CEA ขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” ปี 69 ปั้น 9 แบรนด์ “เนรมิตเมือง” และ 6 “เทศกาลท้องถิ่นสร้างสรรค์” สู่ Global Destination
15 Sep 2026

 

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในระดับสากล ซึ่งเป็น New Growth Engine ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต สอดคล้องกับรายงาน Building Thailand’s Future Today (2026) ของธนาคารโลกที่ระบุว่า 1 ใน 5 ของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย คืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries) ขณะที่ CEA มีเป้าหมายยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการส่งเสริมศักยภาพทางกายภาพของเมืองให้มีความพร้อมต่อการเติบโตของอุตสาหกรรรมสร้างสรรค์และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับประเทศ ผ่านการขับเคลื่อน “คน ธุรกิจ และเมือง”

 

โดยปี 2026 CEA ได้พัฒนา 9 เมืองต้นแบบ ผ่าน “โครงการเนรมิตแบรนด์เมืองด้วยความคิดสร้างสรรค์” รวมถึงได้ยกระดับศักยภาพนักขับเคลื่อนเทศกาลท้องถิ่นผ่าน “โครงการพัฒนาผู้ขับเคลื่อนเทศกาลสร้างสรรค์ (FESTIVAL CREATOR 2026)” ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว 6 เทศกาลสร้างสรรค์ในฐานะแพลตฟอร์มเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชิงพื้นที่ เพื่อเป็นฟันเฟืองยกระดับเมืองและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยสู่การเป็น Creative Nation ที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับเมือง ผู้ประกอบการ ดึงดูดนักลงทุน และนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก (Global Destination)

 

เศรษฐกิจสร้างสรรค์: จาก Creative Asset สู่ New Growth Engine ของประเทศ

ปัจจุบัน เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีมูลค่าสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท หรือ 10.8% ของ GVA (Gross Value Added) ประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงภาคส่วนทางวัฒนธรรมและสังคม แต่ยังเป็นฐานเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และสามารถต่อยอดไปสู่ตลาดระดับโลกได้ นอกจากนี้ยังมีบุคลากรสร้างสรรค์เกือบ 1 ล้านคนทั่วประเทศ

 

คุณพันธิตรา สินพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักภาคกลางและกรุงเทพมหานคร สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีการเติบโตค่อนข้างสูง นอกจากตัวเลขมูลค่าแล้วกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระบุว่า “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์” หรือ “Creative Industries” เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย (Industries of the Future) ที่มีความได้เปรียบ และมีศักยภาพสูงในการสร้างผลิตภาพ การลงทุน และการสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต

 

เมื่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์กำลังเป็นฟันเฟื่องอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ การพัฒนาเมือง คน และธุรกิจท้องถิ่น จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรองรับการเติบโต ซึ่งทั้งหมดต้องยกระดับควบคู่กันเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และให้เมืองสามารถใช้ “Creative Asset” อย่างมีประสิทธิภาพ

 

โดยเฉพาะการนำอัตลักษณ์ ต้นทุนทางวัฒนธรรม และศักยภาพของนักสร้างสรรค์ในแต่ละพื้นที่มาต่อยอดให้เกิดเป็นผลงาน สินค้า บริการ และประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของเมือง ขณะเดียวกันการนำเรื่องราวและอัตลักษณ์ของเมืองมาสื่อสารผ่านคอนเทนต์และกิจกรรมสร้างสรรค์ ก็สามารถต่อยอดไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจในหลากหลายมิติ ทั้งการท่องเที่ยว อาหาร แฟชั่น ธุรกิจสร้างสรรค์ และการลงทุน ซึ่งทั้งหมดนี้ดำเนินผ่านแนวคิดว่า ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการออกแบบเมืองได้ โดยคนในท้องถิ่นต้องเป็นทั้งผู้มีส่วนร่วมและผู้ได้รับประโยชน์จากการพัฒนา เพื่อให้การเติบโตของเมืองเกิดขึ้นจากศักยภาพของคนและต้นทุนที่มีอยู่ในพื้นที่อย่างแท้จริง

 

CEA ดึงศักยภาพ “คน” เป็นพลังขับเคลื่อนเมืองสู่เวทีสร้างสรรค์ (City as a Stage) ผ่านโครงการ FESTIVAL CREATOR

ภารกิจของ CEA ให้ความสำคัญกับการพัฒนาย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy District) ด้วยกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม (Co-create) โดยเน้นขับเคลื่อนเมืองผ่าน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ คน ธุรกิจ และพื้นที่ เพื่อร่วมกันเปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นเวทีสร้างสรรค์ (City as a Stage) ที่เปิดกว้างให้ศิลปิน นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และชุมชนเข้ามาสร้างสรรค์มูลค่าใหม่ร่วมกัน

 

ทั้งนี้ CEA ได้นำเทศกาลสร้างสรรค์มาเป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจ ประกอบด้วย กิจกรรมพัฒนาผู้ขับเคลื่อนเทศกาลสร้างสรรค์ (FESTIVAL CREATOR), โครงการส่งเสริมการจัดเทศกาลสร้างสรรค์นานาชาติประจำภูมิภาค (International Creative Festival) เช่น เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ เทศกาลอีสานสร้างสรรค์, และกิจกรรมเทศกาลสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาย่านสร้างสรรค์สร้างเศรษฐกิจชุมชน (เทศกาลสร้างสรรค์ท้องถิ่น (Local festival)

 

สำหรับการขับเคลื่อนเมืองผ่านองค์ประกอบของคน CEA ให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะศักยภาพของคน ในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนาเมืองผ่านโครงการ FESTIVAL CREATOR 2026 ปีที่ 2 เพื่อให้เกิดเทศกาลที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และมีความต่อเนื่องในระยะยาว โดยมุ่งเสริมศักยภาพให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน 3 ระดับ คือ ระดับคน ที่มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้และทักษะการจัดงานแบบมืออาชีพ เพื่อให้ผู้จัดเทศกาลสามารถสร้างอาชีพในบ้านเกิดได้ ระดับเทศกาล ที่ต้องการให้แต่ละงานมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร และระดับเมือง ที่มุ่งหวังให้เทศกาลสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นธุรกิจท้องถิ่น และสร้างภาพจำใหม่ (New Signature) ที่ทรงคุณค่าให้กับเมืองในระยะยาว โดยในปีนี้มีเทศกาลท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ ฯ ทั้งหมด 6 เทศกาล ใน 5 จังหวัด ได้แก่

1.) เทศกาล Kenduri Seni Tolong Menolong 2026 (ปัตตานี)

2.) TAK : A Taste of Roots เทศกาลรสชาติตาก (ตาก)

3.) เทศกาล ป๊ะกาด ศิลปะปลุกตลาด Vol.2 (เชียงราย)

4.) เทศกาล Hug HeartYai - เทศกาลสร้างสรรค์ฟื้นใจเมืองหาดใหญ่ (สงขลา)

5.) เทศกาล Singorama Art Fest 2026 (สงขลา)

6.) เทศกาลไทบ้านแลนด์แคมป์ (ศรีสะเกษ)

ซึ่่งทั้ง 6 เทศกาลชี้ให้เห็นว่า “เทศกาล” ได้ทำหน้าที่เป็น เวทีให้คนในพื้นที่ได้แสดงศักยภาพ สร้างเครือข่าย ทดลองไอเดีย และสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

 

จาก “เนรมิตคน” สู่ “เนรมิตเมือง” ถอดรหัส DNA สู่ยุทธศาสตร์ City Branding อย่างเป็นระบบ

การสร้างแบรนด์เมือง (City Branding) ถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญที่ CEA นำมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคผ่านโครงการ “เนรมิตเมือง” (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets) ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง CEA การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ 9 เมืองต้นแบบ ได้แก่ เพชรบุรี สกลนคร นครศรีธรรมราช ปัตตานี ราชบุรี ลำพูน ศรีสะเกษ สิงห์บุรี และอุบลราชธานี

 

คุณพันธิตรา สินพิบูลย์ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า แนวคิดหลักของโครงการนี้คือ City Branding ไม่ใช่เพียงการออกแบบโลโก้ สโลแกน หรือมาสคอต แต่คือการทำงานอย่างลึกซึ้งร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ ชุมชน ศิลปิน นักสร้างสรรค์ และประชาชน เพื่อค้นหา “DNA” และยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของเมืองผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ คือ การวางกลยุทธ์แบรนด์เมือง (City Brand Strategy) การทดลองใช้แบรนด์เพื่อสร้างประสบการณ์จริง (Brand Activation) และการพัฒนาอัตลักษณ์ของแบรนด์เมือง (Brand Identity Development) ซึ่งผลลัพธ์จากการดำเนินงานในปี 2569 ได้สร้างความคืบหน้าที่โดดเด่นและเป็นรูปธรรมในหลายพื้นที่ เช่น

  • อุบลราชธานี นำเสนอภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ “จริตอุบล Ubon the Beautiful Paradox”
  • สกลนคร เสนอ “สัปปายะสกล สุนทรียแห่งความธรรมดา” ถ่ายทอดอัตลักษณ์สำคัญที่ทำให้สกลนครแตกต่าง น่าจดจำ และเชื่อมโยงสู่การพัฒนาเมืองได้อย่างยั่งยืน
  • เพชรบุรี ที่ชูความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วัตถุดิบอาหารที่หลากหลาย ในชื่อ “เพชรบุรี City of Origins”
  • ลำพูน เมืองที่ใช้ชีวิตอย่างละเมียด ถ่ายทอดความตั้งใจและความพิถีพิถันที่ฝังอยู่ในวิถีชีวิต การทำงาน ธุรกิจ วัฒนธรรม ผ่าน “ละเมียดลำพูน Fine Lamphun”
  • สิงห์บุรี เมืองที่มีนักกีฬาทีมชาติ แชมป์โลก ช่างคราฟต์มรดกโลก ผ่าน “เมืองเล็ก หัวใจสิงห์ (คนเล็ก หัวใจสิงห์) Singburi Spirit”
  • ปัตตานี นำเสนอ “Di Pattani เป็นเรา เป็นปัตตานี” ด้วยความสามารถของผู้คนในการนําสิ่งที่พบเจอ มาตีความ ต่อยอด และสร้างโอกาสใหม่ในแบบของตัวเอง
  • ศรีสะเกษ นำเสนอ “เมืองแห่งเสียงสร้างสรรค์” ไม่ว่าจะเป็นเสียงผู้คน ธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต หรือความคิดสร้างสรรค์เมื่อเสียงได้รับการรับฟังจะสามารถต่อยอดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ได้เสมอ

 

ปั้นเมืองและเทศกาลไทยสู่หมุดหมายโลก (Global Destination)

เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายระดับโลกที่ได้วางไว้ CEA มุ่งมั่นที่จะยกระดับเมืองและเทศกาลสร้างสรรค์ของประเทศไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ (Global Destination) อย่างเต็มกำลัง เปลี่ยนการจัด “เทศกาล” สู่การเป็นประเทศที่ “มีศักยภาพ” ในการใช้เทศกาลเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนจากทั่วภูมิภาคและนานาชาติ โดยยกระดับบทบาทของเทศกาลให้เป็นทั้งแพลตฟอร์มการตลาด (Marketing Platform) แพลตฟอร์มทางเศรษฐกิจ (Economic Platform) และแพลตฟอร์มสร้างแบรนด์เมือง (City Branding Platform) ในเวลาเดียวกัน

 

นอกเหนือจากนั้น CEA ยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ผสาน “คน-เทศกาล-เมือง-ธุรกิจ-เครือข่ายนานาชาติ” เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เทศกาลไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมที่จัดขึ้นแค่ปีละครั้ง แต่สามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสร้างการรับรู้ให้กับเมืองได้อย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานทั้งหมดนี้ของ CEA จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองจะไม่กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ในศูนย์กลาง แต่จะเกิดการกระจายโอกาส การเติบโต และรายได้ไปสู่ทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน เพื่อผลักดันให้ทุกจังหวัดของประเทศไทยกลายเป็นเมืองที่ “น่าอยู่ น่าลงทุน และน่าเที่ยว” อย่างแท้จริง

 

 

[อ่าน 41]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะศักยภาพ “ถนนวิทยุ” ผ่าน “Green Mile” สะพานเขียวที่เชื่อมสองสวนใหญ่ของกรุงเทพฯ
กลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า เปิดตัว "Denla Pre-College" หลักสูตรมัธยมปลายมาตรฐานสากล
ห้ามรับงานหากไม่มีใบขับขี่สาธารณะ: กรมการขนส่งทางบก และ Maxim เร่งช่วยคนขับดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
EGCO Group ชู “ความหลากหลาย-ความยืดหยุ่น” กุญแจสำคัญสร้างสมดุล “Power Trilemma” บนเวที Gastech 2026
ทีทีบี เปิดตัว “My Wealth” ยกระดับสู่ Digital Wealth Advisory จับมือ Webull ลงทุนหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ผ่านแอป ttb touch
บ้านปู ชู “แพลตฟอร์มพลังงานจากก๊าซธรรมชาติสู่ไฟฟ้า” ที่งาน Gastech 2026 พร้อมส่งมอบโซลูชันพลังงานที่มั่นคงและยืดหยุ่น
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved