
ล่าสุด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. จับมือบริษัท เทอราเน็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาระบบนิเวศข้าวคาร์บอนต่ำของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการผลิตข้าวที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ และผลักดันเข้าสู่มาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ T-VER รวมถึงมาตรฐานระดับสากล
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเปลี่ยนผ่านการทำนาแบบเดิมสู่การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำอย่างเป็นระบบ ผ่านการนำเทคโนโลยี Digital MRV หรือระบบติดตาม รายงาน และทวนสอบข้อมูลมาใช้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การทำนาแบบเปียกสลับแห้งเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน การบริหารจัดการปุ๋ย ไปจนถึงการใช้สารปรับปรุงดิน GreenCal Si

นางสาวไข่มุก จูงใจจารุมาศ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และสินเชื่อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับข้าวไทยให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำแล้ว โครงการยังส่งเสริมให้เกษตรกรต่อยอดผลผลิตเป็นสินค้านวัตกรรมที่มีคุณภาพ พร้อมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมรายได้ให้กับครัวเรือนเกษตรกรในระยะยาว
อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากพื้นที่ปลูกข้าว โดย ธ.ก.ส. จะได้รับส่วนแบ่งคาร์บอนเครดิตร้อยละ 25 ของจำนวนที่ผลิตได้ภายใต้โครงการ เพื่อนำไปสนับสนุนเครือข่ายสหกรณ์การเกษตร ทั้งด้านการรับซื้อ รวบรวม จัดเก็บ และแปรรูปข้าวเปลือก
โครงการเตรียมนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ครอบคลุมทั้งพื้นที่ในและนอกเขตชลประทาน ก่อนขยายผลสู่ระดับประเทศ โดยตั้งเป้าพัฒนาพื้นที่ปลูกข้าวคาร์บอนต่ำให้ได้มากกว่า 1 ล้านไร่ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมรวม 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2573

ด้านพลตรีธรีนพล ภักดีภูมิ กรรมการ บริษัท เทอราเน็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายข้าวคุณภาพ พร้อมได้รับประโยชน์จากการลดโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 75 ของพื้นที่ปลูกข้าวในประเทศไทย
ในระยะต่อไป ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนากระบวนการรับรองคาร์บอนให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมผลักดันตลาดข้าวคาร์บอนต่ำที่ผ่านการรับรองเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ให้กับภาคเกษตร เชื่อมโยงตั้งแต่ชาวนา เทคโนโลยี แหล่งเงินทุน สหกรณ์ ไปจนถึงตลาดคาร์บอนเครดิต ซึ่งอาจกลายเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มรายได้ ลดความเสี่ยง และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยอย่างยั่งยืน




