
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ละครไทย” ไม่ได้มีมูลค่าเพียงในช่วงเวลาที่ออกอากาศภายในประเทศ แต่ยังสามารถนำกลับมาสร้างรายได้ซ้ำผ่านการจำหน่ายลิขสิทธิ์ การเผยแพร่บนแพลตฟอร์มต่างประเทศ และการขยายฐานผู้ชมไปยังตลาดใหม่ได้อีกหลายรอบ

ละครที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงครั้งนี้มีทั้งผลงานใหม่และละครที่ได้รับความนิยม ได้แก่ แม่เลี้ยง, แสนรัก, คุณพี่เจ้าขา...ดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์, ที่สุดของหัวใจ, ใต้เงาตะวัน, จนกว่าจะได้รักกัน, โลกหมุนรอบเธอ, รักสุดท้าย, รักไม่คาดฝัน, บุพเพสันนิวาส, เจ้าสาวบ้านไร่ และ เว้าวอนรัก
I.E. Entertainment จะนำคอนเทนต์เหล่านี้ไปทำตลาดร่วมกับพันธมิตรในจีน สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมถึงภูมิภาคลาตินอเมริกาและสหรัฐอเมริกา โดยยังครอบคลุมตลาดสเปนและกลุ่มผู้ชมชาวฮิสแปนิก ซึ่งถือเป็นฐานผู้ชมขนาดใหญ่และมีศักยภาพสำหรับคอนเทนต์จากเอเชีย
ข้อมูลที่บีอีซี เวิลด์เผยแพร่ ไม่ได้ระบุมูลค่าการขายลิขสิทธิ์เป็นตัวเงิน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าดีลละครทั้ง 12 เรื่องมีมูลค่ากี่บาท
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่น่าสนใจคือปริมาณคอนเทนต์มากกว่า 310 ชั่วโมงในข้อตกลงรอบนี้ รวมถึงผลงานจากความร่วมมือระหว่างสองบริษัทนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 ซึ่งสามารถนำละครช่อง 3 ไปจัดจำหน่ายแล้วมากกว่า 30 ประเทศ รวมความยาวคอนเทนต์สะสมกว่า 20,000 ชั่วโมง
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อน “มูลค่าทางธุรกิจ” ของคลังคอนเทนต์ที่สามารถนำกลับมาบริหารสิทธิและสร้างรายได้ต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนผลิตใหม่ทุกครั้ง นอกจากค่าลิขสิทธิ์แล้ว การส่งออกละครยังช่วยขยายการรับรู้แบรนด์ช่อง 3 สร้างฐานผู้ชมต่างประเทศ และเปิดโอกาสต่อยอดไปสู่รายได้จากแพลตฟอร์มสตรีมมิง โฆษณา การรีเมก และการขายสิทธิในรูปแบบอื่นในอนาคต

สำหรับบีอีซี เวิลด์ ดีลครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำละครไปฉายในต่างประเทศ แต่เป็นการบริหาร Content IP ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ข้ามตลาดและข้ามแพลตฟอร์ม
เมื่อผู้บริโภคทั่วโลกเปิดรับคอนเทนต์เอเชียมากขึ้น ความสามารถในการสร้างเรื่องราวที่เข้าถึงผู้ชมต่างวัฒนธรรม รวมถึงการมีพันธมิตรจัดจำหน่ายที่เข้าใจแต่ละตลาด จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มอายุและมูลค่าให้กับละครไทย
ความร่วมมือระหว่างบีอีซี เวิลด์และ I.E. Entertainment จึงเป็นอีกก้าวของการผลักดันคอนเทนต์ไทยออกสู่ตลาดโลก พร้อมเปลี่ยนคลังละครจากต้นทุนการผลิตในอดีต ให้กลายเป็นแหล่งรายได้ระยะยาวของธุรกิจสื่อไทย





