ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคง GDP ปี 2569 โต 2.0% ครึ่งปีหลังชะลอ จับตากำลังซื้อ–NPL–ความเสี่ยงโลก
11 Sep 2026

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโต 2.0% โดยประเมินว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลงจากครึ่งปีแรก หลังแรงส่งจากการส่งออกเริ่มแผ่วลง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังฟื้นตัวอย่างเปราะบางท่ามกลางกำลังซื้อที่อ่อนแรง แม้มาตรการภาครัฐจะช่วยพยุงการใช้จ่ายได้บางส่วนในไตรมาส 3/2569

พร้อมกันนี้ เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความไม่แน่นอนของมาตรการการค้าสหรัฐฯ และความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ่ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานและสินค้าเกษตร โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 1.8% และมีแนวโน้มเร่งขึ้นในไตรมาส 4 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มทรงตัวที่ 1.0% จนถึงสิ้นปี

 

ส่งออกชะลอ–การลงทุนยังโต แต่ผลต่อ GDP ถูกจำกัดจากการนำเข้า

 

 

ดร.ลลิตา เธียรประสิทธิ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับมารุนแรงขึ้นในเดือนกันยายน และผลักดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง แต่ภาพรวมยังอยู่ในกรอบประมาณการเดิม เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ได้ผ่านช่วงที่กดดันมากที่สุดไปแล้วในไตรมาส 2

แรงส่งของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังจึงมีแนวโน้มลดลงจากการส่งออกที่เริ่มชะลอ หลังเร่งตัวสูงในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่การบริโภคยังถูกกดดันจากกำลังซื้อ แม้มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยพยุงการใช้จ่ายในไตรมาส 3 ได้ระดับหนึ่ง

ด้านการลงทุนภาคเอกชนยังมีแนวโน้มขยายตัวในระดับสูง โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก FDI โดยเฉพาะการลงทุน Data Center และการลงทุนในเครื่องจักร อย่างไรก็ตาม การลงทุนดังกล่าวพึ่งพาการนำเข้าสินค้าทุนค่อนข้างมาก ทำให้ผลบวกต่อ GDP ไทยถูกจำกัด และยังเพิ่มแรงกดดันต่อดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังประเมินว่า การส่งออกของไทยมีแนวโน้มชะลอลงหลังขยายตัวสูงในครึ่งปีแรก ขณะที่การนำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพลังงานและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ มีส่วนทำให้ดุลการค้าอ่อนแอลง และกดดันดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2569

 

สินเชื่อกลับมาโต แต่การฟื้นตัวยังกระจุกตัว

 

 

ด้าน ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แม้สินเชื่อในระบบธนาคารไทยจะกลับมาเป็นบวกในไตรมาส 2/2569 เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส แต่แรงหนุนหลักยังมาจากสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ สินเชื่อภาครัฐ และสินเชื่อบ้าน ขณะที่สินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยบางประเภท ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงยังคงประมาณการการเติบโตของสินเชื่อระบบธนาคารไทยปี 2569 ไว้ที่ 0.5% YoY เนื่องจากการฟื้นตัวยังไม่กระจายไปถึง SME ขณะที่ครัวเรือนยังอยู่ในกระบวนการลดภาระหนี้ หรือ Debt Deleveraging

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือคุณภาพสินทรัพย์ แม้ตัวเลข Stage 2 และ NPL จะปรับดีขึ้นเล็กน้อย แต่ความเสี่ยงยังคงอยู่ โดยคาดว่าสัดส่วน NPL ของระบบธนาคารพาณิชย์อาจขยับจาก 2.76% ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ไปอยู่ที่ 2.80–3.00% ณ สิ้นปี ขณะที่สัดส่วนหนี้ที่ผ่านการปรับโครงสร้างแล้วไหลกลับมาเป็น NPL มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่คุณภาพสินเชื่อยังเปราะบางมากกว่าธุรกิจรายใหญ่ สะท้อนว่าการฟื้นตัวของภาคธุรกิจยังมีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม

 

อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยถึงจุดเปลี่ยน “ผลิตลด–นำเข้าเพิ่ม”

 

 

อีกหนึ่งโจทย์เชิงโครงสร้างสำคัญคืออุตสาหกรรมรถยนต์ไทย ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ปริมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มลดลง สวนทางกับการนำเข้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 การผลิตรถยนต์ของไทยอยู่ที่ 825,533 คัน ลดลง 1.2% YoY ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 41.9% YoY เป็น 93,367 คัน

ในด้านโครงสร้างการนำเข้า รถยนต์จากจีนมีสัดส่วนมากกว่า 69% ของมูลค่าการนำเข้ารถยนต์ทั้งหมด ขณะที่รถยนต์ BEV มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าสัดส่วนยอดขาย BEV ในประเทศไทยปี 2569 มีแนวโน้มแตะประมาณ 1 ใน 3 ของตลาด

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภาครัฐอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่การผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้ง BEV และรถยนต์ไฮบริด ผ่านกลไกภาษีสรรพสามิต เพื่อจูงใจผู้ประกอบการให้เปลี่ยนจากการนำเข้า ไปสู่การผลิตที่ใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจไทย

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลของมาตรการจะขึ้นอยู่กับการกำหนดเกณฑ์มูลค่าเพิ่มของชิ้นส่วนในประเทศ รวมถึงการกำกับติดตามให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามเงื่อนไขอย่างมีประสิทธิภาพ

หากมาตรการสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าจะมีส่วนช่วยให้ ปริมาณการผลิตรถยนต์ไทยกลับมาขยายตัวในปี 2570 จากปี 2569 ที่คาดว่าจะหดตัวประมาณ 1.8%

 

ปี 2569 โตได้ แต่ “โจทย์โครงสร้าง” ยังไม่หาย

ภาพเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จึงอาจไม่ได้อยู่ที่คำถามว่าเศรษฐกิจจะเติบโตหรือไม่เพียงอย่างเดียว แต่คือการเติบโตนั้นกระจายตัวมากน้อยเพียงใด

แม้การลงทุนจากต่างประเทศ ธุรกิจขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรการภาครัฐจะช่วยประคองเศรษฐกิจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง กำลังซื้อครัวเรือน SME คุณภาพหนี้ รวมถึงการเปลี่ยนโครงสร้างของอุตสาหกรรมรถยนต์ ยังคงเป็นโจทย์ที่ต้องจับตา

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงยังคงประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ที่ 2.0% ท่ามกลางภาพครึ่งปีหลังที่ชะลอตัวลง และความจำเป็นในการเร่งปรับตัวเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากขึ้นในระยะถัดไป

 

[อ่าน 45]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บาร์บีคิวพลาซ่า × SIAM 1928 สกัด “ความทรงจำแห่งความสุข” รอบโต๊ะอาหาร สู่ “สุข(ก)ใจ SUK JAI” น้ำหอม Limited Edition
GULF ผนึก ภาครัฐ มอบเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติแก่ สปป.ลาว
BEYOND GREEN เปิดตัว รถกอล์ฟไฟฟ้ารุ่นใหม่ “Club Car Tempo New Dash”
‘BEM CARE 2026’ ยกระดับ MRT สวนจตุจักร สู่ ‘สถานีสุขภาพ’ ปักหมุดเช็กอินสุขภาพคนเมือง
'เซ็นทรัล รีเทล' กางยุทธศาสตร์เติบโตในเวียดนาม เร่งขยาย Modern Retail สู่เมืองหลัก-เมืองรอง
แสนสิริ ผนึก Wycombe Abbey ยกระดับไทยสู่ International Education Hub
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved