
บราเดอร์ เปิดตัว GTX300NC เครื่องพิมพ์ผ้าระบบ Hybrid รุ่นใหม่ ที่ผสานเทคโนโลยี Direct to Garment (DTG) และ Direct to Film (DTF) ไว้ในเครื่องเดียว ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตและขยายประเภทสินค้าได้หลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่น Sportswear, Workwear, Tote Bag ไปจนถึง Merchandise รองรับทั้งการผลิตแบบ Personalization, Print on Demand และคอลเลกชันขนาดเล็กที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดแฟชั่นและไลฟ์สไตล์

นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดแฟชั่นในปัจจุบันเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเริ่มต้นแบรนด์จากงานสร้างสรรค์ ความสนใจ หรือ Community ของตนเอง และต่อยอดเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเดิมก็ต้องการความคล่องตัวในการพัฒนาสินค้าและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

GTX300NC เป็น Hybrid DTG + DTF ในเครื่องเดียว รองรับทั้งการพิมพ์ DTG ลงบนผ้าฝ้ายโดยตรง และการพิมพ์ DTF เพื่อนำไปถ่ายโอนบนโพลีเอสเตอร์ ผ้าผสม และวัสดุประเภทต่าง ๆ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถ เลือกกระบวนการพิมพ์ให้เหมาะกับวัสดุและลักษณะงาน พร้อมบริหารทั้งงาน DTG และ DTF ผ่านเครื่องเดียว ช่วยให้การจัดการคำสั่งซื้อและการผลิตมีความคล่องตัวมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการทดลองตลาด ยังสามารถพัฒนาดีไซน์ ผลิตตัวอย่าง และเปิด Pre-order ก่อนผลิตตามจำนวนออเดอร์จริง ช่วยให้ทดสอบสินค้าใหม่และปรับตัวตามกระแสตลาดได้รวดเร็วขึ้น
เพิ่มความเร็ว พร้อมควบคุมคุณภาพงานพิมพ์ เครื่องรุ่นนี้เพิ่มความเร็วในการพิมพ์ประมาณ 10% เมื่อเทียบกับ GTX Pro รุ่น 423 รองรับความละเอียดสูงสุด 1,200 x 1,200 dpi พร้อม ICC Colour Profile ช่วยให้การจัดการสีใกล้เคียงกับงานออกแบบบนหน้าจอมากขึ้น และช่วยให้แบรนด์ควบคุมคุณภาพของสินค้าในแต่ละคอลเลกชันได้สม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังใช้ Innobella Textile Ink แบบ Water-Based Pigment ซึ่งผ่านมาตรฐาน AATCC Wash Fastness Test Grade 4 ด้านความคงทนต่อการซัก และได้รับการรับรอง ECO PASSPORT by OEKO-TEX® เพิ่มความมั่นใจในการนำงานพิมพ์ไปพัฒนาเป็นสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สำหรับจำหน่าย

ออกแบบเพื่อพื้นที่ทำงานของผู้ประกอบการยุคใหม่ ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัดและใช้ระบบ Front Operation โดยสามารถโหลดชิ้นงาน เปลี่ยนวัสดุสิ้นเปลือง และดูแลเครื่องจากด้านหน้า ช่วยให้จัดวางได้ง่ายแม้ในพื้นที่จำกัด เหมาะทั้งร้านพิมพ์ สตูดิโอออกแบบ Creative Space และพื้นที่ทำงานของเจ้าของแบรนด์ที่รวมการออกแบบ ผลิตคอนเทนต์ และจำหน่ายสินค้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และคำแนะนำสำหรับการดูแลและแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ช่วยลด Learning Curve สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานสำหรับธุรกิจที่เริ่มขยายกำลังการผลิต เครื่องยังสามารถเชื่อมต่อกับ Brother Device Core ระบบ Cloud Dashboard สำหรับติดตามจำนวนงานพิมพ์ ปริมาณการใช้หมึก และสถานะของเครื่องแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารเครื่องหลายเครื่องหรือหลายจุดผลิตได้สะดวกยิ่งขึ้น

“เราอยากเห็นเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยให้คนที่มีไอเดียสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ประกอบการที่มีธุรกิจอยู่แล้วสามารถต่อยอดและรับโอกาสใหม่จากตลาดได้มากขึ้น GTX300NC จึงถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความคล่องตัวในการผลิต และการเติบโตของธุรกิจ” นายกิตติพงศ์ กล่าว
GTX300NC วางจำหน่ายในประเทศไทยในราคา 559,000 บาท ผู้สนใจสามารถศึกษา
รายละเอียดผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติการใช้งาน และช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มเติมได้ทาง https://www.brother.co.th/th-th/contents/gtx




