
แนวคิดนี้กำลังทำให้บทบาทของธุรกิจประกันชีวิตขยับจากการเป็นเพียง “ผู้ให้ความคุ้มครอง” ไปสู่การเป็นผู้ช่วยดูแลลูกค้าในช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น
ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้ายกระดับ MTL Health Services ภายใต้แนวคิด “เรื่องรักษา ไม่ต้องหาทางคนเดียว” เพื่อช่วยลูกค้าบริหารทั้งเรื่องการรักษา การใช้สิทธิ และความคุ้มครองที่มีอยู่ให้เหมาะสม โดยมองว่าในยุค Longevity การมี Healthspan หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี จำเป็นต้องเดินไปพร้อมกับ Wealthspan หรือความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อลูกค้าเจ็บป่วย สิ่งที่ต้องเผชิญไม่ได้มีเพียงเรื่องอาการหรือการรักษา แต่ยังรวมถึงคำถามว่า ควรเข้ารักษาที่ไหน ค่าใช้จ่ายจะเพียงพอหรือไม่ สิทธิที่มีครอบคลุมแค่ไหน และมีทางเลือกใดที่เหมาะกับตัวเอง
บริษัทจึงพัฒนา MTL Health Services ให้เข้ามาช่วยดูแลในแต่ละช่วงของการรักษา ผ่านบริการต่างๆ เช่น MTL Cashless Claim, MTL Health Buddy, MTL Smile Hospital Network, Pre-authorization และ Benefit Enquiry รวมถึงการเชื่อมต่อบริการ Cashless Claim ผ่านระบบ iClaim กับโรงพยาบาลรัฐกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงการรักษาและลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในช่วงที่ต้องตัดสินใจ
หนึ่งในโจทย์สำคัญของการรักษาพยาบาล คือ แม้ผู้เอาประกันจะมีวงเงินความคุ้มครองอยู่แล้ว แต่ในกรณีโรคร้ายแรงหรือการรักษาต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่าวงเงินที่มีได้
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าที่เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลในเครือข่าย MTL Smile Hospital Network สามารถได้รับสิทธิ Extra Coverage เพิ่มวงเงินความคุ้มครองอีก 20% จากเดิม 5 ล้านบาทเป็น 6 ล้านบาท พร้อมเพิ่มจำนวนวันค่าห้องพักและค่าแพทย์เป็น 365 วัน ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อช่วยเพิ่มวงเงินรองรับในช่วงที่มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
สำหรับกรณีที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดและมีค่าใช้จ่ายสูง บริษัทมีบริการ MTL Health Buddy ช่วยแนะนำแพทย์เฉพาะทางและทางเลือกการรักษาที่เหมาะสม รวมถึงบริการ Pre-authorization หรือการประเมินความคุ้มครองก่อนการรักษาจริง เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายและมองเห็นความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกินได้ล่วงหน้า
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าการดูแลลูกค้าในวันที่เจ็บป่วยไม่ได้จบเพียงการพิจารณาว่า “เคลมได้หรือไม่ได้” แต่ยังรวมถึงการช่วยให้ลูกค้ารู้สิทธิของตัวเองก่อนเข้ารักษา และมีข้อมูลเพียงพอสำหรับเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

ภายใต้ MTL Health Services เมืองไทยประกันชีวิตยังขยายช่องทางเข้าถึงบริการผ่าน Cashless Claim และเครือข่ายสถานพยาบาลคู่สัญญากว่า 980 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงบริการ Claim Anywhere ที่เปิดให้ส่งเคลมผ่าน MTL Click หรือสาขาของเมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ และเลือกรับเงินสินไหมผ่านบัญชีธนาคาร พร้อมเพย์ หรือ 7-Eleven
นอกจากนี้ยังมี MTL Global Connect สำหรับการเคลมในต่างประเทศ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ SOS ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเชื่อมการดูแลลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ต่อเนื่องมากขึ้น
ทิศทางของ MTL Health Services จึงไม่ได้มุ่งเป็นเพียงบริการหลังการขาย แต่พยายามวางบทบาทเป็นผู้ช่วยที่อยู่ข้างลูกค้าในช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ ทั้งการแนะนำแพทย์ ตรวจสอบความคุ้มครอง และช่วยให้สิทธิที่มีอยู่ถูกนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสม
ในภาพใหญ่ นี่คืออีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของธุรกิจประกันชีวิตที่กำลังขยับจากการขาย “ความคุ้มครอง” ไปสู่การสร้าง Health Ecosystem ที่เชื่อมสุขภาพ การรักษา และการวางแผนทางการเงินเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่ยืนยาวขึ้นในอนาคต
หมายเหตุ: เงื่อนไขความคุ้มครองและการให้บริการเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ บริษัท และสถานพยาบาลแต่ละแห่ง ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัย




