

นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
“ภาคการผลิตเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า ในปี 2024 ภาคอุตสาหกรรมของไทยมีสัดส่วนประมาณ 25% ของ GDP และคิดเป็น 16% ของการจ้างงาน หรือมากกว่า 6.2 ล้านคน ดังนั้นจะเห็นว่าตัวเลขนี้ จึงมีความสำคัญทั้งต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการดึงดูดการลงทุน เมื่อภาคการผลิตมีบทบาทสำคัญต่อประเทศ เราจึงต้องร่วมกันยกระดับขีดความสามารถให้พร้อมรับการแข่งขันของโลก
ซึ่งวันนี้กำลังขับเคลื่อนด้วยข้อมูล AI ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีการผลิตรูปแบบใหม่ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สามารถเชื่อมโยง Network, Cloud, Data และ AI เข้ากับระบบภายในโรงงานได้อย่างปลอดภัย มีเสถียรภาพ และรองรับการเติบโตในอนาคต
ทั้งนี้ AIS Business ในฐานะ National Digital Infrastructure Partner จึงพร้อมเป็นพันธมิตรเคียงข้างผู้ประกอบการที่ต้องการทรานส์ฟอร์มธุรกิจและยกระดับกระบวนการผลิตสู่ยุคดิจิทัลอย่างครบวงจร เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคการผลิต พร้อมร่วมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตยุคใหม่ที่รองรับการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน”
ด้าน นางสาวเซลีน เชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า
“อนาคตของภาคการผลิตจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้วยกำลังการผลิต แต่ด้วยความสามารถในการนำข้อมูลมาสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการให้บริการ Network, Cloud หรือ AI แบบแยกส่วน แต่เป็นการวางรากฐานดิจิทัลแบบ End-to-End ตั้งแต่การเชื่อมต่อและรวบรวมข้อมูลจากเครื่องจักรและระบบภายในโรงงาน ไปจนถึงการประมวลผล วิเคราะห์ และนำ AI ไปใช้งานจริง
ดังนั้น ด้วยการผสานเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการผลิตระดับโลกของ Huawei Cloud เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โซลูชัน และความเข้าใจในอุตสาหกรรมไทยของ AIS Business ในฐานะ Strategic Local Reseller Partner เราจะช่วยให้ผู้ประกอบการก้าวสู่การผลิตอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และพร้อมแข่งขันในตลาดโลก”

ความร่วมมือครั้งนี้สามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานสำคัญด้านการผลิตอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI หรือ AI-Driven Manufacturing เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการนำข้อมูล Cloud และ AI ไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ
การใช้งานทั้ง 6 รูปแบบข้างต้นเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นทรานส์ฟอร์มจากโจทย์สำคัญของโรงงาน ก่อนขยายผลไปยังสายการผลิตและกระบวนการอื่นตามความพร้อม โดยมี AIS Business เป็นพันธมิตรที่พร้อมเชื่อมโยงทุกองค์ประกอบด้านดิจิทัลให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารเทคโนโลยีจากหลายส่วน และทำให้การลงทุนสามารถต่อยอดได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งผลักดัน AI จากการทดลองหรือการใช้งานเฉพาะจุด สู่การเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจทั้งองค์กร พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมไทยจากฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง สู่ฐานการผลิตอัจฉริยะที่สามารถคิดค้น พัฒนา และส่งมอบนวัตกรรมสู่ตลาดโลกได้อย่างเต็มศักยภาพในที่สุด
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรมของ AIS Business ได้ที่เว็บไซต์ https://www.ais.th/business/enterprise/technology-and-solution/cloud-and-data-center/hybrid-and-multi-cloud/huawei-cloud





