WMO เปิดเวทีเสวนา ด้านความร้อนระดับโลก (Global Heat Forum) ครั้งแรกในประเทศไทย
06 Oct 2026

 

เวทีเสวนาด้านความร้อนระดับโลกครั้งแรก (Global Heat Forum) ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในวันนี้ ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลดล็อกแหล่งเงินทุนและเร่งขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาความร้อนขั้นวิกฤต ท่ามกลางวิกฤตอุณหภูมิที่ทำลายสถิติอย่างต่อเนื่องและความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยการประชุมตั้งแต่ วันที่ 6-9 ตุลาคมศกนี้ ตลอดระยะเวลา 4 วัน จัดขึ้นในช่วงเวลาที่เมืองหลวงของประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูหลังเผชิญกับเหตุการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยครั้งรุนแรง

 

งานนี้ได้รวบรวมนักวิทยาศาสตร์ ผู้นำภาคธุรกิจ นักสิทธิมนุษยชน และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเกือบ 600 คน เพื่อร่วมกันผลักดันมาตรการปกป้องความเป็นอยู่ของประชาชน ผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น การยกระดับการบริหารจัดการด้านความร้อน ทั้งนี้ ภาคเอกชนและภาครัฐได้สมานฉันท์ร่วมมือกันในเวทีเสวนาครั้งนี้เพื่อจุดประกายแนวคิดแก้ไขปัญหาทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนและนานาประเทศสามารถปรับตัวได้ในยุคที่ต้องเผชิญกับภัยความร้อนที่รุนแรงขึ้น

 

 

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ได้กล่าวในพิธีเปิดประชุมว่า “เมื่อสองปีที่แล้ว ผมได้ประกาศข้อเรียกร้องให้ดำเนินการรับมือกับความร้อนขั้นวิกฤต (Call to Action on Extreme Heat) นับตั้งแต่นั้นมา เมืองต่างๆ ทั่วโลกได้เริ่มจัดทำแผนปฏิบัติการและเพิ่มการคุ้มครองแรงงาน อย่างไรก็ตาม ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากยังคงขาดแคลนการสนับสนุนเพื่อเผชิญกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นนี้ ในวันนี้ ผมจึงขอเรียกร้องให้ทุกเมืองร่วมกันสร้างแนวป้องกันที่ยั่งยืน โดยทุกภาคส่วนของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข ที่อยู่อาศัย พลังงาน และการคมนาคมขนส่ง จะต้องบูรณาการทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว และจะต้องมีแผนปฏิบัติการด้านความร้อนที่พร้อมใช้งานภายในปี 2573 โดยมีระบบและทรัพยากรรองรับอย่างเป็นรูปธรรม”

 

ในปีนี้ คลื่นความร้อนในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจ เป็นชนวนเหตุให้เกิดไฟป่าที่สร้างความสูญเสีย และส่งผลให้มลพิษทางอากาศพุ่งสูงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นก่อนจะเข้าสู่ฤดูร้อนของซีกโลกใต้ คาดว่าจะยิ่งส่งผลให้สภาพอากาศร้อนจัดและรุนแรงขึ้นอีก

 

 

ด้าน ศาสตราจารย์เซเลสเต เซาโล เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) กล่าวว่า “จากประสบการณ์ของ WMO เราทราบดีว่าเอลนีโญคือตัวการสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สถิติอุณหภูมิสูงสุดในตอนกลางวันและอุณหภูมิต่ำสุดในตอนกลางคืนที่เพิ่มขึ้นใหม่ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตัวเลขบนเทอร์โมมิเตอร์ เพราะร่างกาย โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่เกษตรกรรม และบ้านเรือนของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับอุณหภูมิที่สูงขนาดนี้ แต่การป้องกันต้องเริ่มต้นก่อนที่จะเกิดวิกฤต การพยากรณ์อากาศที่แม่นยำต้องช่วยให้หน่วยงานสาธารณสุขมีเวลาเตรียมตัว ทำให้นายจ้างมีเวลาปรับเปลี่ยนเวลาทำงาน และช่วยให้ชุมชนมีเวลาเข้าถึงกลุ่มเสี่ยงที่สุดได้อย่างทันท่วงที”

 

ปัจจุบัน แนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ มีอยู่จริง เช่น ระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่เชื่อมโยงกับแผนปฏิบัติการด้านสุขภาพ การวางผังเมืองที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศเพื่อลดความร้อนบนท้องถนนและในอาคาร รวมถึงการออกกฎหมายคุ้มครองแรงงานในโรงงาน ในภาคเกษตรกรรม และในเขตก่อสร้าง ทั้งนี้ข้อมูลคาดการณ์ในปี 2568 ระบุว่า การขยายระบบเตือนภัยล่วงหน้าด้านความร้อนและสุขภาพอย่างทั่วถึง จะสามารถช่วยปกป้องประชากรได้มากถึง 1.5 พันล้านคน และลดอัตราการเสียชีวิตได้เกือบ 100,000 รายในแต่ละปี

 

ภายในงานเนี้จะมีการเปิดตัวเครื่องมือที่เป็นทรัพยากรและนวัตกรรมใหม่ เพื่อให้รัฐบาล เมือง และหน่วยงานด้านสาธารณสุขนำไปปรับใช้ ประกอบด้วย:

• Extreme heat and health: Global evidence for action (บทสรุปผู้บริหาร): รายงานที่รวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ครอบคลุมที่สุดเกี่ยวกับผลกระทบของความร้อนที่มีต่อสุขภาพ พร้อมซีรีส์ "Burning Questions" ที่ตอบข้อสงสัยที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรการรับมือ เช่น ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากคลื่นความร้อน

• What Works Against Heat: แพลตฟอร์มศูนย์รวมข้อมูลที่พัฒนาขึ้นจากการทบทวนวิเคราะห์งานวิจัยทางวิชาการกว่า 300,000 ฉบับ โดยมีการจัดอันดับและประเมินมาตรการช่วยเหลือด้านความร้อนกว่า 80 มาตรการ ตั้งแต่การผังเมืองไปจนถึงการออกแบบอาคาร

• Global Call to Action on Heat and Women's Health: ข้อเรียกร้องระดับโลกเพื่อให้รัฐบาลปกป้องสตรีและทารกจากผลกระทบทางสุขภาพของความร้อนขั้นวิกฤต

• Roadmap for Investment and Action on Extreme Heat: แผนการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนและมาตรการรับมือความร้อนอย่างต่อเนื่องไปจนถึงการประชุม COP31 ณ เมืองอันตัลยา

• รายงานการประเมินด้านความร้อนและสุขภาพระดับประเทศครั้งแรก: สำหรับประเทศบังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย และเนปาล โดยความร่วมมือจากเครือข่ายข้อมูลความร้อนและสุขภาพโลก (GHHIN) ศูนย์บริการเอเชียใต้

 

 

ดร. นาวีน ราว รองประธานอาวุโสด้านสุขภาพ มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ (The Rockefeller Foundation) เผยว่า “ความร้อนขั้นวิกฤตได้กลายเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขแล้ว และปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงขึ้นจะยิ่งผลักดันให้ผู้คนจำนวนมากเข้าสู่ภาวะวิกฤต ส่งผลกระทบให้คลินิกและสถานพยาบาลต้องแบกรับภาระเกินขีดจำกัด และทำลายระบบตาข่ายรองรับทางสังคม (Safety nets) ที่ประชาชนพึ่งพา เราไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ ปัจจุบันเรามีเครื่องมือและความพร้อมในการคาดการณ์และตอบสนองต่อวิกฤตเหล่านี้ได้ดีกว่าที่ผ่านมา จึงถือเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะต้องลงมือทำอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องกลุ่มคนที่เปราะบางและจะได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรกและรุนแรงที่สุด”

 

นางสาวเจสสิก้า บราวน์ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการปรับตัวและความยืดหยุ่น มูลนิธิ ClimateWorks (ClimateWorks Foundation) กล่าวว่า “แรงขับเคลื่อนในกลุ่มผู้ให้ทุน นักวิทยาศาสตร์ และผู้นำภาคประชาสังคมในการสร้างการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาที่เวทีเสวนาในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ในช่วงเวลาที่เรากำลังเผชิญกับการเร่งตัวอย่างรวดเร็วของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเอลนีโญที่รุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน การปรับตัวจึงเป็นการลงทุนระยะยาวทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญยิ่งสำหรับชุมชนทั่วโลก”

 

ด้าน ดร. เมเดลีน ทอมป์สัน หัวหน้าฝ่ายผลกระทบและปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศจาก Wellcome เผยว่า “ความร้อนที่รุนแรงซึ่งถูกกระตุ้นโดยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสุขภาพของเรา แต่หลายประเทศยังไม่มีความพร้อม และการเพิกเฉยต่อปัญหานี้กำลังทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น เรามีแนวทางแก้ไขปัญหามากมายที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ตั้งแต่ระบบเตือนภัยล่วงหน้าไปจนถึงอาคารที่เย็นขึ้น แต่ความท้าทายหลักคือการส่งมอบแนวทางเหล่านี้ให้แก่ผู้ที่ต้องการมากที่สุด ซึ่งรวมถึงสตรีมีครรภ์และทารกแรกเกิดที่ต้องเผชิญความเสี่ยงสูงแต่กลับได้รับข้อมูลและการสนับสนุนที่ไม่เพียงพอ เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ดำเนินการผ่านข้อเรียกร้องระดับโลก (Global Call to Action) โดยเครื่องมือที่เปิดตัวในวันนี้จะช่วยให้ระบบสาธารณสุขและภาครัฐสามารถดำเนินมาตรการเชิงรุกได้ก่อนที่คลื่นความร้อนระลอกถัดไปจะมาถึง เพื่อยกระดับสุขภาพและรักษาชีวิตของประชาชน”

 

ทัศนะจากนักวิจัยชั้นนำ

ศาสตราจารย์ คริสตี้ เอบี จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) ผู้เขียนหลัก เผยว่า  “ความร้อนขั้นวิกฤตเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้ในทุกภูมิภาค หลักฐานในรายงาน Extreme heat and health แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความเสี่ยงกำลังเพิ่มขึ้นในจุดใด ประชากรกลุ่มใดที่ต้องแบกรับภาระหนักที่สุด และมาตรการใดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้มีอำนาจตัดสินใจสามารถนำความรู้นี้ไปปรับใช้และลงมือปฏิบัติได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

 

ศาสตราจารย์ ออลลี่ เจย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความร้อนและสุขภาพ มหาวิทยาลัยซิดนีย์ (University of Sydney) กล่าวว่า “What Works Against Heat ถือเป็นแพลตฟอร์มเปิดแห่งแรกที่รวบรวมหลักฐานการวิจัยระดับโลกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการจัดการความร้อนมาไว้ในที่เดียว โครงการที่ก้าวหน้านี้ได้รับการประเมินมาตรการต่างๆ โดยพิจารณาจากความน่าเชื่อถือของหลักฐาน ประสิทธิภาพ ต้นทุน ระยะเวลาในการเห็นผล และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ผลลัพธ์ยังสามารถจำแนกตามสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยให้นักผังเมืองในเมืองชายฝั่งที่มีความชื้นสูง หรือนักผังเมืองในเขตพื้นที่แห้งแล้งในแผ่นดิน สามารถค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ของตนเองได้อย่างแม่นยำ”

 

[อ่าน 44]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เซ็นทรัลพัฒนา เปิดแคมเปญ ‘Thailand J Food Festival 2026’ พลิกเทศกาลเจสู่ไลฟ์สไตล์ของทุกเจน
Global Payments จับมือ เซ็นทารา ยกระดับประสบการณ์ชำระเงินนักเดินทางทั่วโลก รองรับ 153 สกุลเงิน ช่องทางชำระ 200 รูปแบบ
เมืองไทยประกันชีวิตจับมือโนวาร์ตีส เสริมความรู้สุขภาพหัวใจ ยกระดับตัวแทนดูแลลูกค้า
เปิดวิสัยทัศน์ “เซ็นทรัลพัฒนา” จับมือ “นิปปอนเพนต์” พันธมิตรสีนวัตกรรม ร่วมสนับสนุนสู่ความยั่งยืน
เฟียสเต็มถุง คุ้มเต็มคัน! วัตสัน SALE FESTA ดีลใหญ่ ลด 80% เมื่อชอปชิ้นที่สอง
แพทย์แนะ "ผู้ป่วยโรคหัวใจ" อย่ามองข้ามวัคซีน เพราะการป้องกันโรคติดเชื้อ คือ ส่วนหนึ่งของการปกป้องหัวใจ
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved