
การเติบโตของวิดีโอออนไลน์กำลังทำให้การแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมขยับไปไกลกว่าความเร็วและความครอบคลุมของเครือข่าย เมื่อผู้บริโภคใช้เวลาอยู่กับคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ และคอมมูนิตี้ออนไลน์มากขึ้น ผู้ให้บริการจึงต้องสร้าง “ประสบการณ์ดิจิทัล” ที่เชื่อมตั้งแต่โครงข่ายไปจนถึงบริการและคอนเทนต์ที่ผู้ใช้ต้องการ

ล่าสุด ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ YouTube นำแนวคิด Connectivity × Content × Creators มาต่อยอดเป็นความร่วมมือที่เชื่อมศักยภาพของ True 5G เข้ากับ YouTube Premium รวมถึงฐานครีเอเตอร์และคอมมูนิตี้บนแพลตฟอร์ม เพื่อเปลี่ยนบทบาทของเครือข่ายจากการเป็นเพียงช่องทางเชื่อมต่อ ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์รับชมโดยตรง
หนึ่งในไฮไลท์คือแคมเปญ “ทรู ดู MARATHON” ที่รวม 5 ครีเอเตอร์ ได้แก่ เทพลีลา, รับทราบ, OHANA, เสือร้องไห้ และ Go Went Go มาสร้างคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟความยาวรวมกว่า 21 ชั่วโมง
คอนเทนต์ดังกล่าวจะถูกนำมาต่อยอดจากโลกออนไลน์สู่กิจกรรมออฟไลน์ ผ่าน “ทรู ดู MARATHON Challenge” ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา (หาดใหญ่) ระหว่างวันที่ 29–30 สิงหาคม 2569 ก่อนเปิดให้ผู้ชมทั่วประเทศรับชมคอนเทนต์ฉบับเต็มทาง YouTube ในวันที่ 5 กันยายน 2569
วีเวเก เอลิซาเบธ เรย์เมิร์ต หัวหน้าฝ่ายบริการดิจิทัล กลุ่มลูกค้าธุรกิจบุคคล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า YouTube กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภคไทย ตั้งแต่ความบันเทิง การเรียนรู้ ไปจนถึงการติดตามครีเอเตอร์และคอมมูนิตี้ ทำให้ความต้องการของลูกค้าไม่ได้หยุดอยู่เพียงการมีคอนเทนต์ที่ดี แต่รวมถึงประสบการณ์รับชมที่ลื่นไหล สะดวก และคุ้มค่า

ทรูจึงนำเครือข่าย True 5G มาผสานกับ YouTube Premium พร้อมออกแบบสิทธิประโยชน์ให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อให้บริการระดับโลกกลายเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจโทรคมนาคมในชีวิตประจำวัน
ข้อมูลจาก YouTube ระบุว่า YouTube Music และ YouTube Premium มีสมาชิกทั่วโลกรวมมากกว่า 125 ล้านบัญชี ซึ่งรวมผู้ใช้งานในช่วงทดลอง สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของผู้บริโภคที่ยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์รับชมแบบพรีเมียมมากขึ้น
ทรูจึงนำ YouTube Premium มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า โดยลูกค้ารายเดือนสามารถสมัครผ่านทรูได้ในราคาเริ่มต้น 139 บาทต่อ 30 วันในช่วง 3 เดือนแรก ก่อนปรับเป็น 159 บาทต่อเดือน ขณะที่ลูกค้าเติมเงินสมัครได้ในราคา 159 บาทต่อ 30 วัน ตามเงื่อนไขที่กำหนด
นอกจากนี้ ลูกค้าใหม่ที่ย้ายค่ายหรือเปิดเบอร์ใหม่ด้วยแพ็กเกจ 5G Super Value ตั้งแต่ 699 บาทขึ้นไป ยังสามารถรับสิทธิ์ YouTube Premium สูงสุด 6 เดือน ส่วนกลุ่มนักเรียนและนักศึกษามีแพ็กเกจ YOU ตั้งแต่ 499 บาทขึ้นไป ซึ่งรองรับการใช้งาน YouTube ตามเงื่อนไขของแพ็กเกจ
โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า บทบาทของทรูในระยะต่อไปจะไม่จำกัดอยู่เพียงการเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ต้องขยับสู่การเป็น Tech Ecosystem และโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตดิจิทัล

การเชื่อมต่อจึงต้องสร้างคุณค่าต่อเนื่องไปถึงการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ คอมมูนิตี้ และโอกาสทางเศรษฐกิจ
ในมุมนี้ ความร่วมมือกับ YouTube ไม่ได้ถูกวางเป็นเพียงแคมเปญด้านความบันเทิง แต่เป็นการนำสินทรัพย์ 3 ส่วน ได้แก่ เครือข่าย คอนเทนต์ และครีเอเตอร์ มาเชื่อมกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง
กลยุทธ์ดังกล่าวยังสะท้อนแนวทางการแข่งขันของธุรกิจโทรคมนาคมที่กำลังเปลี่ยนจากการขาย Data และแพ็กเกจ ไปสู่การสร้าง Ecosystem ที่ทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาและบริการบนเครือข่ายมากขึ้น
ด้าน มุกพิม อนันตชัย หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจ YouTube ประเทศไทยและเวียดนาม ระบุว่า YouTube ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในศูนย์กลางของ Creator Economy มานานกว่า 20 ปี โดยให้ความสำคัญกับการสร้างระบบที่ครีเอเตอร์สามารถเติบโตและสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ Creator Economy เติบโตอย่างน่าสนใจ ปัจจุบันมีช่อง YouTube ในไทยที่มียอดผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคนถึงประมาณ 1,400 ช่อง
ขณะที่ในช่วงปี 2022–2025 YouTube จ่ายเงินให้กับครีเอเตอร์ ศิลปิน และบริษัทสื่อทั่วโลกผ่าน YouTube Partner Program มากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าครีเอเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตคอนเทนต์ แต่กำลังพัฒนาเป็นหนึ่งในระบบเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ การจ้างงาน และโอกาสทางธุรกิจในวงกว้าง
การร่วมมือกับทรูจึงเป็นการนำระบบนิเวศของครีเอเตอร์บน YouTube มาเชื่อมกับเครือข่าย 5G เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงครีเอเตอร์ที่ชื่นชอบได้อย่างต่อเนื่องบนหลายหน้าจอ ทั้งสมาร์ทโฟน หน้าจอภายในบ้าน ไปจนถึงจอขนาดใหญ่ในกิจกรรมออฟไลน์
อีกมิติที่น่าสนใจของแคมเปญครั้งนี้ คือการเปลี่ยนพฤติกรรมการรับชมแบบส่วนบุคคลบนหน้าจอ ให้กลายเป็นประสบการณ์ร่วมระหว่างผู้ชม ครีเอเตอร์ และแบรนด์
ทรูเตรียมจัดกิจกรรม “ทรู ดู Marathon Cinema Challenge @ Major Cineplex” ให้ลูกค้าทรูและดีแทครับชมคอนเทนต์ต่อเนื่องกว่า 21 ชั่วโมงบนจอภาพยนตร์ พร้อมกันใน 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น เชียงใหม่ และหาดใหญ่ พร้อมของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท
การนำคอนเทนต์ออนไลน์ออกมาสร้างกิจกรรมในโลกออฟไลน์จึงช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างครีเอเตอร์กับผู้ติดตามขยับจาก “ยอดวิว” ไปสู่การสร้าง Community และ Engagement ที่จับต้องได้มากขึ้น

ความร่วมมือระหว่าง True และ YouTube สะท้อนการแข่งขันของตลาดดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนจากการแย่งชิงผู้ใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์ม ไปสู่การเชื่อม “ระบบนิเวศ” เข้าด้วยกัน
สำหรับทรู เครือข่าย 5G คือโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ YouTube มีทั้งคอนเทนต์ เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม และฐานครีเอเตอร์จำนวนมาก เมื่อทั้งสองส่วนมารวมกันจึงเปิดโอกาสให้เกิดโมเดลที่มากกว่าการขายแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตหรือ Subscription เพียงอย่างเดียว
หากโมเดลนี้สร้าง Engagement และการใช้งานบริการดิจิทัลเพิ่มขึ้นได้จริง ก็อาจกลายเป็นแนวทางสำคัญของธุรกิจโทรคมนาคมในการสร้างรายได้และความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ฝั่งครีเอเตอร์ก็มีโอกาสขยายพื้นที่จากบนแพลตฟอร์มไปสู่กิจกรรม ประสบการณ์ และความร่วมมือกับแบรนด์ในรูปแบบใหม่มากขึ้น

ท้ายที่สุด การแข่งขันใน Creator Economy อาจไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีครีเอเตอร์มากที่สุด หรือใครมีเครือข่ายเร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่จะอยู่ที่ว่าใครสามารถเชื่อม “คอนเทนต์–ครีเอเตอร์–เทคโนโลยี–คอมมูนิตี้” ให้กลายเป็นประสบการณ์เดียวกันได้ครบที่สุด
และ “ทรู ดู MARATHON” กำลังเป็นอีกบททดลองของเกมดังกล่าวในตลาดไทย

กิจกรรม “ทรู ดู MARATHON Challenge” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–30 สิงหาคม 2569 ใน 4 จังหวัด ก่อนเปิดรับชมคอนเทนต์ฉบับเต็มทั่วประเทศทาง YouTube วันที่ 5 กันยายน 2569





