
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เผยผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 มียอดกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์รวมกว่า 6,390 ล้านบาท และปิดยอดขายครึ่งปีแรกกว่า 10,600 ล้านบาท พร้อมอวด Backlog ในมือแกร่ง 33,182 ล้านบาท หนุนรายได้ยาว 4 ปี ทยอยรับรู้ตั้งแต่ปี 2569 จนถึงปี 2572 เดินหน้า 5 Key Drivers รับเศรษฐกิจโลกผันผวนพร้อมแผนเปิดขายโครงการใหม่ ควบคู่โครงการพร้อมอยู่ ครึ่งปีหลังจ่อโอนกรรมสิทธิ์คอนโดเพิ่มอีก 1 โครงการ ตุนแบ็คล็อคแล้ว 2,000 ล้านบาท โชว์วินัยทางการเงินแกร่งชำระคืนหู้นกู้ครบรวม 5 รุ่น มูลค่ากว่า 5,854 ล้านบาท

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เผยถึงผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 (6 เดือนแรก) บริษัทฯมียอดกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์รวมกว่า 6,391 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ของ บริษัทฯ และบริษัทย่อย จำนวน 2,223 ล้านบาท และกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการที่อยู่ภายใต้กิจการร่วมค้า จำนวน 4,169 ล้านบาท ขณะเดียวกันมียอดขายบ้านและคอนโดมิเนียมรวม 10,627 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียม ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN VERTICAL ประมาณ 87% และยอดขายจากโครงการบ้านจัดสรร ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ประมาณ 13% โดยแบ่งเป็นยอดขายจากกลุ่มโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง (Ongoing) ประมาณ 29% และจากยอดขายจากกลุ่มโครงการพร้อมอยู่ (Ready to move) ประมาณ 71% และมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 33,182 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2569 จนถึงปี 2572
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีการชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระตั้งแต่เดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 รวม 5 รุ่น มูลค่ารวม 5,854 ล้านบาท สะท้อนวินัยทางการเงินและความน่าเชื่อถือ รวมทั้งหุ้นกู้ที่เสนอขายยังได้รับการตอบรับที่ดีมียอดจองล้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อกลุ่มบริษัท

ภายใต้กลยุทธ์ “ORIGIN Portfolio Evolution 2026” ผ่าน 5 Key Drivers (5 ธุรกิจหลัก) สร้างการเติบโตยั่งยืนรับมือทุกวัฏจักร ซึ่งครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ประกอบด้วย คอนโดฯภายใต้แบรนด์ ORIGIN VERTICAL, บ้านจัดสรร ภายใต้แบรนด์ BRITANIA, ธุรกิจการให้บริการเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ ภายใต้ PRIMO, ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำต่อเนื่อง (Recurring Income) ทั้งโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ออฟฟิศ และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ภายใต้ ORIGIN Hotel และ ธุรกิจ Logistics และ Warehouse ภายใต้ ALPHA เพื่อเสริมความยืดหยุ่น และสร้างรายได้ที่หลากหลาย ที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของเศรษฐกิจ และทั้ง 5 Key Drivers เดินเกมทำงานหนัก-เบา ปรับตัวไปตามสถานการณ์
สำหรับในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เตรียมโอนคอนโดฯสร้างเสร็จใหม่เพิ่ม 1 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ SO Origin Bangtao Beach โดยมี Backlog ในมือแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท และโครงการบ้านจัดสรรสร้างเสร็จใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 2,650 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังบริหารพอร์ตสินทรัพย์ตามกระบวนการจัดการทรัพย์สินเป็น Cycle ผ่านกลยุทธ์ Build – Operate – Exit – Reinvestment ของ ออริจิ้น โฮเทล ปิดดีลขาย โรงแรม 2 แห่ง ประกอบด้วย ไอบิส ภูเก็ต กะตะ รับ Extra Cash กว่า 400 ล้านบาท และ Staybridge Suites Bangkok Sukhumvit รับกระแสเงินสดเข้ากว่า 550 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 และ 3/2569 ตามลำดับ
“ภายใต้สภาวะความเปราะบางและความท้าทายของเศรษฐกิจ รวมถึงทิศทางธุรกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน กลุ่มบริษัทออริจิ้นยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานด้วยความระมัดระวัง และรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด เรายังคงมีความมั่นใจในศักยภาพการเติบโตของช่วงครึ่งปีหลัง จากความแข็งแกร่งของรายได้ที่จะเข้ามาใหม่ ซึ่งเป็นไปตามแผนการรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง (On Construction) โครงการเปิดขายใหม่ (Presale) ตลอดจนยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สะสมที่มีอยู่ในมือ รวมทั้ง ต้องขอขอบคุณนักลงทุน สถาบันการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน ที่ได้มอบความไว้วางใจ และให้การสนับสนุนอย่างดียิ่งเสมอมา ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เราพร้อมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายพีระพงศ์ กล่าว
17 ปี แห่งการเติบโตของ Origin Group วันนี้ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่คำว่า คนสร้างบ้าน หรือ คอนโดฯ อีกต่อไป แต่คือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรพร้อมสร้างรายได้จาก Asset ทุกรูปแบบในมือ การกระจายความเสี่ยง (Diversify) ของ ออริจิ้น ผ่านธุรกิจหลักทั้ง 5 Key Drivers ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ศักยภาพของ Origin Group ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด โรงแรม คลังสินค้า หรือที่ดินเปล่า ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสทางธุรกิจและแหล่งรายได้ที่แข็งแกร่ง การขายและสร้างมูลค่าจากอสังหาฯ ทุกโมเดล เพื่อเข้ามาเติมเต็ม ทำให้โครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ มีความสมดุลและพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว






