

หลังจากปล่อยภาพและวิดีโอเรียกกระแสก่อนหน้า ล่าสุดคอลเลกชัน ADIDAS ORIGINALS DENIM เริ่มเปิดตัวในประเทศไทยในวันที่ 1 กันยายน 2569 พร้อมการสื่อสารผ่าน BamBam ที่ปรากฏในภาพและวิดีโอของ adidas Thailand ขณะที่กระแสบนโซเชียลเริ่มขยับตามแฮชแท็ก #adidasxBamBam และ #BamBamxadidasOriginals ตั้งแต่ช่วงเปิดตัว
สิ่งที่น่าสนใจของคอลเลกชันนี้ไม่ได้อยู่เพียงการนำ “ผ้ายีนส์” มาใช้กับเสื้อผ้า Originals แต่คือการนำสินทรัพย์สำคัญของ adidas ทั้ง 3-Stripes, Trefoil และซิลูเอต Trackwear มาปรับบริบทใหม่ จากภาพจำของชุดกีฬาหรือสปอร์ตแวร์ ไปสู่เสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของ adidas Originals ที่ใช้คลังดีไซน์จากอดีตเป็นวัตถุดิบในการสร้างสินค้าใหม่ โดย adidas อธิบายกลุ่ม Adicolor ว่าเป็นการนำสไตล์จาก Archive กลับมาตีความในมุมร่วมสมัย ซึ่งทำให้ “ความเก่า” ไม่ได้ถูกขายด้วยความ Nostalgia เพียงอย่างเดียว แต่ถูกแปลงเป็นแฟชั่นที่เข้ากับคนรุ่นใหม่ได้อีกครั้ง

บนเว็บไซต์ adidas Thailand ปัจจุบันมีสินค้า Denim ในกลุ่ม Originals เพิ่มขึ้นหลายรายการ ทั้งเสื้อ Track Top และกางเกงยีนส์ โดยหนึ่งในสินค้าที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าใหม่คือ SST DENIM JEANS STRAIGHT LEG ราคา 3,400 บาท ขณะที่กลุ่มแจ็กเก็ตมีทั้ง FIREBIRD ADICOLOR RAW DENIM TRACK TOP ราคา 4,300 บาท และ SST TRACK TOP ราคา 4,700 บาท สะท้อนให้เห็นว่า Denim กำลังถูกวางให้เป็นอีกหนึ่งหมวดสำคัญของ Originals ไม่ใช่เพียงสินค้าแฟชั่นแบบครั้งคราว
adidas ยังอธิบาย Denim Track Top บางรุ่นว่าเป็นการนำ Classic Sport มาผสมกับกลิ่นอายของ Grunge และ Skate Culture พร้อมใช้ทรง Oversized เพื่อสร้างภาพแบบ Street-inspired ซึ่งยิ่งทำให้เห็นทิศทางชัดว่า Originals ต้องการขยายจากรากฐานกีฬาไปสู่พื้นที่ของวัฒนธรรมสตรีทและการแต่งตัวในชีวิตประจำวัน
การเลือก BamBam มาเป็นหนึ่งในตัวหลักของการสื่อสารจึงมีความหมายมากกว่าการใช้ศิลปินสร้างภาพจำให้สินค้า เพราะฐานแฟนของ BamBam มีพฤติกรรมการมีส่วนร่วมสูง ตั้งแต่การแชร์คอนเทนต์ การสร้างเทรนด์ ไปจนถึงการติดตามสินค้าที่ศิลปินสวมใส่
ภาพของ BamBam ใน Denim Full Look จึงทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมระหว่าง Product กับ Community โดยไม่ต้องอธิบายเทคโนโลยีหรือฟังก์ชันของสินค้าให้ซับซ้อน ผู้บริโภคสามารถเห็นลุคเต็ม เข้าใจวิธี Mix & Match และจินตนาการต่อได้ทันทีว่าสินค้าจะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างไร
นี่เป็นรูปแบบของ Fandom Commerce ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในตลาดแฟชั่น เพราะ Celebrity ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้าง Awareness แต่สามารถลดระยะทางจาก “เห็นสินค้า” ไปสู่ “อยากได้สินค้า” ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม Lifestyle ที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยเหตุผลด้าน Performance เป็นตัวตัดสินใจหลัก

ในเชิงกลยุทธ์ Denim ยังมีข้อได้เปรียบตรงที่เป็นหมวดแฟชั่นที่ไม่ถูกจำกัดด้วยเพศ กีฬา หรือโอกาสการใช้งานมากนัก ต่างจากสินค้ากีฬา Performance ที่มักมี Use Case ชัดเจน เช่น วิ่ง ฟุตบอล หรือเทรนนิง
เมื่อ adidas นำ 3-Stripes และซิลูเอตแบบ Track Top มาอยู่บน Denim จึงเท่ากับนำ Heritage ของแบรนด์เข้าสู่ Wardrobe ประจำวัน และเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคที่อาจไม่ได้มองตัวเองว่าเป็น “สายกีฬา” สามารถเข้าหาแบรนด์ผ่านแฟชั่นได้ง่ายขึ้น
เว็บไซต์ adidas Thailand เองมีสินค้า Denim Originals ครอบคลุมตั้งแต่ทรง Straight Leg, Mid-Rise, Wide Leg ไปจนถึง Track Top หลายรูปแบบ แสดงให้เห็นว่าการขยับครั้งนี้มีความกว้างมากกว่าการเปิดตัวเพียง Hero Item ชิ้นเดียว

โจทย์ของแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานไม่ใช่เพียงการรักษาไอคอนเดิมไว้ แต่คือการทำให้ไอคอนเหล่านั้นยังมีความหมายกับผู้บริโภครุ่นใหม่
สำหรับ adidas Originals การนำ 3-Stripes + Trackwear + Denim + BamBam มาอยู่ในเฟรมเดียวกัน จึงเป็นอีกตัวอย่างของการนำ Brand Heritage มาสร้างภาษาใหม่ ผ่านแฟชั่น Pop Culture และ Fandom
และเมื่อ Denim เป็นหนึ่งในวัสดุที่ข้ามยุคได้ดีที่สุด เกมนี้จึงไม่ได้เป็นแค่การขาย “ชุดยีนส์ชุดใหม่” แต่คือการทำให้สินทรัพย์ที่มีอยู่ใน Archive สามารถกลับมาสร้าง Brand Relevance ในตลาดปัจจุบันได้อีกครั้ง
ADIDAS ORIGINALS DENIM จึงน่าจับตาในฐานะอีกก้าวของ Originals ที่พาแบรนด์ออกจากกรอบ Sportwear ไปสู่ Everyday Streetwear เต็มตัว โดยมี BamBam ทำหน้าที่เชื่อม Heritage ของแบรนด์เข้ากับวัฒนธรรมแฟนและผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ




