

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า “โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการทำงาน การบริหารจัดการข้อมูล การตัดสินใจ และความมั่นคงของทุกประเทศ กระทรวงกลาโหมจึงเดินหน้านโยบาย การป้องกันประเทศในมิติดิจิทัล (Digital Defense) โดยมุ่งพัฒนากำลังพลให้มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย องค์ความรู้ ทักษะวิชาชีพ และความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี พร้อมเสริมขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการข้อมูล การวิเคราะห์สถานการณ์ และการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อก้าวสู่การเป็น องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) และ องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-Driven Organization) อย่างเป็นรูปธรรม”
ในสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์มิได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่กำลังมีบทบาทต่อการบริหารจัดการข้อมูล การวิเคราะห์สถานการณ์ และกระบวนการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยียังมาพร้อมกับความเสี่ยงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การพัฒนากำลังพลให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ จึงเป็นส่วนสำคัญของการเสริมสร้างความพร้อมของกองทัพในอนาคต

“กระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและอนาคตของกำลังพลภายใต้แนวทาง “4 โอกาส” ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรด้าน AI ให้ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ใช้งาน ผู้ให้คำแนะนำ ผู้บริหารที่ขับเคลื่อน AI ไปจนถึงผู้พัฒนาระบบ โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้กำลังพล “รู้จัก AI” แต่ต้องสามารถ “ใช้ AI เป็น รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง สิ่งที่เราต้องการสร้างไม่ใช่เพียงทักษะด้านเทคโนโลยี แต่คือ ‘อาวุธทางปัญญา’ ให้กับกำลังพล เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจ และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยต่อยอดกำลังพลสู่การเป็น “กำลังพลดิจิทัล” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเสริมขีดความสามารถของกองทัพและความมั่นคงของประเทศ”

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “AI กำลังเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ สังคม รูปแบบการทำงาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของทุกประเทศ ความพร้อมของประเทศไทยจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของคนในการเข้าใจ ใช้งาน และนำ AI ไปสร้างประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม การพัฒนา Digital Literacy และ AI Literacy จึงเป็นการวางรากฐานกำลังคน เพื่อเตรียมประเทศให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
ในฐานะองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ เอไอเอสเชื่อว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต้องเดินควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของคน ภายใต้ภารกิจคิดเผื่อ เพื่อคนไทย เอไอเอส โดย AIS Academy จึงเดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ให้คนไทยสามารถ Upskill และ Reskill เพื่อให้ใช้ AI เป็น รู้เท่าทัน และใช้งานอย่างปลอดภัย ความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมและ DGA ในครั้งนี้ จะช่วยวางรากฐานกำลังพลดิจิทัลและสร้าง AI Skills Ecosystem ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเอไอเอสพร้อมนำองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาทักษะดิจิทัล มาร่วมเปลี่ยนความพร้อมของคนให้เป็นความพร้อมของประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุค AI อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

นางสาวไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า “AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการทำงาน การเรียนรู้ และการพัฒนาประเทศ ซึ่งหัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลนั้นไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “คน” DGA จึงมุ่งพัฒนากำลังคนภาครัฐผ่านสถาบันพัฒนาบุคลากรภาครัฐด้านดิจิทัล หรือ TDGA เพื่อปิดช่องว่างด้านทักษะ และสร้างความพร้อมในการนำเทคโนโลยีไปใช้ได้จริงสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ TDGA ได้สนับสนุนหลักสูตร Digital Government Skills ทั้ง AI Literacy การบริหารจัดการข้อมูล และจริยธรรม AI ที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้ผ่าน Digital Government Learning Platform บนเว็บไซต์ tdga.dga.or.th ให้กำลังพลเรียนรู้ ได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมรับใบประกาศนียบัตรออนไลน์เมื่อสำเร็จหลักสูตร

“DGA มั่นใจว่าการผนึกกำลังของทั้ง 3 หน่วยงาน นอกจากจะเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI แล้ว ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยผสานจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานเพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองทัพและกำลังพล ทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกระทรวงกลาโหมสู่ AI-Ready Defense ด้วยการ “ติดอาวุธทางปัญญา” ให้พร้อมใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และรองรับภารกิจของประเทศในยุคใหม่”


ความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส่งต่อองค์ความรู้ด้าน AI แต่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการพัฒนากำลังพลดิจิตอล ที่สามารถใช้เทคโนโลยีเป็น รู้เท่าทันความเสี่ยง และพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ โดยทั้ง 3 หน่วยงานมุ่งนำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายมาร่วมวางรากฐานกำลังคนดิจิทัล เพื่อเสริมขีดความสามารถของกองทัพ ยกระดับความมั่นคงของประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุค AI ได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน



