
เมื่อการแข่งขันในยุค AI ไม่ได้วัดกันเพียงว่าองค์กรไหนลงทุนเทคโนโลยีมากกว่า หรือใครเข้าถึง Generative AI ได้ก่อน แต่กำลังขยับไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า นั่นคือ “คนพร้อมใช้ AI แล้วหรือยัง”
เพราะต่อให้มีเทคโนโลยีที่ดีที่สุด หากคนไม่สามารถตั้งโจทย์ วิเคราะห์ เลือกใช้ และนำ AI ไปแก้ปัญหาหรือสร้าง Productivity ได้จริง เงินลงทุนด้านเทคโนโลยีก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนเป็นความสามารถในการแข่งขันได้เต็มศักยภาพ
นี่คือโจทย์ที่ AIS Academy นำมาขยายผลผ่าน AIS ACADEMY For THAIs 2026 ภายใต้แนวคิด “MASTERING AI BEYOND BORDERS” ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 11–12 กันยายน 2569 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ สานต่อ “ภารกิจคิดเผื่อเพื่อคนไทย” ด้วยการเชื่อมองค์ความรู้ เทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายทั้งในประเทศและระดับโลก เพื่อสร้างคนไทยให้พร้อมเปลี่ยน AI จาก “เครื่องมือ” ไปสู่ “โอกาส”

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร AIS มองว่า การเติบโตขององค์กรเพียงองค์กรเดียวไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ หากประเทศ สังคม เศรษฐกิจ และคนไม่ได้เติบโตไปพร้อมกัน
ที่ผ่านมา AIS Academy จึงไม่ได้มองเพียงว่าองค์กรต้องการคนที่มีทักษะแบบใด แต่พยายามมองล่วงหน้าว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงอะไร และจะเตรียมคนไทยให้พร้อมอย่างไร ตั้งแต่ช่วงโควิด การเข้าสู่สังคมสูงวัย จนถึงยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนเศรษฐกิจ การทำงาน และวิถีชีวิต
โจทย์จึงเปลี่ยนจาก “เข้าถึงเทคโนโลยีหรือยัง” ไปสู่ “พร้อมใช้เทคโนโลยีหรือยัง” หรือการขยับจาก Access สู่ Capability
ยิ่งโลกกำลังเคลื่อนจาก Generative AI ไปสู่พัฒนาการขั้นต่อไป รวมถึง Artificial General Intelligence หรือ AGI การเตรียมคนจึงไม่ควรผูกติดกับเครื่องมือ AI ตัวใดตัวหนึ่ง แต่ต้องสร้าง AI Capability ให้คนสามารถเรียนรู้ ปรับตัว ตั้งคำถาม ทำงานร่วมกับ AI และนำไปสร้าง Productivity ธุรกิจ นวัตกรรม และโอกาสใหม่ได้อย่างเข้าใจและรับผิดชอบ
อีกประเด็นสำคัญคือ ความเสี่ยงจากการที่องค์กรเร่งลงทุน AI เพราะกลัวตกขบวนเทคโนโลยี โดยมองว่าเมื่อซื้อเครื่องมือแล้ว AI จะเข้ามาแก้ทุกปัญหาได้เอง
แต่ในทางปฏิบัติ จุดเริ่มต้นควรย้อนกลับไปที่ Pain Point ขององค์กรอยู่ตรงไหน และ AI จะเข้าไปช่วยแก้โจทย์นั้นอย่างไร
หากลงทุนเทคโนโลยีไปแล้ว แต่คนในองค์กรไม่มีทักษะหรือไม่รู้ว่าจะนำมาใช้กับโจทย์ใด ขณะที่เทคโนโลยีก็เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว การลงทุนดังกล่าวอาจกลายเป็นต้นทุนมากกว่าการสร้าง Productivity
AIS Academy จึงวางเป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้คนไทย “ตาม AI ให้ทัน” แต่ต้อง “ใช้ AI เพื่อก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม” ทั้งในระดับบุคคล องค์กร สังคม และประเทศ

AIS ACADEMY For THAIs 2026 จึงไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงงานสัมมนา แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้จากประสบการณ์และ Use Case จริง
ภายในงานรวบรวม Speaker และผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 คน จากพันธมิตรเทคโนโลยีและองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ AWS, BytePlus, Canva, Google, Huawei, Meta, Microsoft, NVIDIA, Pearson, Samsung และ ZTE
พร้อม Workshop และ Masterclass มากกว่า 20 Sessions และ AI Interactive Experience ให้ผู้เข้าร่วมได้เห็น ทดลอง และเรียนรู้แนวทางประยุกต์ AI กับการทำงาน ธุรกิจ และชีวิตจริง
เนื้อหาถูกวางไว้บน 3 แกนหลัก ได้แก่ AI Ready Thailand ยกระดับความพร้อมของประเทศและอุตสาหกรรม, AI Ready Business เตรียมธุรกิจไทยให้สามารถใช้ AI สร้างผลลัพธ์ และ AI Ready Skills พัฒนาทักษะคนไทย ครอบคลุมตั้งแต่โลกการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ Creator Economy, Animation ไปจนถึงความปลอดภัยดิจิทัล

อีกด้านที่ทำให้งานครั้งนี้มีมิติมากกว่าเรื่องเทคโนโลยี คือการดึงหน่วยงานภาครัฐและองค์กรด้านองค์ความรู้เข้ามาสร้าง Ecosystem ร่วมกัน
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เข้ามาเสริม Innovation Ecosystem เชื่อม Startup ผู้ประกอบการ นักลงทุน สถาบันการศึกษา และงานวิจัย พร้อมต่อยอด JUMP Thailand Hackathon 2026 ภายใต้โจทย์ AI for the Future of Thai Education
ด้าน สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) ช่วยขยาย Learning Ecosystem ออกจากกรุงเทพฯ ผ่าน Roadshow ใน พิษณุโลก นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา และนครศรีธรรมราช พร้อมผลักดัน AI ให้เป็น “คู่หู” ของการจัดการความรู้
ขณะที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เติมมิติ AI Inclusion ด้วยการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและผู้พิการ เพื่อไม่ให้การเปลี่ยนผ่านสู่ AI สร้างช่องว่างใหม่ในสังคม
ในระดับภาคธุรกิจ AIS ยังทำงานร่วมกับหน่วยงานภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พัฒนา Thailand AI Readiness Index หรือ TARI เพื่อประเมินว่าองค์กรไทยมีความพร้อมด้าน AI อยู่ระดับใด ทั้งด้านกลยุทธ์ เทคโนโลยี และทักษะบุคลากร
เป้าหมายเบื้องต้นคือประเมินองค์กรประมาณ 500 แห่งในปีแรก และขยายเป็น 2,000 แห่งในอนาคต เพื่อให้แต่ละองค์กรรู้จุดเริ่มต้นของตัวเอง ก่อนวางแผนยกระดับศักยภาพด้าน AI ต่อไป
แนวคิดนี้ช่วยเปลี่ยนคำถามจาก “องค์กรควรซื้อ AI อะไร?” เป็น “องค์กรพร้อมใช้ AI แค่ไหน และควรใช้ AI แก้โจทย์อะไร?”
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มุ่งพัฒนาทักษะ AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มอาชีวศึกษา พร้อมปรับแนวคิดการเรียนรู้จากการให้ AI “คิดแทน” ไปสู่การใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยคิด วิเคราะห์ และลดกำแพงด้านภาษาและการเข้าถึงความรู้

ภาพใหญ่ของ AIS ACADEMY For THAIs 2026 จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็น “งานสัมมนา AI” หรือกิจกรรม CSR ระยะสั้น แต่กำลังสะท้อนการวางโครงสร้างการพัฒนาคนที่เชื่อม AI Infrastructure + AI Capability + Learning Ecosystem + Innovation Ecosystem เข้าด้วยกัน
เพราะในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ความได้เปรียบอาจไม่ได้อยู่กับองค์กรหรือประเทศที่ซื้อ AI ได้เร็วที่สุด แต่อยู่กับคนที่ เรียนรู้เร็ว ตั้งคำถามเป็น ปรับตัวได้ และรู้ว่าจะใช้ AI แก้ปัญหาอะไร
นี่จึงเป็นการขยับจาก Digital Inclusion สู่ AI Inclusion และจาก Access สู่ Capability เพื่อสร้าง AI-ready People ให้เดินไปพร้อมกับ AI Infrastructure ของประเทศ
และอาจเป็นโจทย์สำคัญกว่า “ประเทศไทยมี AI มากแค่ไหน” เพราะสิ่งที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว คือ ประเทศไทยมีคนที่สามารถเปลี่ยน AI ให้เป็น Productivity นวัตกรรม ธุรกิจ และโอกาสใหม่ได้มากเพียงใด
AIS ACADEMY For THAIs 2026 จัดวันที่ 11–12 กันยายน 2569 เวลา 10.00–18.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สามารถลงทะเบียนล่วงหน้า ได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/AIS-Academy-for-THAIs-2026


