
ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดแฟชั่นค้าปลีกไทยที่ร้อนแรง ทั้งจากแบรนด์ระดับโลกและผู้เล่นท้องถิ่นที่เร่งปรับตัว “ยืดเปล่า” (Yuedpao) แบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์สัญชาติไทย เจ้าของสโลแกน “ยืดแต่ไม่ย้วย” ประกาศเดินเกมรุกครั้งสำคัญ ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท เปิดแฟล็กชิปสโตร์สาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ร้านแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 763 ตารางเมตร บริเวณ Caribbean Zone ห้างสรรพสินค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ โดยถูกวางให้เป็นมากกว่าพื้นที่จำหน่ายเสื้อผ้า แต่เป็นต้นแบบร้านค้ารูปแบบใหม่ที่รวบรวมสินค้า บริการ และประสบการณ์ของแบรนด์ไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อรองรับลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย และทุกไลฟ์สไตล์
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนเป้าหมายของยืดเปล่าที่ต้องการยกระดับจากแบรนด์เสื้อยืดขวัญใจคนไทย สู่การเป็นแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่สามารถแข่งขันกับผู้เล่นระดับสากลได้อย่างเต็มตัว

เบื้องหลังการเปิดแฟล็กชิปสโตร์ครั้งใหญ่ มาจากการเติบโตของรายได้ภายใต้การบริหารของ บริษัท เริ่มใหม่ จำกัด ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
บริษัทมีรายได้ 802.94 ล้านบาทในปี 2566 ก่อนเพิ่มเป็น 1,182.61 ล้านบาทในปี 2567 และขยับขึ้นสู่ 1,558.78 ล้านบาทในปี 2568 สะท้อนถึงการขยายตัวของฐานลูกค้าและความสามารถในการสร้างยอดขายของแบรนด์
ด้านกำไรสุทธิอยู่ที่ 74.30 ล้านบาทในปี 2566 ลดลงเหลือ 1.14 ล้านบาทในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 7.85 ล้านบาทในปี 2568 โดยเป็นผลจากการลงทุนขยายสาขา การพัฒนาสินค้า และการทำตลาดเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
ปัจจุบันยืดเปล่ามีเครือข่ายร้านค้าออฟไลน์กว่า 90 สาขาทั่วประเทศ พร้อมฐานผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มออนไลน์รวมกว่า 5 ล้านคน ถือเป็นฐานสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง

ทนงค์ศักดิ์ แซ่เอี้ยว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เริ่มใหม่ จำกัด เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ของยืดเปล่า ถือเป็นจังหวะสำคัญในการขยายจักรวาลแบรนด์ผ่านยุทธศาสตร์ “ยืด” ในหลายมิติ ทั้งการยืดพื้นที่ ยืดกลุ่มลูกค้า ยืดหมวดหมู่สินค้า และยืดประสบการณ์ให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม
การเลือกแฟชั่น ไอส์แลนด์ เป็นที่ตั้งของแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในโมเดลใหม่นี้ มาจากศักยภาพของทำเลที่มีทราฟฟิกสูง และมีฐานลูกค้าหลากหลาย ตั้งแต่วัยรุ่น คนทำงาน ไปจนถึงกลุ่มครอบครัวและผู้สูงอายุ
โจทย์สำคัญของแบรนด์จึงไม่ใช่เพียงการขายเสื้อยืด แต่คือการทำให้ยืดเปล่าสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัย ตั้งแต่การแต่งตัวไปทำงาน ออกกำลังกาย เดินทาง พักผ่อน ไปจนถึงการเลือกซื้อสินค้าให้สมาชิกในครอบครัว

ภายในแฟล็กชิปสโตร์ได้รับการออกแบบให้แบ่งออกเป็น 8 โซนหลัก ซึ่งสามารถเดินเชื่อมต่อกันได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าเลือกสินค้าได้สะดวกและเห็นภาพของแบรนด์ที่ขยายตัวสู่แฟชั่นไลฟ์สไตล์อย่างชัดเจน
พื้นที่ครอบคลุมตั้งแต่โซน Work Wear สำหรับกลุ่มคนทำงาน โซน Sport Wear สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมและการออกกำลังกาย โซนเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายและผู้หญิง โซนเสื้อผ้าเด็ก โซนกางเกงยีนส์ ตลอดจนโซนสินค้าไลฟ์สไตล์และแอ็กเซสซอรี
ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังนำเสนอ 5 กลุ่มสินค้าเรือธง เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าเข้าสู่ร้าน ประกอบด้วย Ultra Flow เสื้อผ้าที่เน้นความเบาสบายและความคล่องตัว, Ultrasoft Oversize Timeless เสื้อยืดทรงโอเวอร์ไซซ์ในสไตล์มินิมอล, The bagg กระเป๋าอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้กับหลากหลายลุค, Ultimate Stretch ชุดทำงานผ้ายืดหยุ่น 360 องศา และ Sleep Mode ชุดนอนที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อน
การเพิ่มหมวดหมู่สินค้าเหล่านี้สะท้อนความพยายามของยืดเปล่าในการลดการพึ่งพาสินค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดซื้อต่อครั้งจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้าน

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของแฟล็กชิปสโตร์ คือการยกระดับประสบการณ์ภายในร้าน หรือ In-store Experience เพื่อสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคเดินทางมาที่หน้าร้าน ท่ามกลางพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนเข้าสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น
ภายในร้านจึงมีการเปิดตัว DIY ZONE ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้านำความคิดสร้างสรรค์มาออกแบบเสื้อผ้าในสไตล์ของตนเอง ผ่านบริการงานสกรีน งานรีดความร้อน หรือ Flex และงานปัก
พื้นที่ดังกล่าวช่วยเปลี่ยนบทบาทของร้านค้าจากจุดจำหน่ายสินค้า ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมกับแบรนด์ และได้รับสินค้าที่มีความเฉพาะตัวมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบชำระเงินแบบ Self-Service เข้ามาใช้ภายในร้าน เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดระยะเวลาการรอคิว และรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการความรวดเร็วในการใช้บริการ

ทนงค์ศักดิ์ระบุว่า แฟล็กชิปสโตร์ที่แฟชั่น ไอส์แลนด์ ไม่ได้เป็นเพียงร้านขนาดใหญ่ที่สุดของยืดเปล่า แต่เป็นส่วนหนึ่งของโรดแมปในการยกระดับแบรนด์ให้มีความพร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับสากล
บริษัทเตรียมนำโมเดลร้านค้ารูปแบบนี้ไปขยายในพื้นที่เชิงกลยุทธ์อีก 4 สาขาภายในระยะเวลา 1 ปี โดยแต่ละสาขาจะทำหน้าที่เป็นทั้งจุดจำหน่ายสินค้า ศูนย์กลางการสร้างประสบการณ์ และพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างแบรนด์กับชุมชนผู้บริโภค
การเดินเกมครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า ยืดเปล่าจะสามารถเปลี่ยนความแข็งแรงของสโลแกน “ยืดแต่ไม่ย้วย” และฐานแฟนคลับจำนวนมาก ให้กลายเป็นจักรวาลแฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนเพียงใด
อย่างไรก็ตาม ด้วยรายได้ที่เติบโตต่อเนื่อง เครือข่ายสาขาที่ครอบคลุม และความพยายามสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แตกต่างจากร้านแฟชั่นทั่วไป การเปิดแฟล็กชิปสโตร์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า แบรนด์ไทยรายนี้ไม่ได้ต้องการเพียงรักษาพื้นที่ในตลาด แต่กำลังเตรียมพร้อมเพื่อท้าชนกับแบรนด์ระดับโลกอย่างจริงจัง





