"ดีลอยท์" เผย องค์กรไทยเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องเร่งปลดล็อกคุณค่าจาก AI
13 Aug 2026

 

ผลการวิจัยของดีลอยท์พบว่า แม้องค์กรไทยกำลังก้าวหน้าด้านการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลอย่างรวดเร็วกว่าที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ยังคงเป็นความท้าทายที่หลายองค์กรไม่สามารถก้าวข้ามได้ แม้จะมีความมุ่งมั่นและการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

จากผลสำรวจการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลของประเทศไทย ปี 2569: ด้าน AI สำหรับองค์กร (Thailand Digital Transformation Survey 2026 – Enterprise AI Focus) ของดีลอยท์ ประเทศไทย สัดส่วนขององค์กรไทยในขั้นระดับความพร้อม “Becoming Digital” เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 28 เป็นร้อยละ 42 ภายในปีเดียว (เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดที่ร้อยละ 50) สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรต่าง ๆ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น ลดการทำงานแบบแยกส่วน (Siloed) และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

 

 

องค์กรไทยยังคงลงทุนด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ โดยในปี 2569 ร้อยละ 48 ของงบประมาณด้านดิจิทัลถูกจัดสรรเพื่อยกระดับการดำเนินงาน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 39 ในปีก่อนหน้า ขณะที่การนำ AI มาใช้งานก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันองค์กรร้อยละ 61 มีการนำ AI มาใช้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 47 ในปีที่ผ่านมา

 

แม้ว่าจะมีการนำ AI มาใช้เพิ่มมากขึ้น แต่องค์กรจำนวนมากยังคงเผชิญความท้าทายในการเปลี่ยนความคาดหวังให้เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยมีเพียงองค์กรร้อยละ 19 ที่สามารถขยายการใช้ AI ไปสู่หลายหน่วยงานทั่วทั้งองค์กร ขณะที่เหลือ ยังคงอยู่ในขั้นของการทดลองหรือโครงการนำร่อง ทั้งนี้ ร้อยละ 71 ขององค์กรยอมรับว่าสามารถบรรลุผลลัพธ์จาก AI ได้เพียงบางส่วนของเป้าหมายที่วางไว้เท่านั้น

 

องค์กรไทยยังไม่สามารถบูรณาการ AI ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ

องค์กรต่าง ๆ ยังไม่ได้บูรณาการ AI เข้ากับการดำเนินธุรกิจได้เข้าถึงทุกภาคส่วนของธุรกิจ โดยผลการวิจัยพบว่าองค์กรเกือบร้อยละ 70 ระบุว่า AI เป็นความรับผิดชอบของฝ่าย IT เป็นหลัก มากกว่าจะเป็นวาระร่วมของทุกสายงานในองค์กรที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ

 

 

นายโรเบิร์ต กัลลาเกอร์ ลีดเดอร์ด้านเทคโนโลยี สื่อ และโทรคมนาคม ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “แม้องค์กรไทยจะลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่หลายองค์กรยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กรได้ เนื่องจากความท้าทายเชิงโครงสร้าง โดย AI ยังถูกมองว่าเป็นโครงการของฝ่าย IT มากกว่าที่จะเป็นวาระสำคัญที่ขับเคลื่อนโดยภาคธุรกิจ ตราบใดที่ผู้นำธุรกิจไม่ได้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางและการประยุกต์ใช้ AI และให้ฝ่าย IT ทำหน้าที่สนับสนุนด้านเทคโนโลยีและผลักดันการนำไปปฏิบัติ ช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับผลลัพธ์ก็จะยังคงอยู่”

 

ผลสำรวจยังพบว่าร้อยละ 71 ขององค์กรระบุว่าการขาดแคลนบุคลากรและทักษะด้านเทคนิคเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำ AI มาใช้ ขณะที่ร้อยละ 40 ประสบความท้าทายในการระบุกรณีการใช้งาน (Use Cases) ที่เหมาะสม นอกจากนี้ หลายองค์กรยังต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ AI โดยร้อยละ 38 ระบุว่าข้อมูลยังไม่พร้อมสำหรับการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และองค์กรในสัดส่วนเดียวกันมองว่ายังคงต้องเพิ่มระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

 

เพื่อขยายการนำ AI มาใช้ให้เกิดผลอย่างเต็มรูปแบบ องค์กรจำเป็นต้องพัฒนาทักษะด้าน AI ให้ครอบคลุมพนักงานทุกระดับ โดยผลสำรวจพบว่า องค์กรไทยส่วนใหญ่ยังจัดการฝึกอบรมด้าน AI ให้กับพนักงานไม่ถึงร้อยละ 30 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด

 

การปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาทักษะด้าน AI เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของ AI ได้ องค์กรจำเป็นต้องออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ เพื่อให้มนุษย์และ AI สามารถทำงานร่วมกันและเสริมจุดแข็งของกันและกัน โดยให้มนุษย์มุ่งเน้นไปที่งานที่สร้างมูลค่าสูง ขณะที่ AI ช่วยจัดการงานที่เป็นกิจวัตรและงานที่มีลักษณะซ้ำซ้อน

 

 

นายเทวินทร์ ทัศนเจริญ ผู้อำนวยการ บริการด้านเทคโนโลยีและการปฏิรูปองค์กร ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การยกระดับทักษะของบุคลากรเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสมการเท่านั้น องค์กรที่สามารถสร้างคุณค่าจาก AI ได้อย่างแท้จริง ไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ใหม่ แต่กำลังนำ AI มาปรับโฉมกระบวนการดำเนินงาน รูปแบบธุรกิจ และจุดเชื่อมต่อกับลูกค้า โดยใช้จุดแข็งของ AI เป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งนี้ แม้องค์กรที่เริ่มนำ AI มาใช้ก่อน จะสามารถสร้างผลลัพธ์ระยะสั้นจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนได้แล้ว แต่โอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจไทยในระยะต่อไป คือการนำ AI มาใช้สร้างประสบการณ์ลูกค้ารูปแบบใหม่ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดด”

 

จากผลสำรวจ พบว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) ขององค์กรที่มีส่วนร่วมในการวิจัยระบุว่า การนำ AI มาใช้ช่วยลดต้นทุนได้ ขณะที่ร้อยละ 48 ระบุว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพในการทำงาน และอีกร้อยละ 48 เห็นว่า AI ช่วยให้ระบบหรือซอฟต์แวร์ใหม่ถูกนำมาใช้งานได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม มีองค์กรเพียงร้อยละ 9 เท่านั้นที่ระบุว่า AI สามารถช่วยสร้างรายได้ใหม่ให้กับธุรกิจ สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน มากกว่าการนำ AI มาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ

 

 

นายโรเบิร์ต กล่าวเสริมว่า องค์กรยังต้องสร้างรากฐานที่เอื้อต่อการใช้ AI เพื่อให้เกิดคุณค่าทางธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ได้จริง การปรับรูปแบบการทำงานให้สอดรับกับ AI และกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน ดังนั้น องค์กรที่สามารถเชื่อมโยงโครงการ AI ต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันภายใต้รูปแบบการดำเนินงานเดียวกัน จะต่อยอดไปสู่โอกาสในการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ๆ ได้อีกด้วย ทั้งนี้ การลงทุนด้าน AI ในระยะถัดไปเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ไปสู่ขีดความสามารถเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยพลิกโฉมรูปแบบธุรกิจ เสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว

 

ผลสำรวจการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลของประเทศไทย (Thailand Digital Transformation Survey) ของดีลอยท์ จัดทำอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยรวบรวมข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำองค์กรใน 6 อุตสาหกรรม ระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 และเสริมด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้นำองค์กร เพื่อสะท้อนมุมมองและทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ AI ของภาคธุรกิจไทย

 

 

[อ่าน 2,017]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ" ชี้เทรนด์ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย 'โหมซ้อมหนัก' แต่พฤติกรรมฟื้นฟูร่างกายยังตามไม่ทัน
วันหัวใจโลก แพทย์เตือน ‘ปอดอักเสบจากไวรัส RSV’ ในผู้สูงอายุ เสี่ยง ‘หัวใจล้มเหลว-หัวใจวายฉับพลัน’
เครดิตดีไม่ใช่เรื่องไกลตัว เคทีซีชวนสร้าง 3 วินัยการเงินพื้นฐาน “จ่ายตรง รู้ภาระ เก็บหลักฐาน”
"กรุงศรี" เจาะอินไซต์มนุษย์พ่อแม่ "ตึงมือแต่ต้องสู้" เผย Pain Points ใหญ่ทางการเงิน ที่ต้องโฟกัสแค่ "ระยะสั้น"
“มิชลิน ไกด์” เผยรายชื่อโรงแรมและรีสอร์ต 71 แห่งในประเทศไทย ได้รับรางวัล “กุญแจมิชลิน” ประจำปี 2569
Jobsdb ชู Total Hiring Solution ช่วยองค์กรค้นหา “คนที่ใช่” ได้ตรงความต้องการ
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved