
ตลาดค้าปลีกไลฟ์สไตล์ยังคงแข่งขันกันด้วยทั้งสินค้า ราคา ทำเล และประสบการณ์การซื้อ ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ทำให้การมี “ร้าน” ไม่ได้หมายถึงเพียงพื้นที่ขายสินค้า แต่กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
เกมของ MUJI ในประเทศไทยจึงไม่ได้มุ่งเพิ่มจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการอ่านศักยภาพของทำเลและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ล่าสุด บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าปรับโฉม MUJI สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ด้วยการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น 3 เท่า รวมกว่า 1,000 ตารางเมตร พร้อมเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและปรับรูปแบบร้านให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้น

การขยายพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนมุมมองของ MUJI ที่มีต่อปิ่นเกล้าในฐานะทำเลสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ซึ่งเชื่อมต่อทั้งฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ ชั้นใน ตลิ่งชัน บางกรวย และนนทบุรี อีกทั้งยังมีฐานลูกค้าหลากหลาย ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ครอบครัว และบุคลากรทางการแพทย์

อิปเป โอตะ (Mr. Ippei Ota) กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปิ่นเกล้าเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพ เนื่องจากเซ็นทรัล ปิ่นเกล้าเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ และหลังการปรับโฉมศูนย์การค้าได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในฐานะ Lifestyle Hub ทำให้มีฐานลูกค้าที่หลากหลายและมีความต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน
MUJI จึงนำทั้งข้อมูลพฤติกรรมและเสียงสะท้อนของลูกค้ามาใช้ประกอบการตัดสินใจ โดยลูกค้าจำนวนหนึ่งมองว่าร้านเดิมมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และสินค้าบางหมวด การขยายร้านครั้งนี้จึงถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ดังกล่าว ภายใต้แนวคิด “จากเสียงของคุณ...สู่ร้านใหม่ ใหญ่ขึ้น ครบขึ้น”
นอกจากพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งที่ MUJI ให้ความสำคัญคือการทำให้ร้านสามารถนำเสนอสินค้าและแนวคิดของแบรนด์ได้ครบขึ้น ตั้งแต่ของใช้ภายในบ้าน อุปกรณ์จัดเก็บ เสื้อผ้า อาหาร ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมปรับการจัดวางให้ลูกค้าเข้าใจสินค้าและมองเห็นภาพการนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น
“การขยายพื้นที่ร้านในครั้งนี้ จึงไม่ได้เกิดขึ้นจากการมองเรื่องพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำข้อมูลด้านพฤติกรรม รวมถึงเสียงสะท้อนจากลูกค้ามาใช้ประกอบการตัดสินใจ โดยที่ผ่านมาลูกค้าจำนวนหนึ่งสะท้อนว่าร้านเดิมมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และสินค้าบางหมวด ทำให้การเลือกซื้ออาจไม่สะดวกเท่าที่ควร เราจึงนำความคิดเห็นเหล่านี้มาเป็นแนวทางพัฒนาร้านใหม่”
ผลจากการลงทุนขยายพื้นที่ยังมาพร้อมเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจน โดย MUJI ตั้งเป้ายอดขายสาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้าในปี 2569 เติบโตประมาณ 80% เมื่อเทียบกับปี 2568 จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ ควบคู่กับการเพิ่มโอกาสในการซื้อซ้ำของลูกค้าเดิม
ขณะเดียวกัน MUJI ไม่ได้มองการเติบโตผ่านหน้าร้านเพียงช่องทางเดียว เพราะแม้พฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันยอดขายออนไลน์ของ MUJI ยังคิดเป็นประมาณ 5% ของยอดขายรวม โดยบริษัทมองว่าออนไลน์มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเข้าถึงและการมองเห็นสินค้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังไม่มีร้าน ขณะที่หน้าร้านยังทำหน้าที่สร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์กับลูกค้า
อิปเป โอตะ กล่าวว่า MUJI มองว่าช่องทางออนไลน์และออฟไลน์มีความสำคัญพอ ๆ กัน เพียงแต่มีบทบาทแตกต่างกัน โดยหน้าร้านยังเป็นพื้นที่สำคัญในการถ่ายทอดแนวคิดและปรัชญาของแบรนด์ ผ่านบรรยากาศ การจัดวางสินค้า และการทำให้ลูกค้ามองเห็นภาพการนำสินค้าไปใช้ในชีวิตจริง

ด้าน อากิระ อิจิม่า (Mr. Akira Iijima) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและอี-คอมเมิร์ซ กล่าวว่า MUJI ยังคงยึดแนวทางการนำเสนอสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ผ่านการออกแบบที่เรียบง่าย ใช้งานได้จริง มีคุณภาพ และใช้งานได้ในระยะยาว มากกว่าการแข่งขันด้วยกระแสหรือราคาเพียงอย่างเดียว
“จุดแข็งของ MUJI คือความสอดคล้องระหว่างสินค้า แนวคิดของแบรนด์ และประสบการณ์ภายในร้าน ตั้งแต่การคัดสรรวัสดุอย่างเหมาะสม การออกแบบโดยลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็น ไปจนถึงการจัดพื้นที่ที่ช่วยให้ลูกค้ามองเห็นภาพการใช้งาน และค้นพบแนวทางการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับตนเอง”
จากการขยายสาขาปิ่นเกล้า MUJI ยังเดินหน้าขยายพื้นที่รองรับโอกาสในตลาดไทย โดย สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เตรียมปรับขนาดร้านให้ใหญ่ขึ้น มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม เพื่อรองรับการเติบโตของประชากรและความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่
สำหรับการขยายสาขาในอนาคต MUJI จะพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งจำนวนประชากร กำลังซื้อ การขยายตัวของเมือง ความสะดวกในการเดินทาง ตลอดจนความต้องการสินค้าในชีวิตประจำวัน โดยความคิดเห็นของลูกค้าจะยังเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจเลือกพื้นที่และรูปแบบร้าน
การเดินเกมของ MUJI จึงสะท้อนภาพค้าปลีกยุคใหม่ที่การขยายสาขาไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนพื้นที่หรือจำนวนร้าน แต่เป็นการนำ Data + Location + Product + Customer Experience มาทำงานร่วมกัน เพื่อทำให้แต่ละสาขาตอบโจทย์ตลาดของตัวเองมากที่สุด และสร้างการเติบโตทั้งจากลูกค้าใหม่และฐานลูกค้าเดิม





