
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิกกำลังกลับมาเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตโดดเด่นของโลก แต่การเติบโตที่รวดเร็วก็ทำให้การแข่งขันในธุรกิจโรงแรมและ Hospitality เข้มข้นขึ้นตามไปด้วย ผู้ประกอบการจึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงจำนวนห้องพักหรือโลเคชันอีกต่อไป หาก “ข้อมูล เทคโนโลยี และประสบการณ์ลูกค้า” กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการเติบโตในระยะต่อไป
ล่าสุด ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ผู้บริหารแบรนด์โรงแรมและที่พักในเครือ อาทิ Amari, OZO, Shama และ Oriental Residence เดินหน้ายกระดับ Digital Infrastructure ด้วยการนำ AIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure จาก AIS Business มาเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญขององค์กร เพื่อเชื่อมโยงสำนักงานใหญ่และโรงแรมในเครือทั่วเอเชียแปซิฟิก รองรับแผนขยายพอร์ตจากมากกว่า 45 แห่ง สู่มากกว่า 70 แห่งภายในปี 2030
แรงผลักดันสำคัญมาจากการฟื้นตัวและการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยข้อมูลจาก World Travel & Tourism Council (WTTC) ระบุว่า ในปี 2025 GDP จากภาคการเดินทางและท่องเที่ยวของเอเชียแปซิฟิกเติบโต 8.1% สูงที่สุดในโลก และมีมูลค่ารวมประมาณ 3.29 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเติบโตดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการ Hospitality ต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านการบริหารจัดการ การรองรับการขยายธุรกิจ และการสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางได้มากขึ้น
สำหรับ ONYX การลงทุนเทคโนโลยีจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพหลังบ้าน แต่ถูกวางให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการรองรับการเติบโตของเครือโรงแรมในหลายประเทศ พร้อมสร้างมาตรฐานการทำงานและการใช้ข้อมูลร่วมกันในระดับภูมิภาค
หนึ่งในแกนสำคัญของการทรานส์ฟอร์มครั้งนี้ คือการพัฒนา Data Platform กลางขององค์กร เพื่อรวบรวมข้อมูลผู้เข้าพัก ข้อมูลการจอง และข้อมูลการดำเนินงานเข้าสู่ Cloud Data Warehouse
ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อสร้าง Customer Insight เชื่อมต่อกับระบบ Customer Relationship Management (CRM) และต่อยอดสู่การพัฒนาแคมเปญ บริการ รวมถึงประสบการณ์แบบ Personalization ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น
ขณะเดียวกัน AIS Cloud ยังรองรับระบบสำคัญขององค์กรทั้ง ERP ระบบวิเคราะห์ข้อมูล และระบบปฏิบัติการของโรงแรม พร้อมเปิดทางให้ ONYX สามารถต่อยอดไปสู่การใช้งาน AI, Automation และระบบอัจฉริยะ ในอนาคต
พิพัฒน์ ขนอนเวช รองประธานกรรมการแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ระบุว่า เป้าหมายของ ONYX คือการก้าวสู่การเป็นบริษัทบริหารจัดการธุรกิจบริการขนาดกลางที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจำเป็นต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี
องค์กรจึงมองเทคโนโลยีไม่ใช่เพียงการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แต่เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพัก รวมถึงช่วยให้พนักงานสามารถให้บริการลูกค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
อีกด้านหนึ่ง ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนทิศทางของ AIS Business ที่ต้องการผลักดัน Cloud จากเครื่องมือด้าน IT ให้กลายเป็น Strategic Infrastructure ขององค์กร
ภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มองว่า Cloud มีบทบาทต่อการเพิ่มความคล่องตัว การขยายโอกาสทางธุรกิจ และการนำข้อมูลมาต่อยอดสร้างคุณค่าใหม่
AIS Business จึงวาง AIS Cloud Thai Hyperscale ให้เป็นบริการ Hyperscale Cloud จากผู้ให้บริการไทย ซึ่งผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจบริบทของธุรกิจไทย พร้อมรองรับองค์กรที่ต้องขยายการดำเนินงานไปยังหลายประเทศ
จุดสำคัญของบริการคือการผสาน Cloud เข้ากับโครงข่าย การดูแลข้อมูลภายในประเทศ และทีมผู้เชี่ยวชาญไทย ทำให้องค์กรสามารถเชื่อมโยงระบบและใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างประเทศได้คล่องตัวมากขึ้น
ในมุม MarketPlus ความน่าสนใจของดีลนี้จึงไม่ใช่เพียงการที่โรงแรมรายหนึ่งเปลี่ยนระบบขึ้น Cloud แต่คือการวาง Digital Backbone ให้โตไปพร้อมกับธุรกิจ
เมื่อ ONYX ตั้งเป้าขยายเครือจากมากกว่า 45 แห่ง เป็นมากกว่า 70 แห่งภายในปี 2030 ความท้าทายจะอยู่ที่การทำให้โรงแรมแต่ละแห่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบกลาง ใช้ข้อมูลร่วมกัน และรักษามาตรฐานการบริหารจัดการในระดับเดียวกันได้
Cloud และ Data Platform จึงกลายเป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดข้อจำกัดของการขยายธุรกิจในหลายประเทศ ขณะเดียวกันข้อมูลลูกค้าที่ถูกนำมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบก็สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างบริการและข้อเสนอที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
การแข่งขันในธุรกิจ Hospitality รอบใหม่จึงอาจไม่ได้วัดกันเพียงว่า “ใครมีโรงแรมมากกว่า” แต่จะอยู่ที่ว่า ใครสามารถใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเปลี่ยน Scale ให้กลายเป็น Experience ได้ดีกว่ากัน
และสำหรับ ONYX การจับมือ AIS Business ครั้งนี้ คืออีกก้าวของการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อม ก่อนเดินหน้าเข้าสู่การแข่งขันในสนามเอเชียแปซิฟิกที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว





