐานอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างแท้จริง

 

 

นางสาวมัลลิกา ภูมิวาร พาร์ทเนอร์ด้านภาษีและกฎหมาย ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับธุรกิจไทย ในช่วงปีที่ผ่านมา ความผันผวนของภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ทำให้ ‘ความแน่นอน’ กลายเป็นสิ่งที่หายากที่สุด ถึงแม้การปรับราคาช่วยซื้อเวลา แต่ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาเบื้องต้นเท่านั้น องค์กรที่จะสามารถก้าวผ่านความท้าทายนี้ได้ จำเป็นต้องใช้ความผันผวนด้านภาษีเป็นแรงผลักดันในการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มากกว่าการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค”

 

เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับความซับซ้อนดังกล่าว ดีลอยท์จึงนำเสนอกรอบแนวคิด Strategic Response Compass ซึ่งเป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการตัดสินใจบน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ (1) Cost Signals สัญญาณด้านต้นทุน ซึ่งสะท้อนความอ่อนไหวต่อการกำหนดราคาและกระแสเงินสดในฐานะตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง (2) Alignment การจัดวางความสอดคล้องของห่วงโซ่อุปทานและระบบนิเวศของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ (3) Enablement ความพร้อมด้านดิจิทัลและการดำเนินงาน ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านองค์กร

 

ทั้งนี้ ความคล่องตัว (Agility) และความยืดหยุ่น (Resilience) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนผ่านการวางแผนสถานการณ์แบบบูรณาการ (Integrated Scenario Planning) และจากการประสานการทำงานอย่างสมดุลของทั้งสามเสาหลักดังกล่าว

 

 

นางยูนิซ กัว ลีดเดอร์ด้านภาษีและกฎหมาย ดีลอยท์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ความผันผวนด้านภาษีและภาษีศุลกากรไม่ได้เป็นปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจอีกต่อไป แต่กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญ องค์กรควรมองสัญญาณด้านต้นทุนเป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้า สร้างความสอดคล้องของระบบนิเวศทางธุรกิจให้มากกว่ามิติด้านต้นทุน และวางรากฐานด้านดิจิทัลให้เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน องค์กรที่สามารถดำเนินการตามแนวทางเหล่านี้ได้ จะสามารถรับมือกับความผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้กลายเป็นวิสัยทัศน์เชิงคาดการณ์ แรงขับเคลื่อนทางธุรกิจ และความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนในระยะยาว”

 

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูรายงานฉบับเต็มได้ที่ลิงก์นี้: https://www.deloitte.com/southeast-asia/en/services/tax/perspectives/turning-tax-and-tariff-turbulence-into-strategic-advantage.html 

[อ่าน 1,304]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"กรุงศรี" เจาะอินไซต์มนุษย์พ่อแม่ "ตึงมือแต่ต้องสู้" เผย Pain Points ใหญ่ทางการเงิน ที่ต้องโฟกัสแค่ "ระยะสั้น"
“มิชลิน ไกด์” เผยรายชื่อโรงแรมและรีสอร์ต 71 แห่งในประเทศไทย ได้รับรางวัล “กุญแจมิชลิน” ประจำปี 2569
Jobsdb ชู Total Hiring Solution ช่วยองค์กรค้นหา “คนที่ใช่” ได้ตรงความต้องการ
ถอดรหัส Case Study เมื่อ OOH เปลี่ยนการมองเห็น ให้เป็นผลลัพธ์ของแบรนด์
ยอดขายดี แต่ธุรกิจอาจกำลัง “ตกชั้น” 5 สัญญาณที่ SME ต้องเช็ก ก่อนรายได้โตแต่ธุรกิจกลับเปราะลง
Longevity เปลี่ยนเกม Beauty จากแก้ปัญหา สู่ดูแลก่อนมีสัญญาณ
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved