
นักท่องเที่ยวหนึ่งคนไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะให้กับสายการบินหรือโรงแรมเท่านั้น แต่เม็ดเงินยังไหลต่อไปยังร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านของฝาก ธุรกิจเวลเนส กิจกรรมท่องเที่ยว ไปจนถึงร้านค้าและบริการในชุมชนตลอดเส้นทางการเดินทาง
เมื่อประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักเดินทางทั่วโลก โจทย์ของภาคท่องเที่ยวจึงไม่ได้มีเพียงว่า จะดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้มากแค่ไหน แต่ยังรวมถึงว่า ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME จะสามารถเข้าถึงกำลังซื้อเหล่านี้ได้มากเพียงใด
ข้อมูลจากรายงาน Thailand Travel Pulse 2026 ของ Visa ระบุว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร Visa ของผู้บริโภคข้ามพรมแดนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Repeat Visitors แม้คิดเป็นเพียง 20% ของผู้ถือบัตรทั้งหมด แต่กลับสร้างยอดใช้จ่ายถึง 34% ของการใช้จ่ายขาเข้า สะท้อนว่านักท่องเที่ยวที่กลับมาเยือนไทยซ้ำมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไม่น้อย
ที่น่าสนใจคือ การใช้จ่ายไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงโรงแรมหรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ แต่เริ่มกระจายไปยังร้านอาหาร ธุรกิจอาหารและของชำ กิจกรรมไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ท้องถิ่นมากขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้โดยตรงกว่าเดิม
แม้ไทยจะมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในระดับสูง แต่ “การชำระเงิน” ยังเป็นอีกจุดที่มีพื้นที่ให้พัฒนา
รายงาน Data-Driven Insights into Tourist Payment Behaviours ซึ่งจัดทำโดยธนาคารแห่งประเทศไทยและ Visa ระบุว่า ในปี 2567 เงินสดยังคิดเป็น 78% ของมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย ขณะที่การชำระผ่านบัตรมีสัดส่วน 20% และ e-Money อยู่ที่ 2%
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจ Visa Global Travel Intentions Study พบว่า 81% ของนักท่องเที่ยวกังวลเรื่องการชำระเงินก่อนเดินทางมาไทย และ 58% เคยพบปัญหาด้านการชำระเงินจริงระหว่างท่องเที่ยว โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ ร้านค้าไม่รองรับช่องทางการชำระเงินที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย
ในมุมธุรกิจ ตัวเลขเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียง “ข้อจำกัด” แต่สะท้อน ช่องว่างของโอกาส เพราะทุกครั้งที่ร้านค้าเพิ่มทางเลือกในการรับชำระเงิน ก็เท่ากับช่วยลดแรงเสียดทานก่อนการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับบัตรและ Digital Payment อยู่แล้ว
ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจากเครือข่ายร้านค้าสมาชิกของ เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข ผู้บริหารสูงสุด สายงานบริหารร้านค้าสมาชิก “เคทีซี” ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 มูลค่าการใช้จ่ายผ่านระบบ Digital Payment ของร้านค้าสมาชิกเติบโต 7% ขณะที่ยอดใช้จ่ายจากลูกค้าต่างชาติเติบโตสูงถึง 20%

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา แต่คือการทำให้เม็ดเงินเหล่านั้นสามารถไหลไปถึงผู้ประกอบการไทยได้มากขึ้น
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถค้นหาร้านอาหาร ร้านค้าในชุมชน หรือกิจกรรมท่องเที่ยวผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จองบริการล่วงหน้า และชำระเงินก่อนเดินทางได้ ความพร้อมของร้านค้าในการรับชำระเงินจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Customer Experience และมีผลโดยตรงต่อโอกาสเข้าถึงกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
อีกความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การเข้าสู่ระบบ Digital Payment ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูงเหมือนในอดีต ผู้ประกอบการสามารถเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับลักษณะธุรกิจได้ ตั้งแต่ Contactless Payment สำหรับการแตะบัตรหรืออุปกรณ์เพื่อชำระเงิน ไปจนถึงการรองรับบัตรต่างประเทศและ Alipay+ เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้ช่องทางที่คุ้นเคยจากประเทศต้นทาง
สำหรับธุรกิจที่ต้องมีการจองล่วงหน้า เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ทัวร์ หรือกิจกรรมท่องเที่ยว ยังสามารถใช้ Link Pay ส่งลิงก์ให้ลูกค้าชำระล่วงหน้า ขณะที่บริการผ่อนชำระช่วยเพิ่มทางเลือกสำหรับสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง
ในมุมของ SME เครื่องมือเหล่านี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “รับเงิน” แต่ช่วยขยายโอกาสตั้งแต่ก่อนลูกค้าเดินทางมาถึงประเทศไทย
การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นตลาดแรกในเอเชียแปซิฟิกสำหรับโครงการ Visa Destinations ยังสะท้อนอีกมิติว่า การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวไม่ได้อยู่เพียงการดึงคนเข้าประเทศ แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมผู้เดินทางเข้ากับธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างราบรื่น ตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านค้าในชุมชน ธุรกิจเวลเนส แหล่งช้อปปิ้ง การเดินทาง ไปจนถึงกิจกรรมเฉพาะพื้นที่
สำหรับ SME ไทย การแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวดิจิทัลจึงอาจไม่ได้วัดกันที่ “ขนาด” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่า ใครสามารถทำให้นักท่องเที่ยว ค้นเจอ เข้าถึง และชำระเงินได้ง่ายกว่า
เมื่อพฤติกรรมนักเดินทางเปลี่ยนไป Digital Payment จึงกำลังขยับจากช่องทางรับชำระเงิน มาเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจที่ช่วยให้ SME เชื่อมตัวเองเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าการท่องเที่ยวโลกได้โดยตรง
และในวันที่นักท่องเที่ยวพร้อมเดินทางและพร้อมใช้จ่าย ธุรกิจที่ลดขั้นตอนและอุปสรรคในการชำระเงินได้มากที่สุด ก็มีโอกาสเปลี่ยน “ผู้มาเยือน” ให้กลายเป็นรายได้ที่เติบโตต่อเนื่องได้มากกว่าเช่นกัน





