TOA สานต่อพระราชดำริฝนหลวง สร้างโรงผลิตน้ำแข็งแห้งแห่งที่ 7 จ.นครสวรรค์ รับมือภัยแล้ง–ฝุ่น PM 2.5
24 Jul 2026

 

น้อมสืบสานพระราชปณิธาน “โครงการพระราชดำริฝนหลวง” ปักหมุดนครสวรรค์ เสริมศักยภาพดูแลพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง พร้อมหนุนภาคเกษตรและคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน

 

 

ท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ทั้งปัญหาภัยแล้งที่กระทบต่อภาคเกษตรและทรัพยากรน้ำ ตลอดจนวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน การเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีฝนหลวงจึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว

ล่าสุด บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เดินหน้าสานต่อบทบาทภาคเอกชนเพื่อสังคม ด้วยการมอบเงินสนับสนุนจำนวน 50 ล้านบาท แก่มูลนิธิฝนหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อจัดสร้างโรงผลิตสารฝนหลวง สูตร 3 หรือ “น้ำแข็งแห้ง” แห่งที่ 7 ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความมุ่งหมายในการน้อมสืบสานพระราชปณิธานแห่ง “โครงการพระราชดำริฝนหลวง” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยแล้ง ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

 

 

จากเงินสนับสนุน สู่โครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม

การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนแนวคิดการทำ CSR ที่ขยับจากกิจกรรมระยะสั้น ไปสู่การสร้าง “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่สามารถรองรับปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบ

เงินบริจาคจาก TOA จะถูกนำไปใช้ทั้งในการก่อสร้างโรงผลิตสารฝนหลวง สนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาภัยแล้ง ลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 และช่วยเหลือภาคการเกษตรรวมถึงประชาชนทั่วประเทศ

สารฝนหลวงสูตร 3 หรือ “น้ำแข็งแห้ง” ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการดัดแปรสภาพอากาศ โดยช่วยเพิ่มโอกาสการเกิดฝนในพื้นที่เป้าหมาย จึงสามารถสนับสนุนทั้งการเติมน้ำให้แหล่งน้ำ การลดผลกระทบจากภัยแล้ง และการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในช่วงวิกฤตได้ในเวลาเดียวกัน

 

 

ปักหมุดนครสวรรค์ เชื่อมภาคกลาง–เหนือตอนล่าง

โรงผลิตสารฝนหลวงแห่งใหม่จะตั้งอยู่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สามารถสนับสนุนภารกิจครอบคลุมภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง

พื้นที่ดังกล่าวมีทั้งเขตเกษตรกรรม แหล่งน้ำ และชุมชนจำนวนมาก การมีฐานผลิตสารฝนหลวงในพื้นที่จึงช่วยลดข้อจำกัดด้านการขนส่ง เพิ่มความรวดเร็วในการเตรียมปฏิบัติการ และทำให้การรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัจจุบัน โครงการก่อสร้างโรงผลิตสารฝนหลวงได้รับการวางแผนรวม 8 แห่ง โดยเปิดใช้งานแล้ว 6 แห่ง ได้แก่ เพชรบุรี ตาก พิษณุโลก บุรีรัมย์ ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี ส่วนโรงงานที่นครสวรรค์จะเป็นแห่งที่ 7 ของประเทศ

 

 

เอกชนรายเดียวที่สนับสนุนค่าก่อสร้างทั้งหมด

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ TOA ถือเป็นภาคเอกชนเพียงรายเดียวที่สนับสนุนงบประมาณค่าก่อสร้างโรงผลิตสารฝนหลวงแห่งนี้ทั้งหมด

การสนับสนุนจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริจาคเงิน แต่เป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมในภารกิจระดับประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่การดูแลทรัพยากรน้ำ ภาคการเกษตร สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงสุขภาพของประชาชน

นายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานผู้ก่อตั้ง TOA พร้อมด้วย นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางบุศทรี หวั่งหลี ร่วมมอบเงินสนับสนุน โดยมี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิฝนหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นผู้รับมอบ

 

 

เมื่อความยั่งยืนต้องสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้

ในมุมธุรกิจ การลงทุนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” กำลังถูกตีความใหม่ จากการทำกิจกรรมเพื่อภาพลักษณ์ ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้และวัดผลได้จริง

โรงผลิตสารฝนหลวงจะเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการ ลดเวลาและข้อจำกัดในการจัดหาสารฝนหลวง พร้อมช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบสนองต่อสถานการณ์ภัยแล้งและฝุ่น PM 2.5 ได้รวดเร็วขึ้น

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้อยู่เพียงตัวเลขของงบประมาณ 50 ล้านบาท แต่ครอบคลุมถึงพื้นที่เกษตรที่ได้รับน้ำ แหล่งน้ำที่ได้รับการฟื้นฟู คุณภาพอากาศที่ดีขึ้น และประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้อยลง

 

จากแบรนด์สี สู่บทบาทผู้ร่วมขับเคลื่อนสังคม

สำหรับ TOA การสนับสนุนโครงการนี้ยังเป็นการขยายบทบาทจากแบรนด์ในอุตสาหกรรมสีและวัสดุก่อสร้าง ไปสู่การเป็นองค์กรที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับประเด็นสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม

เพราะในวันที่ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มูลนิธิ และภาคเอกชน จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบรับมือที่แข็งแรงกว่าเดิม

โรงผลิตสารฝนหลวงแห่งที่ 7 จึงไม่ใช่เพียงอาคารหรือโรงงานแห่งใหม่ แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการดูแลทรัพยากรน้ำ บรรเทาภัยแล้ง ลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างอย่างยั่งยืน

[อ่าน 56]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครั้งแรกในไทย! AIS PLAY เปิดแพ็ก “PLAY ALL” รวมกีฬาระดับโลก–ความบันเทิงครบทุกเครือข่าย 199 บาท/เดือน
มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ รับโล่เกียรติคุณ ตอกย้ำภารกิจช่วยผู้ป่วยใบหน้า–กะโหลกศีรษะ
"กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต" ปลุกไฟนักขายครึ่งปีหลัง ในงาน “KTAXA PRIME SUMMIT & Agency Leader Mid-Year Plan 2026”
“มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ” รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ในงาน 4 ทศวรรษ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ มาตรฐานสากลสู่ความยั่งยืน
Google อัปเดตฟีเจอร์ Gemini ยกระดับประสบการณ์การช็อปปิ้งออนไลน์ให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
BIG MOTOR SALE 2026 เปิดเวทีซื้อ - ขาย ดันตลาดรถยนต์ไทยครึ่งปีหลัง 21 - 30 ส.ค. นี้ ที่ไบเทค บางนา
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved