ผู้ประกอบการไทยไม่ได้ขาดแค่เงินทุน แต่ขาด “ตลาด” เมื่อการสร้างอาชีพยุคใหม่ ต้องไปไกลกว่าการให้ทุน
21 Jul 2026

 

โครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ดึงภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการสร้างโอกาสทางการค้าควบคู่ไปกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ด้วยการจับมือกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในแม็คโครและโลตัสกว่า 2,700 สาขา รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ แต่เบื้องหลังความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนโจทย์สำคัญของการสร้างอาชีพในยุคปัจจุบัน นั่นคือ การช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ได้มีเพียง “เงินทุนเริ่มต้น” แต่ยังมี “ตลาด” ที่ทำให้ธุรกิจสามารถเดินต่อได้

 

เพราะเมื่อพูดถึงการสร้างอาชีพ หลายครั้ง “เงินทุน” ถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ แต่สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ สิ่งที่ท้าทายไม่แพ้กันคือการเข้าถึงลูกค้า การสร้างฐานตลาด และการทำให้ธุรกิจอยู่รอดในระยะยาว ที่ผ่านมา ภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการหลากหลายรูปแบบ ทั้งเงินกู้ เงินอุดหนุน และการพัฒนาทักษะอาชีพ ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในช่วงเริ่มต้นได้ในระดับหนึ่ง แต่คำถามสำคัญยังคงอยู่ คือ เมื่อมีเงินลงทุนแล้ว ผู้ประกอบการจะเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างไร และจะเปลี่ยนโอกาสในการเริ่มต้นธุรกิจให้กลายเป็นรายได้ที่มั่นคงได้อย่างไร

 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้โครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” มีความน่าสนใจ เพราะไม่ได้มุ่งเพียงช่วยลดต้นทุนการเริ่มต้นธุรกิจ แต่เป็นการสร้างระบบสนับสนุนที่เชื่อมโยงทั้งเงินทุน องค์ความรู้ และโอกาสทางการค้า เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการได้ง่ายขึ้น

 

จาก “เงินทุน” สู่ “ระบบนิเวศของผู้ประกอบการ”

หนึ่งในแนวทางสำคัญของโครงการ คือการใช้ ธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นเครื่องมือสร้างอาชีพ เนื่องจากเป็นโมเดลธุรกิจที่มีระบบบริหารจัดการและองค์ความรู้รองรับ ช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์ ภายใต้โครงการ รัฐบาลสนับสนุนค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ 50% สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย สำหรับแฟรนไชส์มาตรฐานที่เข้าร่วมโครงการกว่า 100 แบรนด์ พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่แหล่งเงินทุน และมาตรการส่งเสริมการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจสามารถเริ่มต้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เงินทุนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะปัจจัยที่จะกำหนดความสำเร็จในระยะยาว คือความสามารถในการเข้าถึงตลาดและสร้างฐานลูกค้า

 

เพราะธุรกิจจะเติบโตไม่ได้ หากไม่มีพื้นที่ให้ขาย

จุดที่ทำให้โครงการนี้แตกต่าง คือการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้เกิดขึ้นจริง ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก ผ่านแม็คโครและโลตัส สนับสนุนพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ โดยไม่เสียค่าเช่าเป็นเวลา 6 เดือน พร้อมได้รับการสนับสนุนพื้นที่เพิ่มเติมจากสมาคมตลาดสดไทย การมีพื้นที่ขายในทำเลที่มีผู้บริโภคอยู่แล้ว ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนในช่วงเริ่มต้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทดลองตลาด เรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภค สร้างฐานลูกค้า และพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ตลาดจริง เพราะในโลกธุรกิจ การมีสินค้าหรือบริการที่ดีอาจไม่เพียงพอ หากผู้ประกอบการยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับผู้ซื้อได้

 

บทบาทใหม่ของค้าปลีก จาก “สถานที่ขาย” สู่ “แพลตฟอร์มสร้างโอกาส”

ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทที่เปลี่ยนไปของธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ จากเดิมที่เป็นเพียงสถานที่จำหน่ายสินค้า สู่การเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้บริโภค การเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และธุรกิจแฟรนไชส์ ได้เข้าถึงตลาดโดยตรง ไม่เพียงสร้างโอกาสทางการค้า แต่ยังเป็นกลไกหนึ่งในการช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับเศรษฐกิจฐานราก ในมุมนี้ ค้าปลีกจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นจุดซื้อขายสินค้า แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยใช้ศักยภาพของเครือข่ายและฐานผู้บริโภคที่มีอยู่ เชื่อมโยงโอกาสจากต้นน้ำไปสู่ปลายน้ำ

 

ความสำเร็จของการสร้างอาชีพ วัดจากผู้ประกอบการที่อยู่รอด

รัฐบาลตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วน GDP ของภาค SME จากประมาณ 35% เป็น 40% ภายใน 4 ปี ซึ่งการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ประกอบการที่สามารถดำเนินธุรกิจ สร้างรายได้ และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุด การสร้างอาชีพที่ยั่งยืนอาจไม่ได้เกิดจากการให้เงินสนับสนุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้าง “ระบบนิเวศ” ที่ช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มโอกาส และทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดได้จริง

 

เพราะการช่วยให้คนไทยมีอาชีพในวันนี้ อาจไม่ใช่เพียงการช่วยให้ใครบางคนเปิดร้านได้สำเร็จ แต่คือการสร้างเงื่อนไขให้ธุรกิจสามารถเดินต่อ เติบโต และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจในระยะยาว และนี่อาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางของการสร้างผู้ประกอบการไทยยุคใหม่ ที่ไม่ได้เพียงช่วยให้ “เริ่มต้นธุรกิจ” แต่ช่วยให้ “เติบโตได้จริง”

 

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดโครงการและเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมได้ที่ ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th

 

 

[อ่าน 1,253]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
SX2026 ชวนคุณมา “ปรับ รับ เปลี่ยน” เพื่อสร้างโลกในทศวรรษแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนไปด้วยกัน
AIS Sport Academy ผนึกบุรีรัมย์ฯ–ตชด. ภาค 2 เปิดโลกฟุตบอลอาชีพ จุดประกายฝันเยาวชนผ่าน “THUNDER DREAM”
OMODA X ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดสู่อนาคตแห่งครอสโอเวอร์ ด้วย Cross Off-Road Vehicle คันแรกของโลก
“เวียตเจ็ทไทยแลนด์ x การท่องเที่ยวมาเลเซีย” ชูแคมเปญ Visit Malaysia บินตรงกัวลาลัมเปอร์ลดแรง 20%
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดงาน Volvo Excellence ชวนสัมผัสนวัตกรรมความปลอดภัยระดับโลก
สสว. ชวน SME ไทยเปิดตลาดใหม่ “นครฉงชิ่ง” ประตูการค้าสู่จีนตะวันตก
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved