

ล่าสุด adidas Thailand ประกาศแต่งตั้ง “แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” หรือ BamBam GOT7 เป็นพาร์ทเนอร์คนใหม่ของแบรนด์ พร้อมส่งสัญญาณให้ติดตามโปรเจกต์พิเศษที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวที่น่าจับตาของ adidas Thailand ในการนำพลังของศิลปินที่มีฐานแฟนแข็งแกร่งทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เข้ามาเชื่อมภาพลักษณ์ของแบรนด์กีฬาเข้ากับโลกแฟชั่น ดนตรี และวัฒนธรรมร่วมสมัย
การเลือกแบมแบมเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ มีความน่าสนใจมากกว่าการนำศิลปินมาทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์สินค้าเพียงอย่างเดียว
แบมแบมเป็นศิลปินไทยที่เติบโตในอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้ ก่อนขยายบทบาทสู่ศิลปินเดี่ยว แฟชั่น และความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลก ทำให้เขามีฐานผู้ติดตามครอบคลุมทั้งกลุ่มแฟนเพลง K-pop คนรุ่นใหม่ และผู้บริโภคที่สนใจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์
จุดแข็งอีกด้านคือความสามารถในการสื่อสารกับแฟนคลับอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงการสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งช่วยให้ความร่วมมือกับแบรนด์สามารถต่อยอดจากการสร้างการรับรู้ ไปสู่การมีส่วนร่วมของคอมมูนิตี้ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับ adidas ซึ่งวางตัวเองอยู่ระหว่างโลกของกีฬาและวัฒนธรรมร่วมสมัย การดึงแบมแบมเข้ามาจึงอาจช่วยขยายการสื่อสารไปยังผู้บริโภคที่มองเสื้อผ้าและรองเท้ากีฬาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงตัวตน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการออกกำลังกายเท่านั้น โดยปัจจุบัน adidas Thailand ทำตลาดสินค้าครอบคลุมทั้งกลุ่ม Performance, Sportswear และแฟชั่นไลฟ์สไตล์

ประเด็นที่น่าสนใจคือ adidas Thailand เลือกใช้คำว่า “พาร์ทเนอร์คนใหม่ของแบรนด์” แทนคำว่า “พรีเซนเตอร์” หรือ “Brand Ambassador”
ในเชิงการตลาด คำว่าพาร์ทเนอร์เปิดพื้นที่ให้เกิดความร่วมมือได้หลากหลายกว่า ตั้งแต่การร่วมสร้างแคมเปญ การปรากฏตัวในกิจกรรมของแบรนด์ การนำเสนอสินค้า ไปจนถึงการพัฒนาคอนเทนต์หรือโปรเจกต์พิเศษร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แบรนด์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบโครงการ ขอบเขตของความร่วมมือ หรือผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาเชื่อมโยงกับแบมแบม จึงต้องติดตามว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเริ่มต้นผ่านสาย Performance, Sportswear หรือ adidas Originals

ในมุมของ adidas การร่วมงานกับแบมแบมช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงฐานแฟนที่มีความผูกพันกับศิลปินสูง พร้อมขยายบทสนทนาของแบรนด์จากสนามกีฬาไปสู่ดนตรี แฟชั่น และเอ็นเตอร์เทนเมนต์
ขณะที่ในมุมของแบมแบม การร่วมมือกับแบรนด์กีฬาระดับโลกยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ให้กว้างขึ้น พร้อมเชื่อมตัวตนของศิลปินเข้ากับวัฒนธรรมสตรีทและสปอร์ตแฟชั่นอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
จึงไม่ใช่เพียงการประกาศชื่อพาร์ทเนอร์คนใหม่ แต่เป็นการจับคู่ระหว่างแบรนด์ที่มีอิทธิพลในโลกกีฬาและแฟชั่น กับศิลปินไทยที่มีพลังในการขับเคลื่อนแฟนคอมมูนิตี้ระดับนานาชาติ

จากนี้ต้องจับตาว่า “โปรเจกต์พิเศษ” ที่ adidas Thailand เตรียมเปิดตัว จะเป็นเพียงแคมเปญสื่อสารสินค้า หรือจะพัฒนาไปสู่ความร่วมมือที่แบมแบมมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์มากกว่านั้น
เพราะในวันที่ผู้บริโภคไม่ได้เลือกแบรนด์จากสินค้าเพียงอย่างเดียว การเลือกพาร์ทเนอร์ที่สามารถเชื่อมวัฒนธรรม คอมมูนิตี้ และตัวตนของคนรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้ลึกกว่าเดิม





