
การแข่งขันในธุรกิจบริการกำลังเปลี่ยนจากการวัดกันเพียงคุณภาพของสินค้าและบริการ ไปสู่ความสามารถในการสร้าง “ประสบการณ์” ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกแตกต่าง จดจำแบรนด์ได้ และเกิดความผูกพันทางอารมณ์
หนึ่งในเครื่องมือที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นคือ “กลิ่น” ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างบรรยากาศ แต่กำลังถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบประสบการณ์และสื่อสารตัวตนของแบรนด์ ภายใต้แนวโน้ม Experience-First Culture

ล่าสุด Bath&Bloom แบรนด์เครื่องหอมไทยภายใต้บริษัท เอิร์ธ แฟคเทอรี่ จำกัด จับมือกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พัฒนาโครงการ “กลิ่นไทย : A reflection of THAI” เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสารผ่าน Sensory Branding และต่อยอดกลิ่นไทยให้กลายเป็น Cultural Asset รูปแบบใหม่
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มองกลิ่นเป็นเพียงผลิตภัณฑ์สำหรับใช้บนเครื่องบิน แต่เป็นการออกแบบระบบประสบการณ์ทางอารมณ์ หรือ Emotional Ecosystem ให้สอดคล้องกับแต่ละช่วงของการเดินทาง ตั้งแต่การต้อนรับ การพักผ่อนระหว่างเที่ยวบิน ไปจนถึงช่วงก่อนเดินทางถึงจุดหมาย
ข้อมูล State of Consumer Survey 2026 ที่เอกสารประชาสัมพันธ์อ้างอิงจาก McKinsey & Company ระบุว่า ผู้บริโภคเกือบ 70% ยินดีนำเงินส่วนเกินไปใช้กับประสบการณ์มากกว่าการซื้อสินค้าทั่วไป ขณะที่ประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในหมวดที่ผู้บริโภคพร้อมใช้จ่ายเพื่อให้รางวัลกับตัวเองมากที่สุด
แนวโน้มดังกล่าวทำให้ธุรกิจ Hospitality, Aviation, Retail และ Wellness ต้องออกแบบประสบการณ์ที่ไปไกลกว่าการให้บริการตามมาตรฐาน โดยเฉพาะรายละเอียดที่สามารถเชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับอารมณ์และความทรงจำ

สุดคนึง กองอำนวยสุข ผู้อำนวยการด้านผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เอิร์ธ แฟคเทอรี่ จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องหอมกำลังเข้าสู่ยุค Experience-First Culture อย่างชัดเจน แบรนด์จึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงคุณภาพของสินค้าและบริการ แต่ต้องสามารถออกแบบความรู้สึกและสร้างประสบการณ์ที่ผู้บริโภคจดจำได้
สำหรับ Bath&Bloom กลิ่นจึงไม่ใช่เพียงองค์ประกอบที่สร้างความหอม แต่เป็นหัวใจของ Sensory Experience ที่สามารถเชื่อมโยงตัวตนขององค์กรเข้ากับอารมณ์และความทรงจำของผู้คน
ตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี Bath&Bloom สั่งสมความเชี่ยวชาญในการตีความความเป็นไทยผ่านกลิ่น โดยใช้แนวคิด “Blooming Memoire” เป็นหัวใจของการพัฒนา เพื่อให้กลิ่นทำหน้าที่เป็น “ตัวจุดประกายความทรงจำ” หรือ Memory Trigger
หนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญมาจากเอกลักษณ์ของผลไม้และขนมไทยอย่าง “ข้าวเหนียวมะม่วง” ซึ่งสามารถเชื่อมโยงผู้โดยสารเข้ากับความสุขและความทรงจำเกี่ยวกับประเทศไทย พร้อมต่อยอดสู่แนวคิด Scent with Function ที่กำหนดให้กลิ่นแต่ละแบบมีบทบาทในการสร้างบรรยากาศและอารมณ์ที่แตกต่างกัน
หัวใจสำคัญของโครงการ “กลิ่นไทย : A reflection of THAI” คือการออกแบบกลิ่นจาก Emotional Journey ของผู้โดยสาร ไม่ใช่การทำให้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดมีกลิ่นเหมือนกัน

สุกิจ ประสิทธิ์หิรัญ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท เอิร์ธ แฟคเทอรี่ จำกัด กล่าวว่า การพัฒนา Thai Scent เริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการทางอารมณ์ของผู้โดยสารในแต่ละช่วงของการเดินทาง ตั้งแต่ความสดชื่นในช่วงต้อนรับ ความสบายและผ่อนคลายระหว่างเที่ยวบิน ไปจนถึงความสดใสและความพร้อมก่อนเข้าสู่จุดหมาย
“ความท้าทายของ Customized Scent Solution ไม่ใช่การทำให้ทุกผลิตภัณฑ์มีกลิ่นเหมือนกัน แต่คือการสร้างระบบกลิ่นที่มีความต่อเนื่อง โดยแต่ละกลิ่นต้องทำหน้าที่สร้างความรู้สึกที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงของการเดินทาง”
Bath&Bloom จึงทำหน้าที่ในฐานะ Scent Architect ออกแบบโครงสร้างระบบกลิ่นแบบองค์รวม โดยให้แต่ละกลิ่นมีบทบาทชัดเจนตามบริบทการใช้งาน แต่ยังเชื่อมโยงกันภายใต้อัตลักษณ์เดียวกัน หรือ Scent Family
กลิ่นทั้ง 4 รูปแบบประกอบด้วย
First Light สำหรับผลิตภัณฑ์ Hand Wash ถ่ายทอดความสดชื่นและรอยยิ้มแห่งการต้อนรับ
Silken Veil สำหรับ Hand & Body Moisturizer สื่อถึงการดูแลแบบไทยและความรู้สึกผ่อนคลายระหว่างเที่ยวบิน
Blooming Horizon สำหรับ Eau de Toilette ถ่ายทอดความสดใสและพลังบวกก่อนเดินทางถึงจุดหมาย
Silk Route สำหรับ Eau de Cologne สื่อถึงความอบอุ่นแบบไทยที่พร้อมส่งต่อให้กับผู้โดยสารทุกคน
ระบบกลิ่นดังกล่าวถูกวางให้ทำหน้าที่เป็นทั้ง Welcome Scent สำหรับผู้โดยสารต่างชาติที่เริ่มสัมผัสบรรยากาศของประเทศไทยตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน และเป็น Feeling of Home สำหรับผู้โดยสารชาวไทยที่ต้องการความคุ้นเคย อบอุ่น และสบายใจตลอดการเดินทาง

สำหรับการบินไทย ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการออกแบบประสบการณ์ผ่าน “อายตนะทั้ง 6” ครอบคลุมตั้งแต่การมองเห็น การลิ้มรส การสัมผัส การได้ยิน การรับกลิ่น ไปจนถึงความรู้สึกที่ผู้โดยสารได้รับจากการบริการด้วยหัวใจ
ผู้บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในโอกาสที่การบินไทยก้าวเข้าสู่ปีที่ 66 บริษัทยังคงมุ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงประเทศไทยกับผู้คนทั่วโลก พร้อมถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านบริการที่อบอุ่น เปี่ยมด้วยคุณภาพ และสะท้อนความเป็นสายการบินแบบ Full Service ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
การบินไทยมองว่า “กลิ่น” เป็นกลไกที่ทรงพลังในการปลุกความทรงจำและถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก การพัฒนา Signature Scent ร่วมกับ Bath&Bloom จึงไม่ใช่เพียงการสร้างผลิตภัณฑ์สำหรับใช้บนเครื่องบิน แต่เป็นการนำเสน่ห์ของธรรมชาติและความเป็นไทยมาต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินทาง
Signature Scent ดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับ DNA ของการบินไทย ทั้งด้านคุณภาพ ความสง่างาม และการบริการที่อบอุ่น พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงความรู้สึกของผู้โดยสารเข้ากับประเทศไทยตั้งแต่ยังอยู่บนเที่ยวบิน
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ไทย เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศผ่านอีกหนึ่งมิติของประสบการณ์ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพให้สามารถเติบโตและเป็นที่รู้จักในระดับสากล

นอกจากการยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสาร โครงการ “กลิ่นไทย : A reflection of THAI” ยังเป็นก้าวสำคัญของ Bath&Bloom ในการขยายจากตลาดสินค้าเครื่องหอม ไปสู่ธุรกิจโซลูชันสำหรับองค์กร
บริษัทวางเป้าหมายนำความเชี่ยวชาญด้าน Customized Scent Solution และ Sensory Branding ไปต่อยอดในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ Hospitality, Aviation, Wellness, Luxury Residences และ Retail ไปจนถึง Branded Experience Spaces, Event และ Flagship Store
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตเครื่องหอม สู่การเป็น Scent Experience Provider ที่สามารถทำงานร่วมกับองค์กรตั้งแต่การตีความตัวตนของแบรนด์ การออกแบบ Emotional Journey และระบบกลิ่น ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่และจุดสัมผัสของผู้บริโภค

ความร่วมมือระหว่าง Bath&Bloom และการบินไทยยังสะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกัน หรือ Creating Shared Value ด้วยการนำความเชี่ยวชาญและความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์ไทยเข้าสู่ประสบการณ์การเดินทางที่เข้าถึงผู้โดยสารจากทั่วโลก พร้อมทำหน้าที่เป็นเวทีนำเสนอศักยภาพด้าน Thai Expertise และ Thai Creativity สู่สายตานานาชาติ
การจับมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการนำผลิตภัณฑ์เครื่องหอมขึ้นไปใช้บนเที่ยวบิน แต่เป็นตัวอย่างของการนำความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมไทยมาออกแบบเป็นประสบการณ์ทางธุรกิจ
เมื่อ “กลิ่นไทย” สามารถทำให้ผู้โดยสารจดจำความรู้สึกระหว่างการเดินทางได้ กลิ่นก็ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบของบริการอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสินทรัพย์ของแบรนด์ และเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการส่งพลังของ Thai Hospitality สู่ผู้บริโภคทั่วโลก





