
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘บีทีเอส กรุ๊ปฯ’ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ 3 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.20% ต่อปี อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.55% ต่อปี และอายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.75% ต่อปี แก่ผู้ลงทุนทั่วไป คาดเปิดจองซื้อวันที่ 25 และ 28–29 ก.ย. 2569 นี้ โดยทริสเรทติ้งจัดอันดับความน่าเชื่อถือบริษัทและหุ้นกู้ที่ “BBB+” แนวโน้ม “ลบ” ตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่มองหาผลตอบแทนสม่ำเสมอในช่วงเศรษฐกิจผันผวนจากบริษัทชั้นนำที่มีความน่าเชื่อถือและมีกระแสเงินสดที่มั่นคง ด้านบีทีเอส กรุ๊ปฯ มุ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชันส์ผ่านแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง ภายใต้กลยุทธ์ MOVE MIX MATCH เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ในฐานะผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทขนส่งทางรางที่ยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก

นางสาวชวดี รุ่งเรือง ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กรุ๊ปฯ เปิดเผยว่า บีทีเอส กรุ๊ปฯ มุ่งมั่นพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม และแพลตฟอร์มที่หลากหลาย รวมทั้งสร้างสรรค์การให้บริการที่มีคุณภาพต่อชุมชนด้วยแนวทางที่ยั่งยืน เพื่อส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสะดวกสบาย โดยล่าสุด บีทีเอส กรุ๊ปฯ พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาว ครั้งที่ 1/2569 เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 3 ชุด แบ่งเป็น หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุหุ้นกู้ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.20% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571 หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุหุ้นกู้ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.55% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2572 และหุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุหุ้นกู้ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.75% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2573 กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้

โดยหุ้นกู้ทั้ง 3 ชุดดังกล่าว คาดว่าจะเปิดจองซื้อวันที่ 25 และ 28 – 29 กันยายน 2569 แก่ผู้ลงทุนทั่วไป ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ประกอบด้วยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท โดยบริษัทและหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ “BBB+” แนวโน้ม “ลบ” ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Investment Grade และมีแนวโน้มอันดับเครดิต “ลบ” เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ซึ่งอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินของบีทีเอส กรุ๊ปฯ ที่มีกระแสเงินสดเข้ามาอย่างสม่ำเสมอและสามารถคาดการณ์ได้ (Stable Cash Flow) จากสัญญาจ้างให้บริการเดินรถและบำรุงรักษา (O&M) ระยะยาว ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักที่ช่วยลดความผันผวนทางธุรกิจ และเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนความน่าเชื่อถือที่บีทีเอส กรุ๊ปฯ ได้สร้างมาอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลากว่า 26 ปี
นอกจากนี้ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ยังได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยติดอันดับ Top 10% ของรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook ประจำปี 2569 ในกลุ่มอุตสาหกรรมคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนี FTSE4Good Index Series เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน
นางสาวชวดี รุ่งเรือง ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อว่า การเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ น่าจะได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากผู้ลงทุน เนื่องจากเป็นการตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอผ่านการลงทุนในบริษัทและหุ้นกู้ที่มีความน่าเชื่อถือ ท่ามกลางภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวนในปัจจุบัน ตลอดจนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับต่ำ
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569/70 (เมษายน – มิถุนายน 2569) สะท้อนความแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 7,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมี Recurring EBITDA สูงถึง 2,822 ล้านบาท เติบโต 3.3% YoY จากการเติบโตของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก นำโดยกลุ่ม MATCH ทำรายได้สูงสุด 2,610 ล้านบาท จากการรับโอนการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจโรงแรมในทวีปยุโรปกลับมาบริหารเองภายใต้ บมจ. แรบบิท โฮลดิ้งส์ (RABBIT)
ด้านกลุ่ม MOVE ทำรายได้รวม 2,363 ล้านบาท จากงานให้บริการเดินรถและบำรุงรักษา (O&M) รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายและสายสีทอง รวมถึงจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่ม MIX ทำรายได้ 1,149 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงที่ 39.3% นอกจากนี้ บริษัทฯ มีเงินสดและเงินลงทุนที่มีสภาพคล่องสูง (Cash & Liquid Investments) รวมกว่า 54,500 ล้านบาท มีกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน (CFO) เป็นจำนวน 3,387 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิปรับปรุงแล้วต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Adjusted Net D/E) 1.34 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและวินัยทางการเงินอย่างรัดกุม
ทั้งนี้ บีทีเอส กรุ๊ปฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ บีทีเอส กรุ๊ปฯ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้
ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้





