
การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังผลักดันให้อุตสาหกรรมประกันภัยต้องปรับตัวจากกระบวนการที่ซับซ้อนและพึ่งพาช่องทางแบบดั้งเดิม ไปสู่บริการดิจิทัลที่ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคา เลือกความคุ้มครอง ชำระเงิน และแจ้งเคลมได้อย่างสะดวกมากขึ้น
ขณะเดียวกัน การแข่งขันในตลาดประกันภัยไม่ได้วัดกันเพียงราคาและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรวดเร็วในการให้บริการ การบริหารสินไหมอย่างมีประสิทธิภาพ และความสามารถในการนำข้อมูลกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละราย
ภายใต้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว รู้ใจ เดินทางมาครบ 10 ปี จากจุดเริ่มต้นในฐานะโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ สู่การเป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมวางทิศทางการเติบโตในทศวรรษที่สองผ่านการลงทุนด้าน AI การขยายผลิตภัณฑ์ประกันภัยนอกกลุ่มรถยนต์ และการรุกตลาดในภูมิภาค
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา “พี่จิงโจ้” มาสคอตประจำแบรนด์ ได้กลายเป็นภาพจำที่สะท้อนแนวคิดของรู้ใจในการทำให้ประกันภัยเป็นเรื่องซื้อง่าย ราคาดี และพึ่งพาได้ โดยปัจจุบันกลุ่มรู้ใจดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศไทยและอินโดนีเซีย และมีลูกค้าให้ความไว้วางใจมากกว่า 370,000 ราย
รู้ใจเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2559 ด้วยโมเดลประกันภัยแบบ Direct-to-Consumer หรือ D2C ซึ่งเปิดให้บริษัทให้บริการลูกค้าโดยตรงผ่านช่องทางดิจิทัล
ต่อมาในปี 2566 รู้ใจได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย พร้อมขยายการดำเนินงานสู่อินโดนีเซีย และได้รับเงินลงทุนรอบ Series C มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย Apis Partners และ Asia Partners
การเปลี่ยนผ่านจากโบรกเกอร์ออนไลน์ไปสู่บริษัทประกันภัยเต็มรูปแบบ ทำให้รู้ใจสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริหารการรับประกันภัย และออกแบบกระบวนการบริการลูกค้าได้ครบวงจรมากขึ้น
ผลลัพธ์สะท้อนผ่านเบี้ยประกันภัยรับรวมของกลุ่มบริษัท หรือ Group Gross Written Premium: GWP ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า จาก 1 พันล้านบาทในปี 2564 เป็น 3.3 พันล้านบาทในปี 2568
แรงส่งจากการขยายธุรกิจยังดำเนินต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยรู้ใจประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 1.6 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 212 ล้านบาท
ความสามารถในการทำกำไรได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการรักษาอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน หรือ Loss Ratio ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 65% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ควบคู่กับการบริหารการรับประกันภัยอย่างมีวินัยและการใช้โมเดลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
ด้านฐานะการเงิน บริษัทรักษาอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ Capital Adequacy Ratio: CAR ไว้ที่ระดับ 520% สะท้อนความพร้อมในการรองรับความเสี่ยงและการขยายธุรกิจในอนาคต

คุณนิโคลัส ฟาเกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง กลุ่มรู้ใจ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของรู้ใจมาจากแนวคิดที่ต้องการทำให้ประกันภัยเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับลูกค้า
การก้าวสู่การเป็นบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตเต็มรูปแบบ ช่วยให้บริษัทมีโอกาสพัฒนานวัตกรรมได้มากขึ้น โดยในทศวรรษที่สอง รู้ใจจะนำเทคโนโลยีและ AI มายกระดับผลิตภัณฑ์ เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ และสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า
แม้ประกันภัยรถยนต์จะยังเป็นธุรกิจหลักและเป็นจุดแข็งของรู้ใจ แต่บริษัทมองเห็นโอกาสเติบโตจากผลิตภัณฑ์ประกันภัยส่วนบุคคลประเภทอื่น โดยเฉพาะประกันสุขภาพและกลุ่มประกันภัย Non-motor
คุณกรกฤต คำเรืองฤทธิ์ ประธานกรรมการและกรรมการอิสระ บริษัท รู้ใจประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความสำเร็จตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ช่วยสร้างความมั่นใจให้บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจในอนาคต
รู้ใจจึงเตรียมต่อยอดความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม การดำเนินงาน และการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญด้านประกันภัยส่วนบุคคลในประเทศไทย
หนึ่งในแกนสำคัญของกลยุทธ์ทศวรรษใหม่คือ การลงทุนใน AI ให้ครอบคลุมทั้งระบบรับประกันภัย การจัดการเคลม และการบริการลูกค้า
เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น ลดระยะเวลาในการดำเนินงาน และออกแบบผลิตภัณฑ์หรือเงื่อนไขความคุ้มครองให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่มได้มากขึ้น
ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาใช้เกิดขึ้นในช่วงอุทกภัยรุนแรงที่อำเภอหาดใหญ่ปลายปี 2568 เมื่อรู้ใจผสานระบบจัดการเคลมด้วย AI เข้ากับการลงพื้นที่ของทีมปฏิบัติการ ช่วยเร่งกระบวนการให้ความช่วยเหลือและอนุมัติจ่ายสินไหมแก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับเป้าหมายระยะต่อไป รู้ใจวางแผนเชิงกลยุทธ์ไปถึงปี 2573 โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทยเป็น 6%
บริษัทจะเดินหน้าขยายการดำเนินงานในอินโดนีเซียและมองหาโอกาสในประเทศอื่นของภูมิภาค พร้อมขยายธุรกิจ Non-motor ผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงแผนเปิดตัวประกันสุขภาพส่วนบุคคล หรือ Private Medical Insurance: PMI
ขณะเดียวกัน รู้ใจจะเสริมความแข็งแกร่งในตลาดประกันภัยรถยนต์ ผ่านการขยายผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV รวมถึงประกันภัยการเดินทาง ตลอดจนพิจารณาโอกาสการเติบโตเชิงกลยุทธ์ที่มีศักยภาพ
การก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สองของรู้ใจจึงไม่ได้เป็นเพียงการฉลองการเติบโตของแบรนด์ประกันภัยดิจิทัล แต่สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายประกันผ่านช่องทางออนไลน์ ไปสู่การสร้างระบบนิเวศการคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี การบริการ และการขยายธุรกิจระดับภูมิภาค
โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือ การรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของเบี้ยประกันภัย ความสามารถในการทำกำไร และคุณภาพการให้บริการ ขณะที่บริษัทเร่งลงทุนใน AI และขยายออกจากตลาดประกันรถยนต์ไปสู่ประกันสุขภาพและประกันภัยส่วนบุคคลประเภทอื่นมากขึ้น





