
ท่ามกลางตลาดรถยนต์ไทยที่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว พร้อมเผชิญแรงเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์ไฟฟ้า การขยายบทบาทของผู้ผลิตรถยนต์จีน และโจทย์คุณภาพหนี้ ธุรกิจสินเชื่อยานยนต์จึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องวงเงินและอัตราดอกเบี้ย แต่กำลังวัดกันที่ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ข้อมูล และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้แม่นยำและบริหารพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ
บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด วางแนวทางรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่าน 3 แกนหลัก Innovation, Data และ People พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และยกระดับ Digital Sales and Services ให้ครอบคลุมตลอด Customer Journey โดยปัจจุบันลูกค้าที่สมัครสินเชื่อและใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลมีสัดส่วนถึง 63% ของลูกค้าทั้งหมด
แนวทางนี้สะท้อนการปรับโมเดลธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ให้สอดรับทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี และหลัก Responsible Lending พร้อมกับการรักษาคุณภาพพอร์ตในช่วงที่โครงสร้างตลาดรถยนต์กำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

ล่าสุด ลีสซิ่งกสิกรไทยได้รับรางวัล Best Automobile Financing จาก The Asian Banker ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในงาน The Asian Banker Thailand Awards 2026 โดยมี นายธีรชาติ จิรจรัสพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เป็นผู้เข้ารับรางวัล ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ
นายธีรชาติ ระบุว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากระดับก่อนโควิด ขณะที่ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อต้องเผชิญทั้งโจทย์ด้านคุณภาพหนี้และการเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์ พร้อมกันนั้นโครงสร้างตลาดกำลังขยับเข้าสู่รถยนต์พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะ EV และการเข้ามามีบทบาทของผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีน
ลีสซิ่งกสิกรไทยจึงให้น้ำหนักกับการสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการขยายฐานในตลาด EV ผ่านเครือข่ายพันธมิตร และการพัฒนา Digital Sales and Services ให้ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อรถ การสมัครสินเชื่อ ไปจนถึงบริการหลังการขาย
หนึ่งในแกนสำคัญคือการพัฒนาบริการดิจิทัลให้ครอบคลุม Customer Journey มากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนค้นหารถ วางแผนการเงิน สมัครสินเชื่อ ไปจนถึงการใช้บริการหลังการขาย
บริการที่นำมาใช้ ได้แก่ K EV Shop สำหรับค้นหาและเลือกซื้อรถยนต์ EV พร้อมแคมเปญต่าง ๆ รวมถึง K OK บริการตรวจสอบวงเงินสินเชื้อเบื้องต้นก่อนออกรถ เพื่อช่วยให้ลูกค้าประเมินความพร้อมด้านการเงินก่อนตัดสินใจซื้อ
นอกจากนี้ยังมีบริการ Top Up Self Checking สำหรับสินเชื่อรถช่วยได้ ผ่าน KLeasing LINE Official เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสินเชื่อและบริการหลังการขาย
ปัจจุบันลูกค้าที่สมัครสินเชื่อและใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลของลีสซิ่งกสิกรไทยคิดเป็น 63% ของจำนวนลูกค้าทั้งหมด สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้ใช้บริการจากช่องทางแบบเดิมเข้าสู่ Digital Journey มากขึ้น
อีกแกนคือการใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณาและบริหารสินเชื่อ โดยบริษัทนำ A-Score ของธนาคารกสิกรไทย มาใช้ประกอบการประเมินลูกค้าและวงเงินสินเชื่อ
เป้าหมายคือช่วยให้การพิจารณาสินเชื่อสอดคล้องกับทั้งความต้องการและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ภายใต้แนวทาง Responsible Lending รวมถึงช่วยบริหารคุณภาพพอร์ตในช่วงที่ภาวะหนี้ครัวเรือนและคุณภาพสินเชื่อยังเป็นโจทย์สำคัญของตลาด
ด้านบุคลากร บริษัทวางแนวคิด Trust & Productivity โดยสนับสนุนให้พนักงานนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือภายในองค์กร
บริษัทระบุว่า แนวทางดังกล่าวช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายตัวและรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ พร้อมยกระดับ Profitability Ratio โดยยังคงใช้กำลังคนในระดับเดิมตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน การเชื่อม Innovation, Data และ People ยังถูกนำมาใช้ในการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) และผู้จำหน่ายรถยนต์ ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นในช่วงที่ตลาดกำลังเปลี่ยนจากรถเครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า
สำหรับทิศทางต่อจากนี้ ลีสซิ่งกสิกรไทยยังให้น้ำหนักกับการพัฒนาบริการทางการเงินและช่องทางดิจิทัล ควบคู่กับการขยายฐานในตลาด EV และการบริหารความเสี่ยง เพื่อสร้างการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในระยะยาวโดยไม่ลดทอนคุณภาพสินทรัพย์
หมายเหตุ:
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 3.82%-10% ต่อปี
อ้างอิง ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 3/2568 เรื่อง การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องจัดทำและควบคุมโฆษณาให้มีเนื้อหาที่ “ถูกต้อง ครบถ้วน และชัดเจน” สามารถเปรียบเทียบเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ได้ และ “ไม่กระตุ้นให้ก่อหนี้เกินควร” เพื่อให้ลูกค้าได้รับและเข้าใจข้อมูลที่จำเป็นอย่างเพียงพอต่อการตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการมีวินัยทางการเงิน





