

เซ็นทรัล บางนา เปิดให้บริการและเติบโตคู่ย่านบางนามากว่า 33 ปี แต่บางนาในวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิม พื้นที่โดยรอบมีทั้งโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม โรงเรียนนานาชาติ และฐานประชากรขนาดใหญ่ เซ็นทรัลพัฒนาจึงมองว่าถึงเวลาปรับบทบาทศูนย์การค้าให้สอดรับกับกำลังซื้อและรูปแบบการใช้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก
ข้อมูลสมาชิก The 1 ที่บริษัทเปิดเผยระบุว่า เซ็นทรัล บางนา ติดกลุ่ม 5 อันดับแรกของศูนย์การค้าที่มีฐานลูกค้ากลุ่ม Wealthy Families โดยลูกค้ากลุ่มนี้มีสัดส่วนกว่า 85% และยังกลับมาใช้บริการระหว่างการปรับโฉม สำหรับเซ็นทรัลพัฒนา ฐานลูกค้าที่มีอยู่จึงเป็นทั้งเหตุผลและโอกาสในการยกระดับโครงการครั้งนี้
แผนปรับโฉมเริ่มจากศูนย์การค้าพื้นที่รวมอาคาร หรือ GBA ขนาด 330,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด New Master Planning ที่วางอนาคตของพื้นที่สู่โครงการมิกซ์ยูส ส่วนดีไซน์ศูนย์การค้าใช้คอนเซ็ปต์ “Living Gallery” หรือแกลเลอรีที่มีชีวิต เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนที่เข้ามาช้อป กิน และใช้เวลาร่วมกัน
การเปลี่ยนแปลงเริ่มเห็นได้จากร้านค้าและแบรนด์ใหม่ที่ทยอยเปิดรวมกว่า 300 แบรนด์ ครอบคลุมอาหาร แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ เช่น NO Brand จากเกาหลีใต้ในรูปแบบร้าน Stand Alone แห่งแรกในไทย, CHAGEE และร้านอาหารญี่ปุ่น Katsumidori Sushi ที่เตรียมเปิดในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลกำลังทยอยปรับโฉมสู่มาตรฐานแฟล็กชิป โดยมีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2570
อีกส่วนของแผนคือการทำให้ศูนย์การค้าเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมของคนหลายวัย เซ็นทรัลพัฒนาระบุว่าจะจัดอีเวนต์ราว 200 งานตลอดปี ตั้งแต่งานของสะสม กิจกรรมสำหรับครอบครัว ไปจนถึงงานของชุมชนคนรักสัตว์ พร้อมนำศิลปะและตัวละคร BOB the Nice Guy เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ภายในศูนย์ฯ
การเติมร้านค้าและกิจกรรมเกิดขึ้นท่ามกลางทราฟฟิกที่บริษัทระบุว่าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน และแตะประมาณ 45,000–50,000 คน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ศูนย์การค้าจะอยู่ระหว่างการปรับโฉม ก็ยังมีคนเข้ามาใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่อง
การปรับโฉมเซ็นทรัล บางนา จึงมีที่มามากกว่าการเปลี่ยนหน้าตาอาคาร แต่เป็นการตอบรับย่านที่เติบโตขึ้นและลูกค้าที่คาดหวังจากศูนย์การค้ามากขึ้นเช่นกัน ส่วนแผนระยะถัดไป ทั้งพื้นที่ความบันเทิงสำหรับคนหลายวัยและการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส จะเป็นตัวชี้วัดว่าเซ็นทรัล บางนา จะรักษาบทบาทศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ ตะวันออกไว้ได้อย่างไรในทศวรรษต่อไป





