
การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านวิศวกรรมและงานช่าง เดินหน้าแผนฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ ผ่านกิจกรรม “รวมพลังช่างไทย ฟื้นบ้าน ฟื้นเมือง หลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ” ระดมจิตอาสาและช่างผู้เชี่ยวชาญกว่า 350 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบและฟื้นฟูบ้านเรือน ระบบสาธารณูปโภค และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เริ่มภารกิจแรกที่ เคหะคลองจั่น 3–5 ตุลาคม 2569 ก่อนเดินหน้าต่อที่ ชุมชนการเคหะร่มเกล้า 6–8 ตุลาคม 2569
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นผู้นำการบูรณาการความร่วมมือ พร้อมมอบนโยบายการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และ นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ประธานมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา รวมถึงผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานด้านพลังงาน ไฟฟ้า ประปา วิศวกรรม และงานช่าง เข้าร่วม ณ สำนักงานใหญ่การเคหะแห่งชาติ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดอื่นๆ โดยความเสียหายครอบคลุมทั้งบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนการเคหะร่มเกล้าและเคหะคลองจั่นที่มีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ
กระทรวง พม. จึงกำชับให้การเคหะแห่งชาติเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมประสานหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและงานช่างเข้ามาร่วมตรวจสอบและฟื้นฟูที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
หัวใจสำคัญของการฟื้นฟูหลังน้ำลดคือ “ความปลอดภัย” โดยบ้านหรืออาคารที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไม่ควรกลับเข้าใช้งานทันที หากยังไม่ได้รับการตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบประปา โครงสร้างอาคาร และอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม
การระดมกำลังช่างกว่า 350 คนครั้งนี้ จึงมุ่งนำความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานมาทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การตรวจสอบความปลอดภัย ซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค ไปจนถึงการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องแบกรับหลังเกิดภัยพิบัติ และช่วยให้แต่ละครัวเรือนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
ขณะที่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะร่วมลงพื้นที่ให้บริการตรวจเช็กและซ่อม รถจักรยานยนต์ พัดลม และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด

ด้าน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า กคช. พร้อมนำข้อสั่งการของ รมว.พม. มาสู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วน โดยกำหนดภารกิจหลักให้ครอบคลุมทั้ง ระบบไฟฟ้า ระบบประปา โครงสร้างอาคาร และอุปกรณ์ภายในบ้าน
สำหรับระบบไฟฟ้า ทีมช่างจะตรวจสอบตั้งแต่สายไฟ อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า เต้ารับ สวิตช์ ระบบแสงสว่าง และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงตรวจสอบโครงสร้างอาคารเพื่อประเมินความมั่นคงแข็งแรง ตลอดจนตรวจสอบและซ่อมแซมระบบประปาและอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนที่ประชาชนจะกลับเข้าอยู่อาศัย
นายทวีพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กคช. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ และจิตอาสา เพื่อให้การฟื้นฟูบ้านและชุมชนเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ พร้อมติดตามผลและเร่งแก้ไขปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วย เด็ก และกลุ่มเปราะบาง
สำหรับแผนปฏิบัติการ “รวมพลังช่างไทย” ทีมวิศวกรและช่างอาสาจะลงพื้นที่ เคหะคลองจั่น ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2569 และ ชุมชนการเคหะร่มเกล้า ระหว่างวันที่ 6–8 ตุลาคม 2569 เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ซ่อมแซม และฟื้นฟูตามภารกิจ ก่อนสรุปผลการดำเนินงานและติดตามความช่วยเหลือในส่วนที่ยังต้องดำเนินการต่อ
ภารกิจครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียง “ซ่อมบ้านหลังน้ำลด” แต่เป็นการนำกำลังคนและองค์ความรู้จากหลายภาคส่วนมาร่วมกันลดความเสี่ยงก่อนประชาชนกลับเข้าที่พักอาศัย พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และเร่งให้ชุมชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและใกล้เคียงภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลหรือสนับสนุนโครงการ สามารถติดต่อ ดร.วสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ เลขาธิการมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา / ผู้อำนวยการการฟื้นฟูหลังท่วม โทร. 086-977-7734 หรือ LINE ID: wasawatcac





