
ประเทศในอาเซียนเผชิญโจทย์ร่วมกันหลายด้าน ตั้งแต่ภัยพิบัติข้ามพรมแดน ความมั่นคงทางอาหาร การบริหารน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ข้อมูลและเทคโนโลยีอวกาศสามารถช่วยตอบโจทย์เหล่านี้ได้ แต่ไม่มีประเทศใดจำเป็นต้องพัฒนาทุกความสามารถเพียงลำพัง ในบริบทนี้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมความพร้อมของไทยกับข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐาน เงินทุน และเครือข่ายนโยบายของภูมิภาคให้ทำงานร่วมกัน

ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศ สำนักงานพัฒนา เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กล่าวว่า ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในการรับบทดังกล่าวจากฐานการประยุกต์ใช้ภูมิสารสนเทศ ระบบนิเวศธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกว่า 35,600 กิจการ โครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและทดสอบ รวมถึงที่ตั้งซึ่งเชื่อมโยงตลาดอาเซียนกับพันธมิตรในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และอเมริกา สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การประกาศว่าไทยเป็น “ฮับ” แต่คือการพิสูจน์ว่าไทยสามารถเปลี่ยนการพบปะระหว่างประเทศให้เป็นโครงการร่วม ผลลัพธ์ร่วม และโอกาสลงทุนที่ติดตามต่อได้
ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 นี้ นับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการอวกาศไทย กับการเป็นศูนย์กลางการจัดงานมหกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศระดับนานาชาติแห่งปี 3 งานยักษ์ใหญ่ระดับโลกไว้ในคราวเดียวกัน ได้แก่ Thailand Space Expo 2026, Asia-Pacific Regional Space Agency Forum ครั้งที่ 32 (APRSAF-32) และ Moon Village Association Workshop and Symposium ครั้งที่ 10 ซึ่งการเชื่อมทั้ง 3 งานเข้าด้วยกันในประเทศไทยครั้งนี้ ไม่ได้เพียงขับเคลื่อนเฉพาะเทคโนโลยีอวกาศของไทย แต่กำลังเชื่อมนโยบาย พันธมิตร การลงทุน และการพัฒนาคน เพื่อเปิดทางให้ประเทศไทยสู่การเป็น “ASEAN Space Gateway”

"Thailand Space Expo 2026" มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอวกาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ
ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Space Synergy ที่รวมพลังภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเปิดมุมมองว่าอวกาศคือ เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) งานนี้จัดโดย GISTDA ร่วมกับกระทรวง อว., สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย เพื่อต้อนรับนักลงทุน ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ภายในงานอัดแน่นด้วยไฮไลต์สำคัญ ทั้งการจัดแสดงชิ้นส่วนดาวเทียมจริงและดาวเทียมสัญชาติไทย โซนนำเสนอ Use Case การประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียมร่วมกับ AI ในภาคธุรกิจ เช่น เกษตรแม่นยำ คาร์บอนเครดิต การจัดการภัยพิบัติ และเมืองอัจฉริยะ รวมถึงกิจกรรม B2B Business Matching เพื่อดันผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าสู่ Space Supply Chain ระดับโลก และเวทีแนะนำแนวทางอาชีพยุคอวกาศพร้อมทุนการศึกษาสำหรับกำลังคนรุ่นใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28–31 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ฮอลล์
APRSAF-32: จากเวทีหารือ สู่กลไกความร่วมมือ
Asia-Pacific Regional Space Agency Forum ครั้งที่ 32 เวทีนี้เปิดพื้นที่ให้หน่วยงานด้านอวกาศ ผู้กำหนดนโยบาย นักวิจัย และพันธมิตรจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแลกเปลี่ยนทิศทางและพัฒนาความร่วมมือ โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Bridging the Asia-Pacific: Advancing a Trusted and Inclusive Space Future” ซึ่ง GISTDA ร่วมกับกระทรวงการศึกษาวิจัยและเทคโนโลยี (MEXT) ประเทศญี่ปุ่น และองค์การสำรวจอวกาศแห่งชาติญี่ปุ่น (JAXA) เป็นเจ้าภาพร่วม
สำหรับประเทศไทย คุณค่าของ APRSAF-32 อยู่ที่การเชื่อมระดับนโยบายกับการลงมือทำ ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อรับมือภัยพิบัติ การพัฒนาบุคลากรและงานวิจัยร่วม มาตรฐานที่เอื้อต่อการทำงานข้ามประเทศ ตลอดจนการใช้อวกาศอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน หากมีการประกาศโครงการนำร่องหรือกรอบความร่วมมือที่ชัดเจน เวทีนี้จะช่วยยกระดับไทยจากประเทศเจ้าภาพไปสู่ผู้ประสานผลประโยชน์และความสามารถของภูมิภาค จัดขึ้นวันที่ 26–28 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการประชุมระดับบริหาร/กลุ่มทำงานย่อย และวันที่ 29–30 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ฮอลล์ ซึ่งเป็นการประชุมเต็มคณะ/Plenary Session
Moon Village Association Workshop and Symposium (ครั้งที่ 10)
ครั้งแรกในประเทศไทยกับการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการระดับโลกด้านการตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์ ในหัวข้อ "ก้าวข้ามขีดจำกัดจากโลก สู่อนุสรณ์แห่งอนาคตและการสร้างถิ่นฐานบนดวงจันทร์" ด้วยความร่วมมือระหว่าง GISTDA และองค์กร Moon Village Association (MVA) งานนี้มุ่งเน้นการเจาะลึกวิสัยทัศน์ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และกรอบกฎหมายเพื่อการอยู่อาศัยของมนุษย์บนดวงจันทร์ โดยเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ วิศวกรอวกาศ นักวิจัย Deep Tech คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา รวมถึงผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพ เข้ามาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนในประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจใหม่บนดวงจันทร์ (Lunar Economy) เช่น การขุดเจาะแร่ธาตุและพลังงาน งานวิจัยระบบสนับสนุนชีวิต และเทคโนโลยีการก่อสร้างบนพื้นผิวดวงจันทร์ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อดันงานวิจัยไทยสู่ภารกิจอวกาศห้วงลึกระดับสากล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–27 ตุลาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์

สามงาน หนึ่งระบบนิเวศ
เมื่อออกแบบให้ทั้งสามงานส่งต่อผู้เข้าร่วม เนื้อหา และโอกาสระหว่างกัน ไทยจะสามารถเชื่อมบทสนทนาระดับอนาคตกับโครงการที่เกิดขึ้นบนโลกวันนี้ได้ ตั้งแต่งานวิจัยและการพัฒนาคน ไปจนถึงการลงทุน การผลิต และบริการจากข้อมูลอวกาศ นอกจากนี้ การมีผู้เล่นจากหลายภูมิภาคมาพบกันยังช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงพันธมิตร เทคโนโลยี และตลาดได้ในจุดเดียว

วาระที่ไทยเร่งผลักดัน
เพื่อให้บทบาท ASEAN Space Gateway มีความหมายเชิงนโยบาย ประเทศไทยโดย GISTDA จะใช้โอกาสนี้ผลักดันอย่างน้อยสี่เรื่อง ได้แก่ หนึ่ง กลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลอวกาศเพื่อรับมือภัยพิบัติและปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน สอง โครงการพัฒนาบุคลากรและการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เปิดให้ประเทศอาเซียนเข้าร่วม สาม มาตรฐานและแนวปฏิบัติที่เอื้อต่อการลงทุน การใช้งานข้อมูล และความยั่งยืนในอวกาศ และสี่ โครงการนำร่องระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันวิจัยที่มีกรอบเวลา ผู้รับผิดชอบ และผลลัพธ์วัดได้
ในมิติการลงทุน ไทยจะนำเสนอทั้งสิทธิประโยชน์ โครงสร้างพื้นฐาน และพันธมิตรในประเทศเป็นแพ็กเกจเดียวกัน พร้อมเปิดช่องทาง Business Matching สำหรับบริษัทที่ต้องการฐานผลิต ศูนย์ทดสอบ ศูนย์วิจัย หรือพันธมิตรด้านซอฟต์แวร์และข้อมูล เป้าหมายปลายทางคือทำให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นว่าไทยไม่เพียงเป็นประตูเข้าสู่อาเซียน แต่เป็นสถานที่ที่ความร่วมมือสามารถเริ่มทดลอง ขยายผล และเติบโตเชิงพาณิชย์ได้จริง
หากสามเวทีสามารถนำไปสู่ข้อตกลง โครงการร่วม และเครือข่ายที่ทำงานต่อหลังจบงาน ปี 2569 จะไม่ใช่เพียงปีที่ไทยจัดมหกรรมอวกาศครั้งใหญ่ แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่ที่ไทยเชื่อมภูมิภาคสู่อวกาศ และเชื่อมเทคโนโลยีอวกาศกลับมาสร้างประโยชน์ให้ภูมิภาค





