
เลอโนโว ครองอันดับบริษัทซัพพลายเชนที่ดีที่สุดจากการจัดอันดับของ Gartner® Supply Chain Top 25 ประจำปี 2026 อีกครั้ง พร้อมสร้างสถิติสูงสุดของบริษัทด้วยการก้าวขึ้นสู่อันดับ 7 ของโลก Gartner มุ่งส่งเสริมองค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการซัพพลายเชนโดยปีนี้นับเป็นปีที่ 22 ซึ่งเมื่อปีที่ 2025 ที่ผ่านมา เลอโนโวได้รับการจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 8 ในปี 2024 อยู่ในอันดับที่ 10 และในปี 2023 อยู่ในที่อันดับ 8
AI เสริมความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของซัพพลายเชน
ซัพพลายเชนทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา ทั้งจากมาตรการด้านภาษี ปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว เลอโนโวสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ขับเคลื่อนซัพพลายเชนระดับโลก ช่วยเสริมความยืดหยุ่น เพิ่มความสามารถในการปรับตัว และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วในทุกระดับ
ตลอดปีที่ผ่านมา เลอโนโวได้พัฒนาระบบซัพพลายเชนอัจฉริยะซึ่งเปรียบเสมือน "ระบบประสาททางดิจิทัล" ของซัพพลายเชน สู่ iChain ระบบอัจฉริยะที่เรียนรู้และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำหน้าที่ประสานการทำงานของซัพพลายเออร์หลายพันราย และโรงงานผลิตกว่า 30 แห่งทั่วโลก โดย iChain ได้สร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนให้กับการบริหารจัดการซัพพลายเชนของเลอโนโว อาทิ การเพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจได้ถึง 60% การตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงหรือเหตุหยุดชะงักได้ใกล้เคียงแบบเรียลไทม์ และการใช้ระบบอัตโนมัติสำหรับการจำลองเครือข่ายได้ถึง 90% ส่งผลให้ระยะเวลาการวิเคราะห์ที่เคยใช้เวลานานสองถึงสามสัปดาห์ ลดเหลือเพียงสองถึงสามชั่วโมง
Che Min Tu, รองประธานอาวุโสและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเฉพาะกลุ่ม, เลอโนโว กล่าวว่า “เลอโนโวให้ความสำคัญกับซัพพลายเชนระดับโลกในฐานะรากฐานสำคัญของความเป็นเลิศในการดำเนินงานมาโดยตลอด และตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา ความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ การผสาน AI เข้ากับการดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบช่วยให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ซัพพลายเชนที่แข็งแกร่งสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้
เนื่องจากซัพพลายเชนทั่วโลกมีความซับซ้อนมากขึ้น เลอโนโวจึงเดินหน้ายกระดับรูปแบบการดำเนินงานจากธุรกิจพีซีที่มีกำลังการผลิตสูง ซึ่งอุปกรณ์แต่ละเครื่องประกอบด้วยชิ้นส่วนโดยเฉลี่ยกว่า 2,500 ชิ้น เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดของโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โซลูชันสำหรับองค์กร และเวิร์กโหลดสำหรับการประมวลผลยุคใหม่ แนวทางดังกล่าวช่วยให้เลอโนโวรักษาความเป็นผู้นำด้านซัพพลายเชนในระดับโลก ผ่านการขยายกำลังการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตเซิร์ฟเวอร์ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid-Cooled Server) และการเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายการผลิตระดับโลกที่ผสานการดำเนินงานในแต่ละภูมิภาคเข้าด้วยกัน
กลยุทธ์ซัพพลายเชนระดับโลกของเลอโนโวที่พร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลง
ปัจจุบัน ซัพพลายเชนของเลอโนโวครอบคลุมโรงงานผลิตมากกว่า 30 แห่ง ใน 10 พื้นที่ทั่วภูมิภาคทั่วเอเชียแปซิฟิก จีน ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้
นอกจากนี้ โรงงานผลิตของเลอโนโวในเมืองมอนเตร์เรย์ เม็กซิโก ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 12 สมาชิกใหม่ของ Global Lighthouse Network โดย World Economic Forum (WEF) ซึ่งเป็นเครือข่ายผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกจำนวน 201 แห่ง ที่ได้รับการยอมรับในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในระดับอุตสาหกรรม ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวนับเป็นโรงงานแห่งที่สองของเลอโนโวที่ได้รับการยกย่องในเครือข่ายนี้ ต่อจากโรงงานในเมืองเหอเฝย สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้รับการคัดเลือกเมื่อเดือนมกราคม 2023
Gartner Supply Chain Top 25 มีเกณฑ์การจัดอันดับอย่างไร
การจัดอันดับ Gartner Supply Chain Top 25 พิจารณาจากสององค์ประกอบหลักที่มีสัดส่วนเท่ากัน ได้แก่ ผลการดำเนินธุรกิจ และการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญและแวดวงอุตสาหกรรม
ด้านผลการดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วยทั้งตัวชี้วัดทางการเงินและตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยตัวชี้วัดทางการเงินอ้างอิงจากผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (ROPA) แบบถ่วงน้ำหนักย้อนหลัง 3 ปี การเปลี่ยนแปลงของ ROPA อัตราการเติบโตของรายได้ และอัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลังตลอดทั้งปี ขณะที่ข้อมูลด้าน ESG รวบรวมจากแหล่งข้อมูลภายนอกที่เชื่อถือได้ โดยพิจารณาจากพันธกิจ ความโปร่งใส และผลการดำเนินงานในแต่ละมิติของ ESG


