
ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังคงเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ที่มีภาระจากสินเชื่อไม่มีหลักประกันหลายบัญชี และเมื่อสถานะหนี้เข้าสู่ภาวะหนี้เสีย การกลับเข้าสู่ระบบชำระหนี้ตามปกติยิ่งทำได้ยากขึ้น

ล่าสุด บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เพื่อเพิ่มช่องทางช่วยเหลือลูกหนี้ KTC ที่เป็นหนี้เสีย หรือ NPL ในกลุ่มบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ให้สามารถสมัครเข้าสู่โครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของโครงการ
สาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ที่การเพิ่ม “ทางออก” ให้ลูกหนี้สามารถกลับมาจัดการภาระหนี้อย่างเป็นระบบ ภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรนมากขึ้น โดยโครงการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามระยะเวลาการผ่อนชำระไว้ 3 ระดับ ได้แก่ ผ่อนไม่เกิน 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี ผ่อนมากกว่า 4 ปีแต่ไม่เกิน 7 ปี อัตรา 4% ต่อปี และผ่อนมากกว่า 7 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปี อัตรา 5% ต่อปี
สำหรับผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ อายุรวมระยะเวลาปรับโครงสร้างหนี้ไม่เกิน 70 ปี มีสถานะค้างชำระเกิน 120 วันตามข้อมูลเครดิตบูโร และมียอดหนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท
อีกจุดที่น่าสนใจคือ หากลูกหนี้ KTC มีหนี้ร่วมกับสถาบันการเงินพันธมิตรในโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ซึ่งมีมากกว่า 36 แห่ง SAM จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารแผนชำระหนี้ ขณะที่ลูกหนี้ที่มีภาระกับ KTC เพียงแห่งเดียว ยังสามารถเจรจากับ KTC โดยตรงเพื่อหาแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระของแต่ละรายได้

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM ระบุว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนส่งผลทั้งต่อความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย SAM ในบทบาทบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม หรือ Social AMC ต้องการมีส่วนช่วยแก้ปัญหาหนี้อย่างเป็นรูปธรรม การร่วมมือกับ KTC จึงเป็นอีกก้าวในการเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้เข้าถึงการปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระของแต่ละราย
ตลอด 9 ปีนับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการในปี 2560 “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลไกช่วยให้ลูกหนี้สามารถจัดการภาระหนี้และกลับมาตั้งหลักทางการเงินอีกครั้ง โดย SAM มองว่าการมี KTC เข้ามาเป็นพันธมิตรจะช่วยขยายการเข้าถึงลูกหนี้ และสนับสนุนการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนในวงกว้างมากขึ้น

ด้าน นายพีระพงศ์ พิตรพิบูลพาทิศ ผู้บริหารสูงสุด สายงานสำนักกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KTC ระบุว่า KTC ให้ความสำคัญกับการดูแลสมาชิกที่กำลังเผชิญปัญหาภาระหนี้ โดยมองหาแนวทางช่วยเหลือให้เหมาะกับสถานการณ์และความสามารถในการชำระของแต่ละราย การเข้าร่วม “คลินิกแก้หนี้ by SAM” จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ลูกหนี้เข้าเกณฑ์มีแผนชำระที่ชัดเจน ลดภาระทางการเงิน และจัดการหนี้ได้เป็นระบบมากขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนว่า การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนกำลังขยับจากการช่วยเหลือแบบรายสถาบัน ไปสู่การเชื่อมกลไกระหว่างเจ้าหนี้กับหน่วยงานกลางมากขึ้น เพราะโจทย์สำคัญไม่ได้อยู่เพียงการลดดอกเบี้ย แต่คือการทำให้ลูกหนี้มี “แผนกลับเข้าสู่ระบบ” ที่สอดคล้องกับกำลังชำระจริง ซึ่งจะเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญต่อการลดปัญหาหนี้เสียในระยะยาว




