
The Water Library หมุดหมายระดับตำนานของวงการไฟน์ไดนิ่งเมืองไทย ประกาศเปิดตัวบทใหม่ครั้งสำคัญผ่านเซ็ตเมนู 5 คอร์ส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Symphony of Earth & Sea” รังสรรค์โดย เชฟโอลิเวอร์ ดรูก (Chef Oliver Drug) เอ็กเซกคิวทีฟเชฟชาวออสเตรีย ผู้สั่งสมประสบการณ์จากครัวไฟน์ไดนิ่งระดับ 3 ดาวมิชลินในยุโรป นำเสนอการผสานเทคนิคชั้นสูงแบบฝรั่งเศสเข้ากับความสดใหม่และเข้าถึงง่ายของอาหารอิตาเลียน เพื่อตอบรับพฤติกรรมของนักชิมยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งที่ผ่อนคลายและร่วมสมัยยิ่งขึ้น
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอาหาร ที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเองมากขึ้น The Water Library จึงมองเห็นโอกาสในการขับเคลื่อนแบรนด์ไปข้างหน้า โดยนำเสนอเมนูที่ยังคงความประณีตและเทคนิคตามแบบฉบับอาหารฝรั่งเศส ควบคู่กับมาตรฐานไฟน์ไดนิ่งระดับสากล พร้อมเปิดรับเสน่ห์ของอาหารอิตาเลียนซึ่งเป็นรสชาติที่ถูกปากและคุ้นเคยสำหรับนักชิมชาวไทย มาตีความใหม่ผ่านวัตถุดิบพรีเมียมจากผืนดิน (Earth) และท้องทะเล (Sea)

คุณนพดล นฤตรรกกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เครือ Water Library Group และ Hong Bao Group กล่าวถึงก้าวสำคัญในครั้งนี้ว่า “หัวใจของ The Water Library คือรสชาติ คุณภาพอาหาร การบริการ และบรรยากาศที่สวยงามและอบอุ่น สำหรับเซ็ต Symphony of Earth & Sea เราได้รวบรวมทุกอย่างไว้อย่างลงตัว พร้อมเพิ่มมิติที่แตกต่างด้วยการผสมผสานระหว่างอาหารฝรั่งเศสและอิตาเลียน โดยเชฟฝีมือระดับร้านมิชลิน 3 ดาว เพื่อมอบประสบการณ์ที่ทั้งสดใหม่และน่าประทับใจให้แก่ลูกค้าประจำและนักชิมรุ่นใหม่”
เบื้องหลังการรังสรรค์ซิมโฟนีแห่งรสชาตินี้ คือ เชฟโอลิเวอร์ ดรูก (Chef Oliver Drug) เชฟมากฝีมือที่มีเส้นทางในวงการอาหารยาวนานกว่า 21 ปี ผ่านการทำงานในร้านระดับมิชลินสตาร์แถวหน้าของยุโรป อาทิ Restaurant Vendôme (3 ดาวมิชลิน) และเคยดำรงตำแหน่ง Executive Sous Chef ร่วมงานกับ เชฟฮวน อมาดอร์ (Chef Juan Amador) ณ Restaurant Amador (3 ดาวมิชลิน) กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย นานเกือบ 8 ปี ก่อนจะนำความเชี่ยวชาญด้านความแม่นยำของเทคนิคและความสมดุลของรสชาติมาถ่ายทอดสู่ The Water Library
“สำหรับผม อาหารที่ยอดเยี่ยมเริ่มต้นจากการเคารพในตัววัตถุดิบ ในเซ็ต Symphony of Earth & Sea ผมตั้งใจให้ทุกองค์ประกอบจากผืนดินและท้องทะเลยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน ขณะเดียวกันก็สามารถสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างกลมกล่อมและสมบูรณ์แบบที่สุด” เชฟโอลิเวอร์ ดรูก กล่าว

สำหรับไฮไลต์จานเด่นในคอร์ส ประกอบด้วย:
● Monkfish — A Harmony Between Earth & Sea: เชฟเลือกใช้ Wild-caught Monkfish ปลาน้ำลึกเนื้อแน่นจากฝรั่งเศส จับคู่กับ Celeriac และ Parsley ที่ให้มิติรสชาติลึกซึ้งจากผืนดิน เชื่อมโยงเข้ากับรสชาติของท้องทะเลด้วยซอสคลาสสิกฝรั่งเศส Caviar Beurre Blanc, Parsley Oil และ Imperial Caviar ชูจุดเด่นของความเรียบง่ายที่แม่นยำ
● Lobster Raviolo — An Expression of the Sea: จานที่หลอมรวมกลิ่นอายอิตาเลียนและฝรั่งเศสอย่างลงตัว ใช้ Canadian Lobster น้ำเย็นเนื้อหวานธรรมชาติ นำเสนอในรูปแบบราวิโอโลสไตล์อิตาเลียน เสิร์ฟคู่กับ Sea Urchin Sauce เข้มข้น เพิ่มมิติด้วยสาหร่ายทะเลหลากชนิด และน้ำมันทาร์รากอนที่มอบกลิ่นหอมสดชื่น
นอกจากนี้ เชฟยังมองว่า Wine Pairing เป็นหนึ่งในรูปแบบการจับคู่เครื่องดื่มที่เหมาะกับเซ็ต “Symphony of Earth & Sea” โดยไวน์สามารถช่วยเสริมรายละเอียดของรสชาติในแต่ละคอร์สได้โดยไม่บดบังเอกลักษณ์ของวัตถุดิบหลัก เช่น ไวน์ขาว Chardonnay ที่มี acidity สดชื่นและโครงสร้างนุ่มนวล เหมาะสำหรับจับคู่กับเมนู Monkfish ที่เสิร์ฟพร้อม Caviar Beurre Blanc ขณะที่ไวน์แดงจากองุ่นสายพันธุ์ Gamay ด้วยคาแรกเตอร์ที่สดชื่น กลิ่นผลไม้เด่น และโครงสร้างไม่หนักจนเกินไป สามารถช่วยเสริมรสชาติของเมนู Veal Striploin พร้อมรักษาสมดุลของอาหารได้อย่างกลมกลืน
เพื่อเติมเต็มคอนเซ็ปต์ “Symphony” ทางร้านได้ยกระดับบรรยากาศด้วย การแสดงไวโอลินสด (Live Violin Performance) ทุกมื้อค่ำวันเสาร์ที่ 4 ของทุกเดือน มอบสุนทรียสัมผัสทั้งรูป รส กลิ่น และเสียงอย่างแท้จริง
สัมผัสประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งบทใหม่กับคอร์ส “Symphony of Earth & Sea” (5 คอร์ส) ในราคา 6,500++ บาท ต่อท่าน ณ ร้าน The Water Library ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอมบาสซี พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 22.00 น. รับออเดอร์สุดท้าย 21.00 น.) สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 065-254-9645 และทาง LINE Official Account @thewaterlibrary






