
ในยุคที่คอนเทนต์แข่งกันด้วยยอดวิว ครีเอเตอร์หลายคนอาจต้องทำทุกทางเพื่อให้คนหยุดดู ตั้งแต่หยิบเรื่องขัดแย้งมาขยาย ใช้ความรุนแรงเรียกอารมณ์ ไปจนถึงจัดฉากสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ เมื่อสิ่งเหล่านี้ปรากฏซ้ำ ๆ บนหน้าจอและถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าคิดไม่ใช่เพียงว่าคลิปไหนจะดัง แต่คือเด็กและเยาวชนกำลังเรียนรู้อะไรจากสิ่งที่พวกเขาดูอยู่ทุกวัน และเมื่อคนทำคอนเทนต์มีอิทธิพลต่อความคิดและพฤติกรรมของผู้ชมมากขึ้น “จริยธรรม” จึงกลายเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรถูกมองข้าม

กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างทักษะควบคู่กับวิธีคิดให้กับคนรุ่นใหม่ โดยจับมือร่วมกับ BIG CAMERA จัดกิจกรรม “Young รักษ์สมุทรสาคร” ภายใต้โครงการ Panasonic Cares ปีที่ 4 เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจาก 8 โรงเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร ก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนในการผลิตคอนเทนต์สารคดี เพื่อร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชุมชนในจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อป เรียนรู้และซึมซับประสบการณ์จริงอย่างใกล้ชิดจาก ห่าน–สิทธิพงษ์ กองทอง ผู้กำกับภาพชื่อดังจากวงการซีรีส์และภาพยนตร์ไทย โดยตลอดกิจกรรม พานาโซนิคให้การสนับสนุนกล้องถ่ายภาพดิจิทัลพร้อมเลนส์คุณภาพสูงจาก LUMIX แก่เยาวชนทั้ง 8 ทีม ได้ใช้ถ่ายทำจริง พร้อมผู้เชี่ยวชาญจากทีม Lumix Thailand มาร่วมให้คำแนะนำการใช้งานกล้องในระดับมืออาชีพ พร้อมด้วยกาสนับสนุนอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ จาก BIG CAMERA เพื่อการผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูง ทั้งยังนำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ การเก็บบันทึกเสียง โดยมี Creator มืออาชีพ มาช่วยถ่ายทอดเทคนิคการเก็บบันทึกเสียง ไปจนถึงหลักการผลิตสื่อสารคดี และให้น้อง ๆ ได้ฝึกคิด ฝึกถ่าย และฝึกเล่าเรื่องราวของท้องถิ่นผ่านมุมมองของตัวเอง พร้อมเรียนรู้การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ มีจริยธรรม และรับผิดชอบต่อเรื่องราวที่ส่งต่อสู่สังคมอย่างยั่งยืน

คิดก่อนสร้าง เล่าอย่างรับผิดชอบ จาก Engagement สู่ความถูกต้อง
น้อง ๆ ทีม D-FYNT (ดี-ไฟท์) จากโรงเรียนกระทุ่มแบนวิเศษสมุทคุณ นำโดย เฟิร์ส–จิรัชยา กล่ำเสือ อายุ 15 ปี ได้เล่าถึงแนวทางการทำสื่ออย่างรับผิดชอบว่า การสร้างคอนเทนต์ที่ดีควรเริ่มตั้งแต่การวางแผน ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดประเด็น แบ่งหน้าที่ หรือวางภาพที่จะถ่าย ขณะเดียวกัน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการค้นคว้าและตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเสนอ โดยเฉพาะในยุคที่ คอนเทนต์สามารถถูกส่งต่อได้อย่างรวดเร็ว เพราะแม้ Engagement จะเป็นส่วนหนึ่งของการทำคอนเทนต์ แต่ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือควรมาก่อน เพื่อไม่ให้สิ่งที่เราสื่อสารออกไปทำให้คนดูเข้าใจผิด

หลังจากได้เรียนรู้ทั้งการใช้กล้อง การถ่ายทำ และการผลิตสื่อสารคดี ทีม D-FYNT มองว่ากระบวนการทำคอนเทนต์มีรายละเอียดมากกว่าที่เห็น และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้อีกหลายทาง ทั้งการถ่ายภาพ การทำหนังสั้น หรือการทำคอนเทนต์ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงอาชีพที่สนใจในอนาคตอย่างช่างภาพ ผู้กำกับ คนเขียนบท Influencer หรือ YouTuber โดยสิ่งที่อยากยึดไว้ในการทำงานคือการสร้างเรื่องราวให้น่าสนใจไปพร้อมกับการรักษาความจริง และความน่าเชื่อถือของสิ่งที่กำลังจะส่งต่อให้ผู้ชม
ถ่ายอย่างไรให้เคารพ เมื่อเรื่องราวของคนอื่นไม่ได้เป็นเพียงภาพที่เราหยิบมาเล่า
น้อง ๆ ทีมหลักสองฟิล์ม จากโรงเรียนหลักสองส่งเสริมวิทยา นำโดย จู–กาญจนา อุปพันธ์พงศ์ชัย อายุ 17 ปี ได้เล่าถึง การทำคอนเทนต์อย่างรับผิดชอบว่า เมื่อเข้าไปถ่ายทำในชุมชน สิ่งที่คนทำสื่อต้องคิดถึงไม่ได้มีเพียงว่าจะเล่าเรื่องอย่างไรให้น่าสนใจ แต่ต้องเคารพคนที่อยู่ในเรื่องราวด้วย ตั้งแต่การขออนุญาตก่อนถ่ายทำ ไปจนถึงการคำนึงว่าบุคคลที่ปรากฏในภาพยินยอมให้เปิดเผยตัวตนหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อภาพหรือคลิปนั้นจะถูกนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพราะคอนเทนต์หนึ่งชิ้นอาจไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับคนทำ แต่ยังส่งผลต่อความเป็นส่วนตัวและความรู้สึกของคนอื่นได้ด้วย
สิ่งที่ทีมได้จากกิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงทักษะการถ่ายทำ แต่ยังเป็นการเรียนรู้ที่จะทำงานกับผู้คนอย่างเข้าใจและรับผิดชอบ ทั้งการทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ การสัมภาษณ์ และการตัดสินใจหน้างาน ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดด้านการสื่อสารในอนาคต โดยทีมอยากพัฒนาตัวเองเป็นครีเอเตอร์ที่สามารถสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจและสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็เคารพสิทธิของผู้อื่น เพื่อให้การเล่าเรื่องของตัวเองไม่กลายเป็นการสร้างผลกระทบให้กับคนที่อยู่ในเรื่อง

เมื่อคอนเทนต์มีอิทธิพลต่อสังคม ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ กับความรับผิดชอบต่อสิ่งที่สื่อสาร
และสุดท้าย น้อง ๆ ทีม S.ch Creator จากโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัย นำโดย เลิฟ–จิรายุ สุจริต อายุ 16 ปี มองว่าครีเอเตอร์ ในวันนี้มีอิทธิพลต่อคนดู โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน เพราะสิ่งที่เห็นจากคอนเทนต์สามารถถูกนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และบางครั้งอาจนำไปสู่การเลียนแบบพฤติกรรมได้ ดังนั้นการสร้างคอนเทนต์จึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมของผู้ชมแต่ละช่วงวัย รวมถึงความพอดีของเนื้อหา ไม่ควรให้ยอด Engagement กลายเป็นเป้าหมายที่ต้องแลกกับคุณภาพหรือความรับผิดชอบ เพราะหากคอนเทนต์ชักจูงผู้ชมไปในทางที่ไม่เหมาะสม ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็อาจมากกว่ายอดวิวที่ได้รับ
จากกิจกรรมครั้งนี้ ทีมได้เห็นกระบวนการทำคอนเทนต์ตั้งแต่การวาง Storyboard ไปจนถึงการคิดว่าจะเล่าเรื่องอย่างไรให้คนดูติดตาม และทำให้เห็นว่ากว่าคลิปหนึ่งคลิปจะออกมาสมบูรณ์ต้องผ่านรายละเอียดมากกว่าที่คิด หากวันหนึ่งได้เป็นครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามและมีเสียงของตัวเองในสังคม ทีมอยากใช้พื้นที่นั้นในการเล่าเรื่องวัฒนธรรมและประเพณีของชุมชน เพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่รอบตัว และใช้การทำคอนเทนต์เป็นอีกทางหนึ่งในการส่งต่อเรื่องราวและการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชุมชน
ทั้งนี้ แม้เวิร์กช็อปในห้องเรียนจะจบลงแล้ว แต่เรื่องราวของน้อง ๆ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เพราะหลังจากนี้เยาวชนจากทั้ง 8 โรงเรียนจะนำทักษะและองค์ความรู้ที่ได้รับไปลงพื้นที่จริง เพื่อค้นหาเรื่องราวของชุมชนและถ่ายทอดออกมาเป็นสารคดีสั้น ก่อนประชันผลงานบนเวทีประกวดในวันที่ 5 กันยายน 2569 แล้วมาดูกันว่า เมื่อเรื่องราวของสมุทรสาครถูกเล่าผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ จะมีมุมไหนที่ชวนให้เราได้เห็นและมองชุมชนแห่งนี้ในมุมใหม่ ติดตามผลงานและความเคลื่อนไหวของกิจกรรมได้ที่ Facebook: Lumix Thailand และ Panasonic Thailand






