
บริษัท ออร์บิกซ์ อินเวสท์ จำกัด หรือ orbix INVEST เปิดโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมเพิ่มทุน (Front-end Fee) สำหรับกลยุทธ์ orbix BTC Flagship (OBX-BTC) เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ลงทุน ท่ามกลางมุมมองของบริษัทที่ประเมินว่า ตลาดบิตคอยน์ในไตรมาส 4 เริ่มมีปัจจัยสนับสนุนการทยอยลงทุนระยะกลางถึงยาว
ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ อินเวสท์ จำกัด เปิดเผยว่า โปรโมชั่นดังกล่าวปรับลดค่าธรรมเนียมขาเข้าจากอัตราปกติ 0.4% เป็น 0% สำหรับยอดลงทุนตั้งแต่ 100,000 บาทต่อรายการ โดยยอดลงทุนที่ได้รับสิทธิรวมกันต้องไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคน ระหว่างวันที่ 1–30 ตุลาคม 2569 ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
กลยุทธ์ OBX-BTC มุ่งสร้างผลตอบแทนให้เคลื่อนไหวใกล้เคียงกับทิศทางราคาบิตคอยน์ การยกเว้นค่าธรรมเนียมขาเข้าจึงช่วยลดต้นทุนในขั้นตอนเพิ่มเงินลงทุนเข้าสู่กลยุทธ์
มองไตรมาส 4 เริ่มเห็นสัญญาณเปลี่ยนทิศ
ดร.ธนภูมิ ประเมินว่า บิตคอยน์เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวหลังปรับฐานต่อเนื่องเกือบ 1 ปี แม้ราคาจะขยับขึ้นจากจุดต่ำสุดแล้ว แต่ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดเดิม ขณะที่เงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น จึงมองว่าเป็นช่วงที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการทยอยสะสมในระยะยาว
ข้อมูลตลาดที่บริษัทนำมาประกอบการประเมินระบุว่า ราคาบิตคอยน์ฟื้นตัวจากจุดต่ำในช่วงกลางปี 2569 โดยราคาปิดที่บริษัทอ้างอิงอยู่ที่ 86,620 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม ขณะที่เดือนสิงหาคมราคาปรับขึ้น 25% สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้าสู่ตลาด
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาและสัญญาณทางเทคนิคเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประเมินแนวโน้ม โดยทิศทางต่อจากนี้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจและกระแสเงินลงทุน
เงินทุนสถาบัน–อุปทานจำกัด เป็นแรงสนับสนุน
บริษัทมองว่า ปัจจัยสำคัญมาจากการลงทุนผ่านกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ โดยข้อมูลที่บริษัทอ้างอิงระบุว่า เดือนสิงหาคมมีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดของปี และสินทรัพย์สุทธิรวมของกองทุนกลุ่มนี้อยู่ที่กว่า 99 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนบทบาทของนักลงทุนสถาบันในตลาดบิตคอยน์ที่เพิ่มขึ้น
อีกปัจจัยคือข้อจำกัดด้านอุปทาน บิตคอยน์มีเพดานจำนวนสูงสุด 21 ล้านเหรียญ และเหตุการณ์ Halving ซึ่งลดรางวัลจากการขุดลงครึ่งหนึ่ง ทำให้ปริมาณบิตคอยน์ใหม่ที่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง บริษัทจึงมองว่า หากความต้องการลงทุนยังขยายตัว อาจเป็นแรงสนับสนุนราคาในระยะยาว
ส่วนปัจจัยมหภาค ดร.ธนภูมิ มองว่า ตลาดบิตคอยน์สามารถรับแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาด โดยประเมินว่าตลาดอาจรับรู้ความกังวลบางส่วนไปแล้ว แต่ยังต้องติดตามทิศทางเงินเฟ้อและนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง
ย้ำความผันผวน แนะทยอยลงทุนตามระดับความเสี่ยง
แม้บริษัทจะมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มตลาด แต่ ดร.ธนภูมิ ย้ำว่า บิตคอยน์ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง และประมาณการราคาจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ยังแตกต่างกันมาก สะท้อนความไม่แน่นอนของตลาด
นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เนื่องจากอาจส่งผลต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเชื่อมโยงกับการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
ดร.ธนภูมิ จึงเสนอแนวทางทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ หรือ Dollar-Cost Averaging (DCA) เพื่อเฉลี่ยต้นทุนและลดผลกระทบจากการเลือกจังหวะลงทุนด้วยเงินก้อนครั้งเดียว โดยผู้ลงทุนควรพิจารณาระยะเวลาลงทุนและระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ ทั้งนี้ การทยอยลงทุนไม่ได้รับประกันผลตอบแทนหรือป้องกันการขาดทุน
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้




