

เสน่ห์ของ “น่าน” ไม่ได้มีเพียงเมืองเก่า วัดวาอาราม และวิถีชีวิตที่ยังคงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเอาไว้อย่างชัดเจน แต่ยังมีอีกมุมที่น่าสนใจ คือการนำทรัพยากรทางการเกษตรและภูมิปัญญาพื้นบ้านมาต่อยอดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงชวนออกเดินทางไปสัมผัสทั้งสองมิติผ่านรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ตอนที่ 13 โดยมี “เต้ย–พงศกร เมตตาริกานนท์” พร้อมแขกรับเชิญ “ต้น–ธนษิต จตุรภุช” ร่วมพาเที่ยวและเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในจังหวัดน่าน ผ่านทั้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเรื่องราวของผู้ประกอบการชุมชนที่สามารถนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาต่อยอดสู่สินค้าในตลาดยุคใหม่

ทริปเริ่มต้นที่ “กำแพงเมืองเก่า” โบราณสถานสำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์และความรุ่งเรืองของเมืองน่านในอดีต ก่อนเดินทางต่อไปยัง “วัดภูมินทร์” หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด ซึ่งโดดเด่นด้วยพระอุโบสถทรงจตุรมุขและภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นที่รู้จักอย่าง “ปู่ม่านย่าม่าน” หรือภาพกระซิบรักบรรลือโลกที่กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวเมืองน่าน
จากนั้นจึงพาไปสัมผัสอีกหนึ่งเสน่ห์ของเมืองผ่านอาหารพื้นถิ่น ณ เรือนเจ้านาง ร้านอาหารเรือนไทยโบราณริมแม่น้ำน่าน ซึ่งนำเสนอเมนูอาหารเหนือในบรรยากาศสงบร่มรื่น สะท้อนวิถีชีวิตและรสชาติแบบดั้งเดิมที่ยังคงเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ท่องเที่ยวในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์สำคัญของการเดินทางครั้งนี้อยู่ที่การเยี่ยมชมการดำเนินงานของ “วิสาหกิจชุมชนชีววิถี” ภายใต้แบรนด์ “ชีวาร์ เนเจอร์” (Chewana Nature) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากวัตถุดิบธรรมชาติและสมุนไพรพื้นบ้านในจังหวัดน่าน พร้อมพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสุขภาพไปพร้อมกัน
หนึ่งในวัตถุดิบเด่นคือ “ผักเชียงดาอินทรีย์ 100%” ซึ่งถูกนำมาพัฒนาและต่อยอดผ่านกระบวนการแปรรูปและสกัดอย่างพิถีพิถัน ร่วมกับวัตถุดิบธรรมชาติและสมุนไพรพื้นบ้านชนิดต่าง ๆ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งแชมพูสมุนไพร เซรั่มบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย โดยมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและหลีกเลี่ยงสารเคมีอันตราย

แนวทางดังกล่าวสะท้อนภาพของการเปลี่ยนผ่านจาก “วัตถุดิบเกษตร” ไปสู่ “ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง” ซึ่งไม่ได้เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยสร้างตลาดใหม่ให้กับผลผลิตในท้องถิ่น และเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้กับเกษตรกรและคนในชุมชน
การเติบโตของชีวาร์ เนเจอร์ ยังเชื่อมโยงกับการสร้างงานและอาชีพในพื้นที่ โดยมี ธ.ก.ส. เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนตั้งแต่ด้านเงินทุน การเติมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และกระบวนการแปรรูป ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายทางการตลาดตลอดห่วงโซ่
เป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนสามารถยกระดับสินค้า เพิ่มมูลค่า และขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้น รวมถึงสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนชีววิถี สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 089-755-7281
ผู้ชมสามารถติดตามเรื่องราวและบรรยากาศการเดินทางครั้งนี้ได้ในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ตอนที่ 13 ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวในสไตล์ ธ.ก.ส. The Way We Are ภายใต้แนวคิด “ถ้าคุณได้สัมผัส คุณจะรัก ธ.ก.ส.” ออกอากาศวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD พร้อมรับชมผ่าน Facebook Page: 9 MCOT และสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง YouTube: BAAC Thailand

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้รวบรวมผลิตภัณฑ์คุณภาพจากลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศไว้บนแพลตฟอร์ม “BAAC Matching” เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดออนไลน์ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถเลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการได้โดยตรงจากทุกพื้นที่
การเดินทางในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการพาเที่ยวเมืองเก่าน่าน แต่ยังสะท้อนอีกด้านของเศรษฐกิจชุมชนที่กำลังขยับจากการขายวัตถุดิบ ไปสู่การสร้างแบรนด์ การแปรรูป และการพัฒนานวัตกรรมจากทุนท้องถิ่น เพื่อเปลี่ยนภูมิปัญญาและทรัพยากรที่มีอยู่ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ พร้อมสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว
#ธกส #BAAC #หอมแผ่นดินกลิ่นไอเกษตร #น่าน #ชีวาร์เนเจอร์ #ChewanaNature #วิสาหกิจชุมชน #เกษตรอินทรีย์ #สมุนไพรไทย #เศรษฐกิจชุมชน #MarketPlus





