
ภายใต้บริบทดังกล่าว AIS รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 56,497 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 13,716 ล้านบาท พร้อมรักษาทิศทางการดำเนินงานตามเป้าหมาย ผ่านการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม
ผลประกอบการครั้งนี้สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจหลัก ทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน รวมถึงการต่อยอดธุรกิจดิจิทัลใหม่ ภายใต้ยุทธศาสตร์การก้าวสู่การเป็น โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ หรือ Intelligent Infrastructure
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเป็นฐานรายได้สำคัญของ AIS โดยบริษัทมีผู้ใช้บริการรวม 47.1 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นจากทั้งกลุ่มลูกค้าระบบเติมเงินและระบบรายเดือน
ขณะที่จำนวนผู้ใช้งาน 5G เพิ่มขึ้นเป็น 19.7 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านเลขหมายจากไตรมาสแรกของปี 2569 ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโต 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
AIS ยังคงให้ความสำคัญกับการขยายฐานลูกค้าคุณภาพ ควบคู่กับการเพิ่มการใช้งาน 5G และยกระดับมาตรฐานการยืนยันตัวตนสำหรับการเปิดเลขหมายใหม่ เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ
การเติบโตของฐานลูกค้า 5G ไม่เพียงช่วยเพิ่มปริมาณการใช้งานดาต้า แต่ยังเปิดโอกาสให้บริษัทต่อยอดบริการดิจิทัลในด้านอื่น ตั้งแต่ความบันเทิง อุปกรณ์อัจฉริยะ ไปจนถึงบริการทางการเงินบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
ด้านธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 มีผู้ใช้บริการบรอดแบนด์รวม 5.3 ล้านราย แม้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของครัวเรือน
AIS เลือกขยายฐานลูกค้าผ่านแพ็กเกจที่มีความคุ้มค่า พร้อมพัฒนาสินค้าและบริการด้าน Smart Living เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับบริการอินเทอร์เน็ตบ้าน และยกระดับประสบการณ์ภายในที่อยู่อาศัย
กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยผลักดันให้รายได้ธุรกิจเน็ตบ้านเติบโต 7.9% สะท้อนว่าการแข่งขันในตลาดบรอดแบนด์กำลังขยับจากเรื่องความเร็วและราคา ไปสู่การสร้างระบบนิเวศบริการภายในบ้านที่ครอบคลุมมากขึ้น
อีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่ AIS ให้ความสำคัญคือธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร ซึ่งมีรายได้เติบโต 2.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 โดยมีแรงขับเคลื่อนจากบริการโครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล คลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์
แม้ภาคธุรกิจยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง แต่ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับการประมวลผลข้อมูล ระบบคลาวด์ และ AI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
AIS จึงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อ เพื่อสนับสนุนองค์กรไทยเข้าสู่ AI Transformation พร้อมรองรับการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในประเทศไทย
ทิศทางดังกล่าวทำให้บทบาทของผู้ให้บริการโทรคมนาคมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้บริการสัญญาณมือถือหรืออินเทอร์เน็ตอีกต่อไป แต่กำลังขยายไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับภาคธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ
ในธุรกิจค้าปลีก AIS รายงานการเติบโต 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์ซื้อสินค้าและอุปกรณ์ดิจิทัลผ่านระบบ Omnichannel
บริษัทพัฒนารูปแบบการให้บริการภายใต้แนวคิด “ที่ไหนก็มีของ” เชื่อมโยงหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ พร้อมเปิดบริการ Fast Delivery จัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าภายใน 3 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ยังขยายกลุ่มสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์และอุปกรณ์เสริมภายใต้แบรนด์ LINK UP เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากฐานลูกค้าเดิม และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกมากขึ้น
ด้านธุรกิจความบันเทิง AIS ยังคงเดินหน้าสร้างระบบนิเวศคอนเทนต์ หรือ Content Ecosystem ครอบคลุมทั้งกีฬาและความบันเทิง
ล่าสุดเปิดตัวแพ็กเกจ PLAY ALL ที่รวบรวมคอนเทนต์กีฬาระดับโลกไว้ในแพ็กเกจเดียว ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลบุนเดสลีกา NBA, NFL, ATP, LPGA และ Premier Sports รวมถึงคอนเทนต์จากแพลตฟอร์ม OTT ชั้นนำ
AIS ยังต่อยอดธุรกิจกีฬาผ่านความร่วมมือกับ UC3 เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลรายการของ UEFA เป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ฐานคอนเทนต์ และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากผู้บริโภคที่รับชมเนื้อหาผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
อีกหนึ่งหมากสำคัญคือการขยายไปสู่บริการทางการเงินดิจิทัล โดย AIS ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยและ OR เปิดตัว CLICX ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของประเทศไทย
AIS จะนำจุดแข็งด้านโครงข่ายดิจิทัล ระบบรักษาความปลอดภัย และประสบการณ์การให้บริการลูกค้า มาสนับสนุนการพัฒนาบริการทางการเงินที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายามของ AIS ในการเปลี่ยนฐานลูกค้าและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการต่อยอดธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้โดยตรง
จากการเติบโตของรายได้ ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน และการกระจายรายได้ไปยังธุรกิจดิจิทัลที่หลากหลาย AIS ยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลักในปี 2569 ที่ 3–5%
ขณะที่ EBITDA คาดว่าจะเติบโต 2–4% โดยบริษัทระบุว่าผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา สามารถส่งมอบกำไรสุทธิและ EBITDA ได้สูงกว่าประมาณการ
สำหรับทั้งปี 2569 AIS วางกรอบงบลงทุนไว้ที่ 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงข่ายและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ พร้อมวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลในอนาคต
การลงทุนดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการสร้างโอกาสเติบโตจากคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ความบันเทิง การค้าปลีก และบริการทางการเงินดิจิทัล
โจทย์ของ AIS หลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการรักษาการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน แต่คือการเปลี่ยนโครงข่าย ฐานลูกค้า และข้อมูล ให้กลายเป็นระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจร ซึ่งสามารถรองรับทั้งการใช้ชีวิตของผู้บริโภคและการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไทยในระยะยาว




