เปิดยุทธศาสตร์ SHR สู่ Global Holding Company
26 Oct 2019

เป้าหมายของ บมจ. เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) ที่ต้องการก้าวต่อไปเป็นผู้ลงทุนโรงแรม และบริหารรีสอร์ทระดับพรีเมียร์ (Premier Hotel Investment & Resort Management Company)ในระดับโลกและขยายพอร์ตโฟลิโอของตนเองเป็นสองเท่าให้ได้ในปี 2025 ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ที่ SHR เดินเครื่องก่อนเป็นอันดับแรก นั่นคือการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 1,437,456,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 40% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลัง IPO

เดิร์ก อังเดร ลีน่า คุยเบอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) เปิดเผยถึงการเสนอขายหุ้น IPO ว่า บริษัทได้กำหนดช่วงราคาขายหุ้น IPO ที่ราคาหุ้นละ 5.20 บาท  โดยจะให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อ 1-5 พ.ย.และเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) วันที่ 12 พ.ย.62 โดยมีที่ปรึกษาทางการเงินได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และผู้จัดการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายซึ่งประกอบด้วย หลักทรัพย์เคที ซีมิโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์เครดิต สวิส (ประเทศไทย) จำกัด

"แม้จะมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย

รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยยังคงเติบโต

ในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 2.6% เป็น 26.5 ล้านคน

ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2562  (ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)"

ยุทธศาสตร์การเติบโต   

เดิร์กกล่าวถึงยุทธศาสตร์การเติบโตสู่เป้าหมายว่า

"SHR เป็น Holding Company ที่เน้นลงทุนในธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ซึ่งปัจจุบันมีห้องพักรวมทั้งสิ้น 4,647 ห้อง จากโรงแรมและรีสอร์ทจำนวน 39 แห่งใน 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ สาธารณรัฐมอริเชียส และสหราชอาณาจักร  

พร้อมกันนี้ ในปี 2025 SHR ยังมีแผนที่จะสร้างโอกาสการลงทุนกับโครงการใหม่ๆ และตั้งเป้าที่จะทำให้พอร์ตโฟลิโอของเราเติบโตขึ้นเป็นสองเท่า โดยเพิ่มจำนวนโรงแรมและห้องพักเป็นอย่างน้อย 2 เท่า  ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี สำหรับการขยายตัวของธุรกิจโรงแรมก็จะมีทั้ง Brownfield Project และ Greenfield Project ซึ่งเป็นทั้งโครงการโรงแรมที่พัฒนาใหม่จนถึงโครงการที่ต้องรีโนเวท โดยอาจลงทุนในรูปแบบของการลงทุนเองหรือการซื้อกิจการ (Acquisition)"

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์แรกของ สิงห์ เอสเตท คือการเสนอขายหลักทรัพย์ SHR ต่อประชาชนในครั้งแรก (IPO) เพื่อการก้าวต่อไปเป็น Global Holding Company ประมาณ ปี 2020 ซึ่งกลยุทธ์เพื่อขยายฐานธุรกิจของโรงแรมในอนาคต ของ SHR นั้นดำเนินผ่าน 4 โมเดลธุรกิจ คือ

1) โรงแรมที่ SHR เป็นเจ้าของและบริหารเอง ได้แก่ โรงแรมสันติบุรี ที่เกาะสมุย และโรงแรมพีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท ที่จังหวัดกระบี่

2) โรงแรมที่ SHR บริหารผ่าน Franchise Agreement กับแบรนด์ระดับโลก เช่น Hard Rock, Hilton, Mercure และ Holiday Inn

3) โรงแรมที่ SHR บริหารผ่านสัญญาบริหารจัดการโรงแรม ภายใต้แบรนด์ Outrigger ได้แก่ โรงแรม Outrigger Laguna Phuket Beach Resort และโรงแรม Outrigger Koh Samui Beach Resort ประเทศไทย,โรงแรม Outrigger Fiji Beach Resort และโรงแรม Castaway Island สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ,โรงแรม Outrigger Mauritius Beach Resort สาธารณรัฐมอริเชียส และโรงแรม Outrigger Konotta Maldives Resort สาธารณรัฐมัลดีฟส์

4) โรงแรมที่บริหารผ่านแบรนด์ที่ SHR สร้างขึ้นมาเอง ซึ่งปัจจุบันมีการสร้างแบรนด์ SAii เป็นแบรนด์แรกมีโรงแรมแรก SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton ที่สาธารณรัฐมัลดีฟส์และยังมีแผนที่จะพัฒนาแบรนด์อื่นๆ สำหรับโรงแรมระดับ Upper Mid-Scale ในประเทศไทย และในระดับภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่การต่อยอดไปเป็นผู้ให้บริหารจัดการโรงแรมของผู้ประกอบการอื่นในอนาคต


โครงการ CROSSROADS เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นมา ภายใต้คอนเซปต์ใหม่สำหรับสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ตั้งอยู่ใกล้สนามบินแห่งชาติของมัลดีฟส์ และ“มาเล่” เมืองหลวงของมัลดีฟส์ สามารถเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ภายใน 15 นาที ทำให้เป็นศูนย์กลางของนักท่องเที่ยวจากหลากหลายวัฒนธรรม CROSSROADS จึงถือเป็นจุดหมายปลายทางที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับนักเดินทางคนรุ่นใหม่ พร้อมด้วยประสบการณ์สำหรับการพักผ่อนระดับเวิร์ลคลาส ประกอบด้วย The Marina @CROSSROADS ท่าเรือยอร์ชแห่งแรกของมัลดีฟส์ รีสอร์ทติดทะเลที่สวยงามและมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสันทนาการสอดแทรกความรู้ด้านวัฒนธรรมและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ผ่านศูนย์การเรียนรู้ มีแหล่งช้อปปิ้งจากร้านค้านานาชาติ และร้านอาหารชื่อดัง

นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สำหรับการประชุมจัดงาน และกิจกรรมบันเทิงต่างๆ กลุ่มเป้าหมายของ CROSSROADS ได้แก่ นักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติชอบการผจญภัย และมองหาประสบการณ์ที่แตกต่าง


โครงการ CROSSROADS

"การเปิดตัว CROSSROADS ถือเป็นโครงการแห่งใหม่ที่ปักหมุดการเดินทางเพื่อการเติบโตของ SHR กับการลงทุนในธุรกิจระดับพรีเมี่ยม และการเป็นธุรกิจบริหารรีสอร์ทชั้นนำในระดับนานาชาติ โดยโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์การลงทุนอย่างยั่งยืนของ SHR ในฐานะ Premier Lifestyle Developer และเพื่อตอกย้ำความเป็น Global Holding Company นอกจากนี้ การเปิดตัวโรงแรม SAii Lagoon Maldives ในเฟส 1 ของโครงการ CROSSROADS นั้นต้องบอกว่า นี่คือผลงานระดับโชว์เคสชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของบริษัทที่จะได้เห็นกันเป็นครั้งแรกจากแบรนด์ SAii ของเรา

ทั้งนี้ SHR ยังใช้ยุทธศาสตร์การดำเนินงานผ่านโมเดลธุรกิจอย่างหลากหลาย ได้แก่ โรงแรมที่เป็นเจ้าของและบริหารเอง โรงแรมที่บริหารโดยแฟรนไชส์ โรงแรมที่บริหารโดยผ่านสัญญาบริหารจัดการโรงแรม และโรงแรมที่บริหารโดยแบรนด์ที่เป็นของ SHR เอง เพื่อทำให้แบรนด์และพอร์ตโฟลิโอของตนเองเติบโตต่อไปในประเทศ ในระดับภูมิภาคผ่านแพลตฟอร์ม และความเป็นไปได้ทางธุรกิจที่แตกต่างกัน"

เดิร์ก กล่าวต่อไปถึงการลงทุนในเฟสต่างๆ ของ CROSSROADS ว่า

"การลงทุนใน CROSSROADS เฟสแรก 3 เกาะ เริ่มเปิดให้บริการแล้ว 2 โรงแรม และศูนย์รวมการให้บริการเพื่อการพักผ่อน และสิ่งบันเทิงบนพื้นที่ 2 เกาะ โดยจะเปิดครบทั้ง 3 โรงแรมภายใน Q1/2022 โดยการก่อสร้างบางส่วน SHR ได้ใช้ระบบการก่อสร้างแบบพรีคาสท์เป็นแห่งแรกในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ นอกจากนี้ SHR ยังมี First Right to Purchase และ Right of First Refusal ในการลงทุนอีก 6 เกาะที่ได้รับจากกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ ทั้งนี้โครงการทั้งหมด 9 เกาะมีพื้นที่ยาว 7 กิโลเมตร โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินทางจากสนามบินมาเลประมาณ 15 นาที โดย Ferry พร้อมกันนี้ ก็ลงทุนกับโครงการ CROSSROADS อย่างต่อเนื่องกับเกาะที่สามในเฟส 1 ตลอดจน เปิดตัวโครงการที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไปกับโครงการโรงแรม Upper Upscale ที่กลุ่ม SHR ภายใต้แบรนด์ SAii"  

โฟกัส Experiential Travelling

สำหรับยุทธศาสตร์การทำตลาดเพิ่มเติมของ SHR เดิร์ก กล่าวว่า

"จากเทรนด์ของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยและทั่วโลกที่ผู้ประกอบการโรงแรมจะต้องมีความยืดหยุ่น และตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว และมีการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมให้รองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย

สำหรับ SHR เน้นเจาะกลุ่มเซ็กเม้นท์การเดินทางเชิงประสบการณ์ (Experiential Travelling) ซึ่งเป็นกลุ่มการเดินทางที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายหลักของการเดินทางประเภทนี้ คือกลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในช่วงอายุ 18 -37 ปีที่มีมากกว่า 1,800 ล้านคนจากจำนวนประชากรรวมทั้งโลกที่มีกว่า 7,000  ล้านคน ซึ่งกลุ่มตลาดมิลเลนเนี่ยมที่เติบโตเร็วที่สุดคือ มิลเลนเนียลในแถบภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะมองหาการได้รับประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสัมผัสด้วยตัวเองจากการเดินทาง ซึ่งตรงนี้โรงแรมส่วนใหญ่ของ SHR ก็เป็นโรงแรมในระดับ 4-4.5 ดาว และอยู่ในเซ็กเม้นท์ของ Lifestyle Upscale ที่สามารถให้บริการกับกลุ่มมิลเลนเนียลได้เป็นอย่างดี โรงแรมที่ SHR จะโฟกัสในอนาคตคือ SAii แบรนด์โรงแรมระดับ Upper Upscale โดยมุ่งจับกลุ่มนักท่องเที่ยวเจนเนอเรชั่นมิลเลนเนียล โดยได้เปิดโรงแรมแฟลคชิปที่แรกไปแล้ว คือ SAii Lagoon Maldives ที่โครงการ CROSSROADS และเตรียมที่จะเปิดตัวแบรนด์โรงแรมใหม่อีก 1 แบรนด์ ในปี 2022"

[อ่าน 3,175]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ไปรษณีย์ไดร์ฟทรู” ส่งของเลยไม่ต้องลงจากรถ ชี้เป้า 17 จุดนำร่องบริการทันใจ
วอลโว่พร้อมเผยโฉมใหม่ The New Volvo V60 T8 Twin Engine Plug-in Hybrid
ธนชาตประกันภัย ผนึก ศปถ. เปิดโครงการ “พลังชุมชนสร้างถนนปลอดภัย”
นิสสัน เปิดตัว นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร ใหม่ราคาเริ่ม 499,000 บาท
เอพี โกยรายได้รอบ 9 เดือนกว่า 22,500 ล้านบาทยอดขายกว่า 30,600 ล้านบาท
#โชคดีที่ได้เลือก เปลี่ยนทางเลือกชีวิตให้ “อยู่สบาย ตายดี” โดยอลิอันซ์ อยุธยา
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved